คนเมืองเชียงใหม่ ในเมืองแห่งกลุ่มชาติพันธุ์

1058
สถิติประชากรศาสตร์ กรมการปกครอง ล่าสุด( ธค.60 ) คนไทยทั้งประเทศมี 66,188,503 คน เป็นชาย 32,464,906 คน หญิง 33,723,597 คน


เฉพาะเชียงใหม่ใน 25 อำเภอ มี 1,746,840 คน แยกเป็นชาย 847,521 คน หญิง 899,319 คน มีสัญ ชาติไทยที่มีรายชื่อในทะเบียนบ้าน 1,601,901 คน ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีชื่อในทะเบียนบ้าน จำนวน 118,213 คน

ที่น่าสนใจคือมีคนอายุ 100 ปี เป็นชาย 55 คน หญิง 83 คน และอายุมากกว่า 100 ปี มี 307 คน แยกเป็นชาย 124 คน หญิง 183 คน กลุ่มช่วงอายุ 50-60 ปี มีจำนวนกว่า 3 แสนคน อายุ 61-70 ปี มีมากกว่า 2 แสนคน ติดอันดับเมืองแห่งผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ

ในสมัยเมื่อ 700 กว่าปี กว่าจะเป็นพิงครัฐ โยนกนคร จนถึง นพบุรีศรีนครพิงค์ได้ ย่อมต้องมีการรวบรวมไพร่พล ชาวบ้าน ชาวเมืองจากหลายๆถิ่นฐานมารวมเป็นหนึ่ง เช่น กลุ่มลัวะ สมัยเวียงเชรษฐบุรี ชุมชนโบราณที่ราบเชิงดอยเทพ ซึ่งเดิมเคยเป็นเวียงเจ็ดลิน บรรดาลูกหลาน สืบสายสาแหรก ปัจจุบันจะกระ จายอยู่ใน อ.หางดง ละแวกบ้านขุนคง หนองช้าง ทุ่งแพร่ง และบางส่วนที่บ้านห้วยแก้ว อ.สันกำแพง

กลุ่มเม็งหรือมอญ ที่เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ ตามตำนานอดีตกาลเล่าว่า อยู่ที่ราบลุ่มริมน้ำแม่ระมิงค์ ครั้งจามเทวีนครนั้นเรียกกลุ่มนี้ว่า เมงคบุตร หรือลูกเม็ง พอถึงยุคสร้างบ้าน สร้างเมืองเชียงใหม่ ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่ ชาวมอญรุ่นต่อๆมา จะอยู่บริเวณบ้านสันนาเม็ง อ.สันทราย บ้านร้องปู่เม็ง อ. สันกำแพง เชียงใหม่ ส่วนที่ลำพูนจะอยู่แถวๆบ้านเรือน ,แม่แรง อ.ป่าซาง

นอกจากนั้นก็จะมีชาวเขินหรือไทเขิน ซึ่งอพยพมาจากเมืองเชียงตุง ชาวจีนฮ่อ จากสิบสองปันนา ไม่นับรวมชาวจีน ชาวแขก ชาวไตใหญ่ ชาวฝรั่ง ที่เข้ามาอาศัยใบบุญแผ่นดินเชียงใหม่ สมัยที่เคยเป็นราชธานีแห่งอาณาจักรล้านนา

จนกระทั่งปักหลักปักฐาน สืบสายตระกูลต่อๆกันมา กระจายอยู่ในแต่ละอำเภอของเชียงใหม่ เป็นชุมชนใหญ่ๆ เช่น ชุมชนจีนฮ่อ แถวบ้านท่อ ชุมชนแขก มุสลิม ย่านช้างคลาน ชุมชนชาวเขิน ไทเขิน ชุมชนชาวไต ไทใหญ่ หลังวัดป่าเป้า นครเชียงใหม่ เป็นต้น

หากเจาะลึกฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์แต่ละอำเภอ ยังมีสาระน่าติดตามอีกมาก เช่น ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จะมีชนเผ่าอาข่า(อีก้อ) ลีซู(ลีซอ) ลาหู่(มูเซอ) ปกากะญอ (กะเหรี่ยง)คะฉิ่น ,ละว้า (ลัวะ)และ จีนฮ่อ นับเป็นคนเมืองอยู่ที่เชียงดาวกว่าหมื่นคน จึงทำให้ เชียงใหม่ เป็นเมืองแห่งกลุ่มชาติพันธุ์ ด้วยประการะฉะนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น