จ.น่าน จัดแข่งขันบั้งไฟขึ้น หรือ บอกไฟ สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ช่วงหลังวันสงกานต์ที่มีมาหลายชั่วอายุคน

เมื่อวันที่ผ่านมา ที่สนามฝึกยิงปืน มณฑลทหารบกที่ 38 จ.น่าน ถูกใช้เป็นสถานที่แข่งขันบั้งไฟ บ้านผาสิงห์ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน จัดขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นแข่งขันบั้งไฟ หรือ บอกไฟ สนับสนุนการแข่งขันโดยเทศบาลเมืองน่านจัดแข่งขันเป็นประจำทุกปี การแข่งขันจะแข่งขันหลังวันสงกานต์ โดยมีประชานให้ความสนใจและส่งเข้าแข่งขันทั้งหมด 128 วาน (ลำ) วาน คือ ลักษณะคำเรียก ของบั้งไฟ โดยแต่ละหมู่บ้านแต่ละอำเภอส่งเข้ามาแข่งขัน รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง แพร่ และ พะเยา ส่งเข้าแข่งขันจำนวน 4 วาน สมัยก่อนนั้น ต้องแข่งขันกันถึง 2 วันจะว่าจะหมดทุกวาน

ลักษณะของบั้งไฟนั้น จะต้องมี ความยาวตั้งแต่หัวถึงปลายหางไม่น้อยกว่า 6 เมตร กระบอกบั้งไฟสำหรับบรรจุดินปืนหรือเฝ่า นั้นความยาว 1 เมตร หนา 3 มิลลิเมตร และมีหวูดเสียงจำนวน 6 คู่ การแข่งขันบั้งไฟจังหวัดน่าน มีมาหลายชั่วอายุคน โดยสมัยก่อนมีขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ แต่ปัจจุบันนี้นั้นมีการแข่งขันขนาดเดียว คือบั้งที่บรรจุดินปืนเพื่อดันตัวบั้งไฟขึ้นไปนั้น มีขนาดความยาว 1 เมตร เป็นที่นิยมในการแข่งขั้น กติกาการแข่งขันนั้น จะต่างไปจากภาคอื่นๆ คือใครสูงที่สุดจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งการแข่งขันบั้งไฟนั้น ทุกวันนี้ เริ่มลดน้อยลงไปทุกปี เนื่องจากคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยให้ความสนใจในศิลปะวัฒนะธรรมนี้ ความสนุกของการแข่งขันบั้งไฟนั้นอยู่ที่จุดแล้วขึ้น หรือจุดแล้วแตก แต่ส่วนใหญ่แล้วจุดแล้วแตกเสียงเฮจะดังกว่าจุดแล้วขึ้นเนื่องจากจะหมดคู่แข่งไปอีกราย บริเวณคนจุดนั้นจะมีกำบังเพื่อป้องกันอันตรายจากบั้งไฟที่แตก บั้งไฟของแต่ละคนนั้น ขึ้นอยู่กับตำราที่สืบทอดกันมา สมัยก่อนการอัดดินปืนเข้าไปนั้นจะใช้คนตอกแต่สมัยนี้ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องอัดแบบไฮโดรริค ซึ่งสามารถอัดได้แน่นกว่าและเยอะกว่า ทำให้บั้งไฟนั้นขึ้นได้สูง ดูจากตัวบั้งไฟแล้ว จะขึ้นเป็นปล้องๆ เนื่องจากมีการอัดเพื่อให้แน่นจนทำให้เหล็กความหนา 3 มิลลิเมตร ขยายตัว โดยสล่าทุกคนนั้นจะมีตำราที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

ร่วมแสดงความคิดเห็น