เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 เวลา 11.00 น. โดยการอำนวยการของ นายภูษิต พรหมมาณพ ผอ.สำนักฯ นายชัยรัตน์ แสงปาน ผอ.ส่วนป้องกันฯ/ผอ.ศปก.พป.พร.-นน. และนายประสิทธิ์ ท่าช้าง ผอ.ศูนย์ป่าไม้น่าน / นายมนตรี พลภักดี หน.หน่วยฯ/หน.ชปก.พป.พร.-นน.ที่ 1 และนายณัฐชนน คนสูง หน.สายตรวจปราบปรามฯสาย 2 น่าน /ร.ต.ท.สมบัติ แกล้วกล้า ตำรวจ ศปทส.ภ.จ.น่าน ร่วมกับ จนท.-หน่วยฯนน.13(น้ำสา)/ชปก.พป.พร.-นน.ที่ 1 , สายตรวจปรามสาย 2 น่าน ,ชดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ร้อย ตชด.323 โดย พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม ผกก.ตชด.32, พ.ต.ท.ภูมิชาย พันธ์กล้า รอง ผกก.ตชด.32, พ.ต.ท.อุดม เป็งนวล ผบ.ร้อย ตชด.323 /ด.ต.ภูดิส ต๊ะนิล /ด.ต.ชูชาติ ผูกจิต และ ส.ต.ต.ฤทธิชัย วงสกุล พร้อมด้วย หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.2 (แม่สอง), ศปทส.ภ.5 และ จ.แพร่, สายตรวจสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (แพร่), ชุดปฏิบัติการร่วมพิทักษ์ป่าพื้นที่รอยต่อแพร่-น่าน ที่ 2 ร่วมกันตรวจยึดการกระทำผิด พรบ.ป่าไม้พร้อมของกลาง 1.ไม้ชิงชันท่อน จำนวน 2 ท่อน ปริมาตร 0.39 ลบ.ม. ค่าเสียหายรัฐ 58,500 บาท
2.ไม้ขิงขันแปรรูป จำนวน 1 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.11 ลบ.ม.ค่าเสียหายรัฐ 33,000 บาท
3.รถยนต์กระบะบรรทุกตอนเดียวยี่ห้อ Isuzu d-max โฟวิล สีเทาทะเบียน บม 1670 แพร่ จำนวน 1 คัน
4.เลื่อยโซ่ยนต์ Steam สีส้มพร้อมโซ่และบาร์ยาว 24 นิ้วจำนวน 1 เครื่อง
5.ผ้าใบสีเทาจำนวน 1 ผืน
โดยกล่าวหาว่า – กระทำผิด พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11 “ทำไม้ หรือเจาะหรีอสับหรือเผาหรือทำอันตรายด้วยประการใดๆแก่ไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต” มาตรา 48 “ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ห้ามมิให้ผู้ใดมีไม้ชิงชันแปรรูป ไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 “ทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต” พรบ.เลื่อยโซ่ยนต์พ. ศ. 2545 มาตรา 4 ข้อหาฐานห้ามมิให้ผู้ใดมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต
หลังจากที่ จนท.ชุดจับกุมได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ซึ่งสืบทราบว่าจะมีกลุ่มนายทุนค้าไม้ชิงชันข้ามชาตืจากจังหวัดแพร่ ได้ลักรอบขนไม้ชิงขัน โดว่าจ้างชาวเขาในพื้นที่ตัดและแปรรูปไม้และใช้รถยนต์กระบะบรรทุกตอนเดียวยี่ห้อ Isuzu d-max โฟวิล สีเทาทะเบียน บม 1670 แพร่ ที่ใช้ลักลอบขนไม้ผิดกฎหมายตามเส้นทางบ้านบ่อหอย – บ้านครกหนานทา หมู่ 6 บ้านบ่อหอยตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสาจังหวัดน่าน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำสาฝั่งขวาดอนขุน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุพบรถยนต์คันดังกล่าวมีชายคนหนึ่งกำลังแปรรูปไม้ชิงชันอยู่บนท้ายรถกระบะ จึงได้หยุดรถเพื่อตรวจสอบปรากฏว่าชายดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทิ้งเลื่อยโซ่ยนต์แล้วกระโดดหนีลงจากรถกระบะเข้าป่าข้างทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถพึ่งติดตามจับได้จึงได้กลับมาตรวจสอบที่รถโดนพบไม้ชิงชันท่อน จำนวน 2 ท่อนและไม้ชิงชัน แปรรูป 1 แผ่นโดยมีเลื่อยโซ่ยนต์ตกอยู่ข้างรถพบมีร่องรอยการแปรรูปไม้เศษขี้เลื่อยที่กระจายอยู่บนกระบะท้ายรถจากการตรวจสอบปรากฏว่าเป็นไม้ชิงชันแปรรูปด้วยเลื่อยโซ่ยนต์มาใหม่ๆและไม้ท่อนกำลังทำการเปิดปิดบางส่วน ซึ่งไม้ไม่มีรอยดวงตาของพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือภาคเอกชนที่ประทับไว้ที่ส่วนต่างๆของไม้แต่อย่างใด
จึงได้นำของกลางทั้งหมดที่ทำการตรวจยึด มายังหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน.13(น้ำสา) ชุดปฏิบัติการร่วมพิทักษ์ป่าพื้นที่รอยต่อจังหวัดแพร่-น่านที่ 1
พร้อมตรวจสอบเอกสารผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวพบว่าเป็นของนางสาวไหม แซ่หาญ อยู่บ้านเลขที่ 3/3 หมู่ 8 ตำบลห้วยโรง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่และยังพบใบขับขี่รถยนต์เลขที่ 1 พร.00154/52 ชื่อนายอนุทัยแซ่โย่ง วางอยู่ในช่องเก็บของของข้างคนขับจึงได้ตรวจยึดไว้
ก่อนที่จะนำเอาเอกสารทั้งหมดพร้อมของกลาง นำส่ง พตท.นิรันดร์ ปวนธิ พงส.สภ.เวียงสา เพื่อเร่งติดตามหาตัวผู้ที่กระทำผิดเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป