(มีคลิป) หนุ่มขอความช่วยเหลือ หลังซื้อสินค้าแต่ไม่ได้รับ ล่าสุดเข้าแจ้งความ หวั่นมีคนซ้ำรอย

วันที่ 19 ม.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายประสงค์ หิตานุหิตดี อายุ 27 ปี อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ภายหลังจากที่ตนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากได้ไปซื้อสินค้าเครื่องซักผ้า ยี่ห้อ LG ราคา 6,990 บาท ภายในห้างบิ๊กซีสาขาหางดง เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา และได้จ่ายเงินให้กับ นายสมพร อุสาใจ เป็นเซลขายสินค้าดังกล่าว แต่ในเวลาต่อมากลับไม่ได้สินค้าตามที่กำหนดไว้แต่อย่างใด อีกทั้งยังเสียเงินดังกล่าวโดยไม่ได้คืน และเมื่อแจ้งไปยังบริษัทก็ได้ทราบว่า นายสมพร ได้ลาออกจากการเป็นพนักงานไปแล้ว จึงทำให้ตนต้องติดต่อกับเจ้าตัวโดยตรงจนกระทั่งถึงวันนี้ ยังไม่ได้เงินที่จ่ายสินค้าไปคืน และได้เดินทางเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ไว้เป็นหลักฐาน ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา แต่เรื่องยังไม่คืบหน้าจึงได้ร้องเรียนผ่านสื่อเพื่อให้ช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง

โดยทาง นายประสงค์ หิตานุหิตดี ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ตนกับแฟนได้ตกลงกันว่าจะไปหาซื้อเครื่องซักผ้าเพื่อนำมาใช้ จากนั้นจึงได้เดินทางไปที่ห้างบิ๊กซีสาขาหางดง และได้เข้าไปเลือกดูสินค้าที่บริเวณโซนเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยขณะกำลังเดินดูอยู่นั้นก็ได้พบกับ นายสมพร อุสาใจ ซึ่งเป็นเซลขายสินค้าและได้แนะนำเครื่องซักผ้ารุ่นดังกล่าวให้ตนกับแฟน ตนมีความพึงพอใจจึงตัดสินใจซื้อสินค้าดังกล่าวในราคา 6,990 บาท โดยทาง นายสมพร อุสาใจ เซลขายสินค้าก็ได้ให้ตนจ่ายเงินตามราคาสินค้า ซึ่งตนก็ได้จ่ายไปทั้งหมดและยังเอะใจว่าทำไมถึงไม่มีเอกสารและบิลซื้อขายสินค้าให้กับตน โดยทางพนักงานคนดังกล่าวอ้างว่าบิลและเอกสารจะถูกส่งไปพร้อมกับสินค้าอย่างแน่นอนภายใน 5 วัน แต่หลังจากนั้นผ่านมา 5 วัน ตนก็ยังไม่เห็นสินค้ามาส่งตามที่กำหนดแต่อย่างใด ตนจึงได้ให้แฟนทำการสอบถามคุยกับพนักงานคนดังกล่าว แต่ก็ถูกอ้างว่าสินค้ายังอยู่ที่ กทม. ยังส่งมาไม่ถึง และตนก็ได้รอสินค้าอีกและรู้สึกว่านานเกินไป จนกระทั่งในที่สุดทางตนกับแฟนได้ติดต่อไปยังห้างบิ๊กซีสาขาหางดงและทางห้างได้ขอให้ตนไปแจ้งความลงบันทุกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และตนได้ติดต่อไปยังบริษัทโดยตรงกับผู้จัดการ จึงทราบว่า นายสมพร อุสาใจ ซึ่งเป็นเซลขายสินค้าให้กับตนนั้นได้ลาออกไปแล้ว และกลับไปอยู่ที่บ้าน ซึ่งตนก็ได้พยายามติดต่อไปหาและทาง นายสมพร อุสาใจ ก็บอกว่าจะคืนเงินค่าสินค้าให้ภายในไม่เกินสิ้นเดือนนี้ ซึ่งหากตนยังไม่ได้เงินคืนตามที่เสียไปนั้นก็จะแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสมพร อุสาใจ

นายประสงค์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ตนได้ร้องเรียนในครั้งนี้ ไม่อยากให้มีใคร ประสบเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวแบบตนอีก และอยากเตือนเป็นอุทาหรณ์ เวลาซื้อสินค้าควรมีเอกสารหรือหลักฐาน นอกจากนี้ตนยังอยากฝากถึงคู่กรณีด้วยว่า การทำงานควรมีความซื่อสัตย์สุจริต เพราะเงินแต่ละบาทที่ตนหามาได้นั้น ก็หามาอย่างยากลำบากพอสมควร และเพียงอยากได้เงินที่เสียไปคืนเท่านั้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น