จากกรณีที่ มีทีมงานช่างติดตั้งป้ายไวนิลจากต่างจังหวัด เดินทางเข้ามาในจังหวัดน่าน และขอให้ร้านค้าต่างๆ ติดป้ายโฆษณาน้ำแร่ธรรมชาติยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งป้ายมีรูปโลโก้เหมือนกับโลโก้ของเบียร์ สำนักกฎหมายได้รับรายงานจากนิติกรภาค 5 ว่า ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดน่าน ทางหน่วยงานภาครัฐมีการลงพื้นที่กวดขันสื่อโฆษณาในร้านค้าต่างๆ และแจ้งข่มขู่ร้านค้าให้ปลดป้ายโฆษณาน้ำแร่ธรรมชาติดังกล่าว โดยกล่าวอ้างว่าป้ายน้ำแร่ธรรมชาติดังกล่าวถือเป็นสื่อโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงผิดกฎหมาย และสาธารณสุขได้กำชับร้านค้าว่า หากร้านไม่ปลดป้ายน้ำแร่ จะแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีกับเจ้าของร้านค้าเหล่านั้น

 

ในกรณีนี้สำนักกฎหมายขอเรียนชี้แจงว่า ป้ายโฆษณาน้ำแร่ธรรมชาติดังกล่าวเป็นสื่อโฆษณาของเครื่องดื่มน้ำแร่ จึงไม่ใช่ป้ายโฆษณาเบียร์ จึงไม่ผิดกฎหมาย (ตามมาตรา 32 ของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 กำหนดห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน ลักษณะอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจ ไม่ได้ควบคุมการโฆษณาน้ำแร่ น้ำโซดา) การที่สาธารณสุขจะแจ้งความตำรวจให้ดำเนินคดีกับร้านค้าที่ติดสื่อน้ำแร่ดังกล่าว จึงไม่ถูกต้อง

โดยผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่จะมีการแจ้งความดำเนินคดีนี้ ได้แก่ 1) ผู้กำกับ สภอ.เมืองน่าน พื้นที่นี้มีร้านค้าที่ติดสื่อน้ำแร่ จำนวน 16 ร้าน 2) ผู้กำกับ สภอ.เวียงสา พื้นที่นี้มีร้านค้าที่ติดสื่อน้ำแร่ จำนวน 19 ร้าน 3) ผู้กำกับ สภอ.ปัว พื้นที่นี้มีร้านค้าที่ติดสื่อน้ำแร่จำนวน 12 ร้าน และ 4) ผู้กำกับ สภอ.บ่อเกลือ พื้นที่นี้มีร้านค้าที่ติดสื่อน้ำแร่จำนวน 12 ร้าน ในส่วนพื้นที่อำเภออื่นก็มีการติดสื่อเช่นเดียวกัน แต่มีจำนวนร้านไม่มาก แนวทางที่สำนักกฎหมายต้องการคือขอให้มีการประสานไปยังผู้กำกับในพื้นที่เหล่านั้น เพื่อมิให้เข้าจับกุมร้านค้าและไม่รับแจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำผิดเรื่องการโฆษณาตามมาตรา 32

ขณะเดียวกัน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคมโรงพยาบาลน่าน และหนึ่งในคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีทีมงานช่างติดตั้งป้ายไวนิลจากต่างจังหวัด เดินทางเข้ามาในจังหวัดน่าน และขอให้ร้านค้าต่างๆ ติดป้ายโฆษณาน้ำแร่ธรรมชาติยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งป้ายมีรูปโลโก้ซึ่งเหมือนกับโลโก้ของเบียร์ยี่ห้อนั้น โดยแลกกับการให้น้ำดื่ม 1 แพ็ค

ดังนั้นกลุ่มงานเวชกรรมสังคม รพ.น่าน ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองน่าน สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองน่าน สรรพสามิตจังหวัดน่าน หน่วยเทศกิจ เทศบาลเมืองน่าน จึงได้ประชุมร่วมกัน โดยมีข้อมูลจากรายงานการประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณาการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ครั้งที่ 3 วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2561 ซึ่งมีความเห็นว่า การใช้ตราสัญญลักษณ์ที่มีความเหมือนหรือคล้ายคลึงกับตราสัญญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยนำมาจดทะเบียนเป็นโซดา หรือน้ำแร่ แล้วนำมาโฆษณา นอกจากจะเป็นการละเมิดคุณธรรมทางกฎหมายอย่างชัดเจนแล้ว ยังถือเป็นการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นที่ประชุมของทีมงานจึงมีความเห็นว่าควรจะออกตรวจและแนะนำร้านค้าที่ติดป้ายโฆษณาดังกล่าวก่อน เนื่องจากร้านค้าดังกล่าวยังไม่รู้เรื่องนี้ และยังไม่ควรจะดำเนินคดีกับร้านค้าต่างๆ ยกเว้นว่าร้านค้าไม่ยินยอมนำป้ายออก
และควรจะไปแนะนำเอเย่นต์ประจำจังหวัดน่านของบริษัทดังกล่าว เพื่อรับทราบ
ต่อจากนั้นตนได้รับแจ้งข่าวสารทางไลน์ว่า นิติกรของบริษัทดังกล่าวจะดำเนินการร้องเรียนการและแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าพนักงานที่ออกตรวจเตือน เนื่องจากบริษัทยืนยันว่าเป็นโฆษณาน้ำแร่ ตนจึงได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดน่าน เพื่อเจรจากับนิติกรของบริษัทแล้ว หลังจากเจรจาหารือ นิติกรแจ้งว่าไม่ได้ต้องการแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าพนักงาน แต่ต้องการทราบรายละเอียดและชี้แจงทำความเข้าใจกัน โดยทางกลุ่มงานเวชกรรมสังคม รพ.น่านยืนยันกับทีมนิติกรของบริษัทดังกล่าวว่าจะดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนต่อไป ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาแฝง โดยจะทำหนังสือแจ้งเตือนกับร้านค้าต่างๆ ขอความร่วมมือในการปฎิบัติตามพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และถ้าร้านค้าใดไม่ปฎิบัติตาม เจ้าพนักงานก็จำเป็นต้องดำเนินการตามหน้าที่ต่อไป
“จึงขอแจ้งเตือนให้ร้านค้าต่างๆ ในจังหวัดน่านงดติดป้ายโฆษณาน้ำแร่ หรือโซดาที่มีสัญลักษณ์คล้ายคลึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อการกระทำความผิดตามพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีโทษปรับถึงไม่เกิน 500,000 บาท และมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ” นพ.พงศ์เทพกล่าว

โดยที่ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคมโรงพยาบาลน่าน กล่าวขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ช่วยให้ข่าว ทำให้ประชาชนรับทราบและยินยอมปลดป้ายออก ตอนนี้จาก 27 ร้าน ยินดีปลดป้ายออก 25 ร้าน อีก 2 ร้านไม่อยู่ และยังไม่มีคนงานปลดให้ ครับ ถือว่าไม่ต้องแพ้ชนะกันด้วยการต่อสู้ทางคดี เพราะจังหวัดน่านเราเป็นชุมชนเข้มแข็ง ถ้าชาวบ้านทราบว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และผิดกฎหมายก็ยินดีปฎิบัติตามครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น