“สิว” กับ “ผิวหน้า” เป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร หลายคนถึงกับกุมขมับ เมื่อมีสิวขึ้นตามตำแหน่งต่างๆ บนใบหน้า เพราะต้องหาวิธีกำจัดสิวออกไปให้เร็วที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่า สิวที่ผุดขึ้นบนใบหน้านั้น ไม่ได้บอกแค่ สุขภาพผิวหน้าเราไม่ดีเท่านั้น แต่ยังบอกถึงความผิดปกติของสุขภาพกายได้อีกด้วย

วันนี้ “เชียงใหม่นิวส์” จะพาคุณไปรู้จักกับศาสตร์ใหม่แห่งการวิเคราะห์สภาพผิวแบบ Face Mapping

การวิเคราะห์สภาพผิวแบบ Face Mapping คืออะไร
การวิเคราะห์สภาพผิวแบบ Face Mapping คือ กระบวนการพิสูจน์และวิเคราะห์สภาพผิวด้วยศาสตร์ตะวันออก โดยมีปรัชญาพื้นฐานว่า “ผิวหน้าสามารถบ่งบอกได้ถึงสุขภาพภายในร่างกายที่มีผลกระทบต่อผิวพรรณ”

หลักในการวิเคราะห์สภาพผิวแบบ Face Mapping ต่างจากการวิเคราะห์แบบทั่วไปอย่างไร
เป็นการวิเคราะห์สภาพผิวที่ละเอียดกว่าการวิเคราะห์ผิวโดยทั่วไป เพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า หากส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายได้รับบาดเจ็บ จะส่งผลต่อสุขภาพผิวหน้าของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิว ผื่น หรือสีผิวที่เปลี่ยนแปลง

ตำแหน่งสิวบอกปัญหาสุขภาพ

1.สิวบริเวณหน้าผาก หมายถึง ระบบย่อยอาหารหรือกระเพาะปัสสาวะกำลังมีปัญหา
วิธีรักษา : ให้ดื่มน้ำมากขึ้น หรือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

2.สิวบริเวณหว่างคิ้ว หมายถึง ตับกำลังมีปัญหา เนื่องจากมีปัญหาในการย่อยแลคโทส (ดื่มนมไม่ได้) การทานอาหารรสจัด หรือทานอาหารดึกเกินไป
วิธีรักษา : ควรงดอาหารรสจัด และงดมื้อดึก

3.สิวบริเวณหูทั้งสองข้าง หมายถึง ไตกำลังมีปัญหา
วิธีรักษา : ลดการรับประทานเนื้อสัตว์ลง และควรรับประทานกระเทียมสด ผัก ผลไม้ และเนื้อปลาให้มากขึ้น

4.สิวบริเวณโหนกแก้ม หมายถึง ต่อมไซนัสหรือปอดกำลังมีปัญหา เพราะสูบบุหรี่จัด แพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ หรือเป็นหวัดเรื้อรัง
วิธีรักษา : ควรลดอัตราการสูบบุหรี่ลง และพักผ่อนให้เพียงพอ

5.สิวบริเวณแก้มด้านล่าง หมายถึง เหงือก หรือฟัน กำลังมีปัญหา

6.สิวบริเวณดวงตา หมายถึง ไตกำลังมีปัญหา หรืออาจเป็นภูมิแพ้
วิธีรักษา : ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น และพักผ่อนเยอะๆ

7.สิวบริเวณจมูกและเหนือริมฝีปาก หมายถึง หัวใจกำลังมีปัญหา หรือระบบสืบพันธุ์กำลังมีการเปลี่ยนแปลง โดยหากสิวมีสีแดงเปล่งปลั่ง อาจบ่งบอกถึงโรคความดันโลหิตสูง แต่ถ้าเป็นสิวอุดตันหรือสิวหัวดำ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หากมีสิวบริเวณนี้อาจหมายถึงผลกระทบของการตั้งครรภ์ การมีประจำเดือน การรับประทานยาคุมกำเนิด
วิธีรักษา : ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ และงดอาหารเค็ม

8.สิวบริเวณคาง หมายถึง ลำไส้เล็กกำลังมีปัญหา ซึ่งเป็นผลจากการรับประทานอาหารที่มีรสจัดเยอะเกินไป หรือรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา
วิธีรักษา : ควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร เช่น ข้าวหรือ ผักใบเขียวต่างๆ หรืออาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันดอกคำฝอย และน้ำมันดอกทานตะวัน

9.สิวบริเวณคอและหน้าอก หมายถึง คุณกำลังมีความเครียดสูง
วิธีรักษา : พยายามผ่อนคลายตัวเอง และทำจิตใจให้แจ่มใส

จะเห็นได้ว่าการรับประทานอาหารส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพและการเกิดสิว ดังคำกล่าวที่ว่า “You are what you eat”

ดังนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด

อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการเกิดสิวอาจไม่ได้เกิดจากปัญหาสุขภาพเสมอไป แต่อาจเกิดจากความสกปรกบริเวณผิวหน้าของเราเอง ที่มาจากการสัมผัสโดยมือของเรา โทรศัพท์ที่มีเชื้อโรค หรือแม้แต่เครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพก็อาจเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น