ภาพเก่า “งานฤดูหนาวเชียงใหม่”

1873
ภายหลังจากที่รัฐบาลไทยโดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้สร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้นบริเวณสี่แยกถนนดินสอ เมื่อปี พ.ศ.2483 เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 พร้อมกับประกาศให้วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันรัฐธรรมนูญ และนั่นดูเหมือนว่าแทบทุกจังหวัดของประเทศได้เริ่มต้นให้มีการจัดงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญขึ้น กระทั่งงานฉลองวันรัฐธรรมนูญได้กลายมาเป็นงานฤดูหนาว ระดับจังหวัดซึ่งถือเป็นงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี
งานฤดูหนาวจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นมาไม่น้อยกว่า 80 ปี โดยจัดครั้งแรกที่บริเวณสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ มีการออกร้านแสดงผลงานของหน่วยงานราชการและเอกชนรวมทั้งการการแสดงมหรสพต่าง ๆ มากมายงานฤดูหนาวสมัยนั้นจัดประมาณปลายเดือนธันวาคมไปจนถึงปีใหม่ ร้านค้าต่าง ๆ ในเชียงใหม่ก็จะมาออกร้านโฆษณาสินค้าของตนเอง โดยมีการสร้างร้านจำหน่ายสินค้าใหญ่โต บางร้านที่จำหน่ายรถยนต์ก็จะนำรถยนต์รุ่นใหม่ มาโชว์ในร้านค้าดึงดูดให้คนสนใจเข้ามาชม ส่วนร้านที่เป็นของราชการก็จะแสดงผลงาน เช่นร้านของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ (ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยแม่โจ้) ก็จะนำผลงานด้านการเกษตรมาแสดง ร้านค้าของเอกชนต่าง ๆ ก็มาออกร้านแสดงสินค้า เท่าที่เห็นสมัยนั้นไม่ต่ำกว่า 20 ร้าน ตั้งเรียงรายรอบสนามฟุตบอล ส่วนบริเวณกลางสนามจะตั้งเวทีประกวดนางงามเชียงใหม่ร้านค้าที่มาออกร้านมีมากมายหลายร้าน ทั้งร้านที่เป็นของคนเชียงใหม่เอง เช่นร้านตันตราภัณฑ์ ร้านบริษัทนิยมพานิช นำรถยนต์โตโยต้ารุ่นใหม่มาแสดง ร้านโรงงานสุราเชียงใหม่ จำหน่ายสุราตราม้าขาว ให้ผู้มาเที่ยวงานทดลองดื่มในราคาเป๊กละ 1 บาท เป็นต้น และยังมีร้านจำหน่ายสินค้าที่มาจากกรุงเทพ เช่น จักรเย็บผ้าซิงเกอร์ ผงซักฟองบรีส น้ำมันเอสโซ่ เป็นต้น
งานฤดูหนาวเชียงใหม่ นอกจากจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าของหน่วยงานราชการและเอกชนแล้ว ในงานยังมีการแสดงมหรสพต่าง ๆ เช่น การฉายภาพยนตร์กลางแปลง การแสดงของคณะกายกรรม การแสดงรถไต่ถัง ส่วนกลางคืนยังมีการประกวดนางงามเชียงใหม่สลับกับการประกวดเพาะกาย ซึ่งมีผู้สนใจเข้าชมเป็นจำนวนมาก โดยเก็บบัตรผ่านประตูคนละ 1 บาท
งานฤดูหนาวเชียงใหม่ จัดที่บริเวณสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นเวลาหลายปี จนสถานที่จัดงานเริ่มคับแคบ ทางจังหวัดเชียงใหม่จึงได้ย้ายไปจัดที่บริเวณพื้นที่หลังศาลากลางใหม่ แต่ยังคงรูปแบบการจัดงานเหมือนเมื่อครั้งอดีตโดยมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าของราชการและเอกชน ซึ่งมีมากขึ้นกว่า 100 ร้านส่วนใหญ่เป็นร้านจำหน่ายสินค้า otop พื้นเมืองของชุมชนต่าง ๆ เช่น ร้านจำหน่ายผ้าทอ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และร้านจำหน่ายของกินของฝาก ส่วนร้านของหน่วยงานราชการเริ่มน้อยลง เนื่องจากระยะหลังไม่ได้รับความสนใจจากผู้มาเที่ยวงานมากนัก


บทความโดย
จักรพงษ์ คำบุญเรือง

ร่วมแสดงความคิดเห็น