ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันหยุดที่ผ่านมานักท่องเที่ยว แห่ผจญภัยท้าลมหนาว เดินพิชิตดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งเป็นยอดดอยที่สูงอัน 3 ของประเทศไทย แต่เป็นภูเขาหินปูนที่สูงที่สุดในประเทศ ต้องเดินเท้าขึ้นไปเท่านั้น ระยะทาง 8,500 เมตร แต่ใช้เวลาเดินทางไปกลับ 12 ชั่วโมง โดยปีนี้ทางทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ได้มีการจัดระเบียบการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวได้วันละ 150 คน เพื่อลดความแออัดและไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย-ชาวต่างชาติ ต่างพากันมาลงชื่อพร้อมกับรับฟังการบรรยา เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งการเดินทาง ข้อห้ามและกฎระเบียบ ที่ห้องประชุมของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่  ก่อนจะเดินทางขึ้นไปพิชิตยอดดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนต้องนำรถมาจอดที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ก่อนจะขึ้นรถที่ทาง จนท.เตรียมไว้ นำสัมภาระข้าวของเครื่องใช้มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนออกเดินทาง ถ้าหากใครมีสัมภาระเยอะ ก็สามารถจ้างลูกหาบๆขึ้นไปให้ได้

หลังจากนั้น ก็จะเดินทางจากเขตระยะทาง 32 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าขุนหวยแม่กอก หรือ “เด่นหญ้าขัด’’ เพื่อเดินเท้าต่อขึ้นไปพักแรมยังอ่างสลุง ระยะทาง 8,500 เมตร ยอดดอยหลวงเชียงดาวนั้น

มีความสูง 2,225 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ถือเป็นยอดเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศ รองจากดอยอินทนนท์และดอยฟ้าห่มปก แต่เป็นภูเขาหินปูนสูงที่สุดในประเทศ และลักษณะของดอยหลวงเชียงดาวนั้น จะเป็นรูปคล้ายเกือกม้า

ซึ่งการเดินทางพิชิตดอยหลวงนั้น บอกได้เลยไม่ธรรมดา ผู้ที่จะเดินขึ้นไป นั้นต้องมีการเตรียมความพร้อม ทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ชอบความสะดวกสบาย เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาการเดินทาง ไปกลับประมาณ 10 -12 ชั่วโมง แต่ถ้าหากนักท่องเที่ยวท่านใดรักธรรมชาติ และต้องการไปสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริงแล้ว ก็จะไม่ผิดหวัง

เพราะดอยหลวงเชียงดาว หรือป่าหิมพานต์แห่งลานนานั้น จะมีป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าสนเขา ป่าดิบแล้งเแล้ว  นอกจากนี้ดอยหลวงเชียงดาว ยังมีสังคมพืชป่าละเมาะเขาสูง (หรือป่ากึ่งอัลไพน์) ซึ่งมีที่เดียวในเมืองไทยอีกด้วย

ขณะเดียวกันตลอดเส้นทางที่เดินผ่านนั้น ก็จะมีดอกไม้พรรณ ไม้ประจำถิ่นมากถึง 60 ชนิด ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงาม อย่างไรก็ตามเมื่อหลายคนขึ้นไปแล้ว ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์เดินเท้าขึ้นมาพิชิตดอยหลวงเชียงดาว นอกจากธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ไอหมอกที่เคลื่อนตัวผ่านดอยหลวงเชียงดาว ผ่านช่องดอยสามพี่น้อง ดอยปิระมิด ประกอบกับพระอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเย็น สร้างความประทับใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และนี้ก็เป็นเสน่ห์ของดอยหลวงเชียงดาว สูงเสียดฟ้าที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องการไปพิชิต

นายประกาศิต ระวิวรรณ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เปิดเผยว่า หลังจากที่ผ่านมาประสบปัญหาเรื่องขยะและนักท่องเที่ยวเข้ามากันจำนวนมาก ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้น ไม่ได้เปิดเพื่อการท่องเที่ยว เปิดเพื่อเป็นพื้นที่คุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยให้สัตว์ป่าปลอดภัย และเป็นแหล่งอนุรักษ์ขยายพันธุ์สัตว์ป่า แต่มีเพียงบางส่วนที่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปเที่ยวได้

ดังนั้น ปีนี้ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ได้มีการจัดระเบียบนักท่องเที่ยว ซึ่งเปิดมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา จำกัดนักท่องเที่ยววันละ 150 คน โดยจัดการให้มีระบบผู้นำทาง 1 คน ต่อนักท่องเที่ยว 10 คน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวนั้น ต้องมีการลงทะเบียนจองผ่านเวปไซต์ ของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเท่านั้น เพื่อเป็นการลดความแออัด และไม่ให้กระทบกับสิ่งแวด ล้อมและสัตว์ป่า ที่อาศัยอยู่ในดอยหลวงเชียงดาว