ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส, รองประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ วุฒิสภา และประธานพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวในความตอนหนึ่งของการปาฐกถาพิเศษว่า :
‘งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา พบเจอก็ต้องมีจากลา’
“นับเป็นข้อเท็จจริงตามนั้น ไม่ต้องคิดอะไรให้มาก อันจะกลายเป็นความวิตกกังวล และมีแต่จะยังผลต่อการดำรงอยู่ อันหมายถึงสุขภาพกายและใจ ทุกสิ่งที่เกิดขี้นได้ ย่อมจบลงได้ ผู้ที่เรารักมาก วันหนึ่งท่านย่อมต้องจากเราไป แม้จะคิดถึงท่านมากมายสักเพียงใด สมัยที่ผมเป็นเด็ก เคยคิดแบบเด็กๆ ว่า บุพการีจะอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับเราตลอดไป ไม่มีวันที่จะจากเราไปไหน แต่พอมาวันนี้ มาถึงตัวเราเองบ้างแล้ว สิ่งนี้ คือ กฎธรรมชาติ เพื่อนบ้านของผมเคยรักเคยหลงแมวที่น่ารักน่าเอ็นดูตัวหนึ่ง ทั้งหวงแหนและห่วงใย เมื่อเจ้าของจากไป แมวเดินอยู่อย่างเคว้งคว้าง เห็นนั่งรออยู่ที่หน้าประตูบ้าน คงตั้งข้อสงสัยว่านายหายไปไหนนานเช่นนี้ ไม่กลับมาแล้วหรือ ทั้งนายและแมวสอนให้เราคิด ว่าคงไม่มีอะไรแม้สิ่งเดียวจีรังยั่งยืน บุคคลจึงไม่ควรโลภ หรือหลงลืมตัว เพราะในชีวิตหนึ่งนี้ คงมีแต่ความทรงจำดีๆ ความรัก ความเมตตากรุณา และความผูกพัน พระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่จะดำรงสถิตเสถียรไม่รู้จบ คติธรรมข้างต้นสอนให้เราอดทน ไม่ท้อแท้อะไรได้โดยง่าย มุ่งมั่นรักษาความดีต่อไปตราบชั่วชีวิต เพราะความดีคือความดี และความชั่ว ความอิจฉาริษยา การทุจริต การให้ร้ายผู้อื่น ความหลงลืมตัว ยกตนข่มท่าน ก็คือความไม่ดีอยู่วันยังค่ำ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา พบเจอก็ต้องมีจากลา ขอจงรักษาความดี ความจริงใจ อันถือเป็นสัจธรรมชีวิตคนทุกคน”

ร่วมแสดงความคิดเห็น