เวลา 10.30 น.วันที่ 7 ธ.ค.61 ที่ศาลากลาง จ.เชียงราย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 75 กระสอบ ประมาณ 15 ล้านเม็ด วิสามัญผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายอานัท จิวัฒน์ภักดี อายุ 30 ปี ที่อยู่ 280 หมู่ 9 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ยึดของกลางเป็น รถยนต์กระบะจำนวน 2 คัน รถยนต์เก๋ง 1 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน ปืนพกสั้น 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยเหตุเกิด เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณริมถนนหมายเลข 4013 หมู่ 1 ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ติดต่อกับ อ.เมือง จ.เชียงราย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่รัฐบาลได้ทุกหน่วยงานได้บูร ณาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมเป็นระยะเวลา 3 เดือน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มใหญ่กลุ่มเดิม ยังคงมีพฤติกรรมขนยาเสพติดเข้ามาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายปี ซึ่งล่าสุดวันที่ 3 ธ.ค.ได้สืบทราบว่าจะขนยาเสพติดไปบนถนนสายดังกล่าว จึงได้นำกำลังออกสกัด

จนกระทั่งพบ นายอานัท ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิซูบิชิ สีดำ หมายเลขทะเบียน ผฉ 2129 เชียงราย ไปตามถนนสายดังกล่าว และมีรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเทาดำ ติดหมายเลขทะเบียนปลอมเป็น กร 7252 เชียงราย ด้านหลังบรรทุกกระสอบฟางมาเต็มลำ ไปจอดข้างทางและกำลังช่วยกันลำเลียงไปให้รถคันแรก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าไปตรวจสอบ แต่กลุ่มคนดังกล่าวได้พากันหลบหนี และมีการยิงอาวุธปืนใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการยิงตอบโต้กัน ทำให้นายอานัท ถูกกระสุนปืนเจ้าหน้าที่เสียชีวิตคาที่ ส่วนคนอื่นๆ หลบหนีไปได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านของนายอานัท ได้ตรวจยึดรถยนต์เก๋งและจักรยานยนต์ของกลางเอาไว้ ปัจจุบันกำลังติดตามจับกุมคนที่หลบหนีอยู่ คาดว่ามีหลายคน

พล.ท.ฉลองชัย กล่าวว่า นโยบาย 3 เดือนดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมาปัจจุบันผ่านมาได้ 43 วันแล้ว ซึ่งจากสถิติพบว่าเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางยาบ้ามาได้แล้วกว่า 79 ล้านเม็ด โดยสัดส่วนเป็นการตรวจยึดได้ที่ชายแดนประมาณ 50% และพื้นที่ชั้นในอีก 50% ดังนั้นจึงต้องร่วมบูรณาพร้อมกันทุกฝ่าย ทั้งทหารที่อยู่ชายแดน ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ที่อยู่ชั้นใน รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชน ให้ช่วยแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ด้วย

สำหรับยาเสพติดที่ลักลอบนำเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคเหนือ พบว่าใช้เส้นทางจาก จ.เชียงราย กว่า 70 % ดังนั้นทางตำรวจซึ่งดูพื้นที่ตอนใน จึงมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดต่างๆ เอาไว้กว่า 79 แห่ง เพื่อสนับสนุนภารกิจสกัดกั้นต่างๆ

ด้าน พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.กล่าวว่า ขบวนการค้ายาเสพติดรายนี้ เป็นรายใหญ่ที่อาศัยอยู่ตามอำเภอชายแดนในหลายจังหวัด โดยเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งที่มีจำนวนมาก สำหรับรายนี้เริ่มพบเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี 2557 โดยเริ่มถูกจับกุมยาเสพติดจำนวนมากได้ที่ จ.แพร่ จากนั้นกลางปี 2560 ก็ถูกตรวจยึดของกลางยาบ้าได้ 39 กระเป๋าเป้ รวมยาบ้า 3.6 ล้านเม็ด แต่ก็ไม่หยุดแล้วเคลื่อนไหวเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 3 ธ.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบทราบว่า จะขนเข้ามาจำนวนมากอีก จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้นได้ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้า ที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุมคนที่เหลือเพื่อขยายผลต่อไป

ในส่วนของปริมาณยาเสพติด ที่เข้ามาจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และสามารถจับกุมได้จำนวนมาก ทางแหล่งข่าวแจ้งว่าเกิดจากการการันตี ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ว่าหากยาเพสติดถูกจับได้จะชดใช้ให้อีกเท่าตัว รวมไปถึงสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิต ซึ่งแต่ก่อนใช้วัตถุจากสารสกัดจากธรรมชาติซึ่งมีต้นทุนสูง แต่ปัจจุบันใช้สารเคมีที่เป็นสารตั้งต้น ซึ่งมีการลักลอบส่งออกจากภายในประเทศไทย ทำให้มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง ประกอบกับมีปริมาณของโรง งานที่เพิ่มขึ้นตามแนวชายแดน ทำให้มีการผลิตที่มากขึ้นกว่าเดิม

และในองค์ประกอบสุดท้าย คือในช่วงฤดูการท่องเที่ยวนี้ ทำให้กลุ่ขบวนการแผงตัวมากับนักท่องเที่ยว และลักลอบขนยาเสพติดในช่วงนี้เป็นจำนวนมาก แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็เข้มงวดทั้งตามแนวชายแดน รวมไปถึงชั้นในของประเทศ นอกจากนี้ทางรัฐบาลก็ได้ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหาข้อมูลด้านการข่าว ทำให้สามารถสกัดกั้นขบวนการได้อย่างต่อเนื่อง