ชาวบ้านในตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ใช้พื้นที่ภายในบ้านปลูกพืชผักสวนครัว หลากหลายชนิด โดยใช้วิธีการทำแบบอินทรีย์ ตามรอยพ่อ ซึ่งจะเลือกพันธ์พืชที่มีความสมบูรณ์ดี ทานอร่อย เป็นที่ต้องการของตลาด ในแต่ละปีที่ทำจะมีพ่อค้าแม่ค้าเดินทางมารับซื้อ จนไม่สามารถผลิตได้ทันผลผลิตที่มีทั้งกระหล่ำดอก บอคเคอรี่ ผักคะน้า กวางตุ้ง รวมทั้งพืชผักผลไม้อีกหลายชนิดที่กำลังสวยงามเบ่งบาน สามารถเก็บผลผลิตได้ แทบทุกอย่างเป็นการทำการเกษตรแบบพอเพียง

นายสมบูรณ์ ครองทรัพย์ ชาวบ้านท่าวังทอง เลขที่ 275 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ใช้เวลาหลังจากว่างเว้นจากฤดูกาลทำนา โดยใช้พื้นที่ภายในบริเวณบ้านทำการปลูกพืชผักสวนครัว หลากหลายชนิด เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับลำน้ำแม่อิง ซึ่งไหลมาจากกว๊านพะเยา ทำให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี จึงสามารถปลูกผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ประกอบกับตนเองมีอาชีพเกษตรกรรม จึงได้ทำทุกอย่างที่เป็นการเกษตรเกษตร โดยมีการทดลองปลูกพืชผักสายพันธุ์ผักหลายๆ พันธุ์ และก็เลือกสายพันธุ์ที่ดี ทานแล้วอร่อยที่สุดมาปลูก นอกจากนั้นยังเป็นที่ต้องการของตลาด จึงทำให้มีลูกค้ามารับซื้อเป็นประจำเพราะผักของตัวเองจะหวานกรอบอร่อย เนื่องจากใช้วิธีการทำแบบเกษตรอินทรีย์ โดยบอคเคอรี่ จะขายในราคา ก.ก.ละ 40 บาท กระหล่ำดอก ก.ก.ละ 30 บาท ผักที่ปลูกก็จะบอคเคอรี่ กระหล่ำดอก ผักกวางตุ้ง ผักฮ่องแต้ ข้าวโพดหวาน จะปลูกสลับสับเปลี่ยนกันไปตามสภาพอากาศ ในหนึ่งปี จะเลือกปลูกเพียงสองครั้งเท่านั้น ผักจะมีรสชาติและคุณภาพดีก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเช่นกัน ถ้าปลูกในสภาพอากาศที่เหมาะจะทำให้มีคุณภาพในแต่ละวันจะมีลูกค้าภายในหมู่บ้าน และต่างหมู่บ้านเข้ามาซื้อถึงที่เพื่อจะได้ผักสดไปรับประทาน

นอกจากนั้นก็จะมีกลุ่มแม่ค้ามารับซื้อเพื่อไปขาย เพราะมีขาประจำอยู่แล้ว ผักจะไม่ใส่สาร ยาฆ่าแมลง จะใส่ปุ๋ยคอก เพราะที่บ้านเลี้ยงงัว จะนำปุ๋ยคอกที่ได้จากวัวมาใส่ในแปลงผัก ทำให้ลูกค้าที่มาซื้อมั่นใจว่าผักปลอดสารพิษจริงๆ ก่อนหน้านี้ก็ซื้อผักจากตลาดทั่วไปมารับประทาน แต่ผักมีกลิ่นของยาฆ่าแมลง จึงปลูกทานเองมาตลอดโดยเฉพาะผักที่ทานกันเป็นประจำจะปลูกไว้ทานเองทั้งหมด จากนั้นก็ทำการขยายแปลงออกไปจนทำให้เพื่อนบ้านมาซื้อไปทานกัน และมีการขยายตลาดมีแม่ค้ามารับซื้อไปขายต่อเป็นประจำ ทำให้เกิดรายได้เป็นอย่างดี แปลงผักแต่ละแปลงจะใช้เวลาในการปลูกประมาณสองเดือนก็จะเก็บผลผลิตได้ ต่อครั้งก็มีรายได้ไม่ต่ำกว่าสองหมื่นบาท นอกจากนี้ยังมีมะละกอพันธ์ยาวพันธุ์แขกดำ มีความยาวถึง 60-70 เซ็นติเมตรที่ปลูกไว้ทั้งทานเองและแจกจ่ายเพื่อนบ้าน และขายให้กับแม่ค้าที่ใช้ทำส้มตำขายอีกด้วย ซึ่งจะปลูกทั้งออล์แลนด์ และแขกดำ สำหรับออล์แลนด์จะกินตอนสุกเพราะรสชาติจะหวานกรอบไม่แฉะ ซึ่งพอผลผลิตออกมาก็จะมีคนเดินทางมาซื้อจนหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น