แรงงานต้องได้รับความคุ้มครอง มีสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐาน และอยู่ในสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม เป็นโจทย์สำคัญที่ทำให้รัฐบาล โดยกระทรวงแรงงานเดินหน้าแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับเก่า ที่บังคับใช้มานานกว่า 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงได้ยกร่างกฎหมายฉบับใหม่ หรือ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …

โดยมีสาระสำคัญ เพื่อเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างลากิจธุระอันจำเป็นได้ปีละ 3 วัน โดยได้รับค่าจ้าง เพิ่มสิทธิลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ สามารถลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตรได้ จำนวน 98 วัน เพิ่มสิทธิค่าชดเชย 400 วัน ให้ลูกจ้างที่อายุงาน 20 ปีขึ้นไป และถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด และให้ความคุ้มครองดูแลสิทธิของแรงงานสตรี ให้ได้รับค่าจ้างเท่าเทียมกับแรง งานชายในงานที่เหมือนกัน

กรณีมีการเปลี่ยนตัวนายจ้าง เปลี่ยนนิติบุคคล หากลูกจ้างไม่ยินยอม ก็สามารถรับค่าชดเชยตามกฎหมายฉบับนี้ กรณีนายจ้างย้ายสถานประกอบการไปที่อื่น หากลูกจ้างไม่ตามไปก็สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างได้ และได้สิทธิค่าชดเชย เพิ่มอัตราดอกเบี้ยกรณีนายจ้างไม่จ่ายค่าตอบแทนหรือปิดกิจการไม่บอกกล่าวล่วงหน้า จากเดิมร้อยละ 7.5 ต่อปี เพิ่มเป็นร้อยละ 15 ต่อปี

ขณะที่ นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.คุ้ม ครองแรงงาน ฉบับใหม่นี้ว่า การยกร่างกฎหมายดังกล่าว ทำโดยคณะกรรมการไตรภาคี ประ กอบด้วย ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง และผู้แทนฝ่ายภาครัฐ ดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 ไม่ได้มีการเร่งรีบออกกฎหมายแต่อย่างใด โดยได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ทั้งการจัดสัมมนาและผ่านทางเว็บไซต์ โดยได้วิเคราะห์อย่างรอบ คอบและคำนึงถึงทุกฝ่ายแล้ว

ทั้งนี้ภาพรวมลูกจ้างในระบบราว 9 ล้าน 5 แสนคน จะได้รับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากกฎหมายฉบับใหม่นี้ แต่ขณะนี้กฎหมายยังอยู่ในขั้นตอน ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถึงจะมีผลบังคับใช้ในหลังจาก 30 วัน นับจากวันที่ประกาศ ซึ่งก่อนกฎหมายฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ จะเร่งสร้างความเข้าใจแก่ นายจ้างและลูกจ้างทั่วประเทศ เพื่อให้นายจ้าง ลูกจ้างสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ภายใต้ความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

ทั้งนี้ คาดว่าร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับใหม่นี้จะบังคับใช้ในเดือน กุมภาพันธ์ 2562 ถือเป็นความพยายามอีกก้าวของรัฐบาล ที่หวังจะให้ผู้ใช้แรงงานได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นสวัสดิการจากกฎหมายฉบับใหม่ และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ร่วมแสดงความคิดเห็น