เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง ในพื้นที่ ต.จำป่าหวาย อ.เมือง จ.พะเยา ต้องได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังสภาพอากาศแปรปรวน และมีฝนตกลงมาช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้หอมแดง ที่เกษตรกรปลูกไว้ รวมมากกว่า 1,000 ไร่ ในพื้นที่ของตำบลได้รับความเสียหายเกิดการยุบตัว และแห้งเหี่ยวตายเกือบทั้งหมดพื้นที่

นายพิสิษฐ์ ละเอียดธำรงค์ ผู้ใหญ่บ้านและเกษตรกร พร้อมเพื่อนเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงในพื้นที่บ้านจำป่าหวาย หมู่ที่ 2 ต.จำป่าหวาย อ.เมือง จ.พะเยา พาผู้สื่อข่าวเข้าดูแปลงหอมแดงที่ตนเองปลูกไว้ จำนวนกว่า 5 ไร่ ที่กำลังเหี่ยวเฉา และเป็นเชื้อราที่ต้นหอมและส่งผลให้หอมหอมเน่าเสีย ไม่เจริญเติบโต หลังจากที่ผ่านมาในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงในพื้นที่จ.พะเยา แทบทุกอำเภอได้เกิดฝนตกลงมา และอุณหภูมิลดลงรวมทั้งช่วงเช้า มีหมอกลงจัด และกลางวันจะมีอากาศที่ค่อนข้างร้อน ส่งผลให้หอมแดงที่เกษตรกรปลูกไว้ ได้รับผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง

โดยนายพิสิษฐ์ ละเอียดธำรงค์ ผู้ใหญ่บ้านและเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงบ้านจำป่าหวาย กล่าวว่า ตนเองปลูกหอมแดง จำนวนประมาณ 5 ไร่ เพื่อใช้เป็นพันธุ์ในการเพาะปลูกช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมาต้องประสบปัญหากับสภาพอากาศแปรปรวน เกิดฝนตกลงมาในพื้นที่ และอุณหภูมิลดลงรวมทั้งช่วงเช้ามีหมอกลงจัด และกลางวันจะมีอากาศที่ค่อนข้างร้อน ทำให้ต้นหอมที่กำลังเจริญเติบโต เป็นเชื้อราที่บริเวณใบ และต่อมาเกิดอาการเหี่ยวเฉา และที่บริเวณหัวหอม ก็เกิดการเน่าเสีย ได้รับความเสียหายแทบทั้งหมด จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่แทบทุกราย ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันหมด เนื่องจากเกิดภาวะอากาศที่แปรปรวนดังกล่าว

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่าในพื้นที่ ต.จำป่าหวาย มีหอมแดงของเกษตรกรไม่น้อยกว่า 1,400 ไร่ ได้รับความเสียหายจากผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนในครั้งนี้ เบื้องต้นทางผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้รายงานความเสียหายให้ทางอำเภอทราบแล้ว สำหรับผลผลิตหอมแดงในพื้นที่ ต.จำป่าหวาย ถือว่าเป็นแหล่งผลิตหอมแดงที่มีคุณภาพและใหญ่ที่สุดของ จ.พะเยา สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่แต่ละปี มากกว่า 50 ล้านบาท แต่ในปีนี้ได้รับผลกระทบหนัก คาดว่าผลผลิตหอมแดงในพื้นที่ จะลดลงมากกว่า 50 %

ร่วมแสดงความคิดเห็น