เมืองที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติภูเขาสูงเทียมเมฆ เรื่องประวัติศาสตร์อารยะธรรมอันยาวนาน ทรงคุณค่าแห่งการมาเยี่ยมเยือนอย่างยิ่ง สมดั่งดินแดนความงามแห่งขุนเขา เมืองเก่าที่มีชีวิต “น่าน” ยังมีความหลากหลายในแต่ละอำเภอใน 15 อำเภอ ทริปนี้เราเดินทางท่องเที่ยวใน “อำเภอปัว และบ่อเกลือ”

จากจังหวัดน่านเดินทางตามถนนหลวงหมายเลข 1080 และ 1256 สู่ “อำเภอปัว” เมืองเล็กๆของจังหวัดน่าน สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดน่าน อำเภอปัวเป็นอำเภอศูนย์กลางเศรษฐกิจทางตอนบนของจังหวัดน่าน สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอปัว อาทิ “ต้นดิ๊กเดียม” ในวัดบ้านปรางค์ ตำบลปัว เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะพิเศษคือใบไม้จะไหวสั่นทุกครั้งที่ถูกสัมผัส “วัดพระธาตุเบ็งสกัด”สันนิษฐานว่าพระยาภูคาได้สร้างเมืองปัวโบราณหรือเมืองวรนครเพื่อให้ เจ้าขุนฟอง พระราชบุตรบุญธรรมมาปกครอง “วัดต้นแหลง” วิหารทรงตะคุ่มหลังคาลาดต่ำ ซ้อนกัน 3 ชั้น ลักษณะเดียวกับบ้านเรือนแบบเดิมของชาวไทลื้อแถบสิบสองปันนา สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

“ ถิ่นผู้กล้าพญาผานอง ท่องอุทยานภูคา
ทอผ้าไทลื้อ เลื่องลือเครื่องเงิน ”

แสงสีส้มทองฉายแสงขึ้นจากหลังทิวเขา พื้นที่ราบลุ่มของอำเภอปัว ทุ่งนาหลงเหลือแต่ตอซังข้าว อากาศยังหนาวเย็นให้ได้สัมผัส ผู้คนต่างทยอยมาจับจ่ายข้าวของที่ “กาดเมืองปัว”หรือ ตลาดเทศบาล 1 ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน บรรยากาศยามเช้าพ่อค้าแม่ค้านำข้าวของวางจำหน่ายทั้งภายในอาคาร และภายนอกตามพื้นริมทางเดิน ผู้คนทักทายยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่เป็นของกินอาหารท้องถิ่น พืชผักที่ออกตามฤดูกาล ของใช้ทั่วไปงานหัตถกรรมจักสานราคาย่อมเยา เราสนุกสนานไปกับอาหารพื้นบ้านขนมท้องถิ่นที่ได้ลิ้มลองจนอิ่มท้อง ตลาดจะเริ่มกันตั้งแต่ตรู่เช้าพอสายๆสักเก้าโมงจะตลาดก็จะเริ่มวายแล้ว

อีกสถานที่ท่องเที่ยวมหัศจรรย์ของอำเภอปัว ที่ได้รับการขนานนามให้เป็น “แกรนด์แคนยอนเมืองปัว” หรือเรียกอีกอย่างว่า “Unseen เมืองน่านนั้นก็คือ “วังศิลาแลง” นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของ ตำบลศิลาแลง อยู่ในเขตพื้นที่ของบ้านหัวน้ำ 1 ใน 7 หมู่บ้าน ของตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน และอยู่ห่างจากตัวอำเภอปัวไป ประมาณ 7 กิโลเมตร

วังศิลาแลง เป็นลักษณะธารน้ำไหลผ่าน ซอกหินผาที่มีลำน้ำกูนไหลผ่าน และกัดเซาะจนเป็นร่องรอยตามการหมุนวนของน้ำจนเป็นรูปทรงรูปร่างที่แปลกตา ประกอบด้วย วังน้ำ และโตรกผาเป็นช่วงๆ โดยมีวังน้ำประมาณ 7 วัง ระยะทางราว 400 เมตร ในช่วงฤดูแล้งจะมองเห็นความสวยงามของวังน้ำ และโตรกผาได้อย่างชัดเจน ให้เราได้สนุกสนานกับเล่นน้ำเย็นฉ่ำคลายร้อนแล้วออกเดินทางกันต่อ

เส้นทางขึ้นเขาเส้นเล็กๆ ในหุบเขาสลับซับซ้อน ด้วยต้นไม้ทอดกิ่งก้านอดสีสันร้อนแรงในฤดูร้อนในพื้นที่ “อุทยานแห่งชาติดอยภูคา” ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดน่าน คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ,อำเภอท่าวังผา,อำเภอปัว,อำเภอเชียงกลาง,อำเภอทุ่งช้าง,อำเภอบ่อเกลือ,อำเภอสันติสุข และอำเภอแม่จริม เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์และสัตว์ป่า จัดเป็นป่าต้นน้ำชั้น 1 A ที่หมายถึงป่าต้นน้ำชั้นเยี่ยม แหล่งต้นสายสำคัญมากมายคือ แม่น้ำน่าน และแม่น้ำว้า เป็นแหล่งของพันธุ์ไม้หายากใกล้สูญพันธุ์และพรรณไม้เฉพาะถิ่นอย่าง “ต้นชมพูภูคา” (Bretschneidera sinesis Hemsl.) ซึ่งเป็นพืชหายากในประเทศไทยจะพบเพียงแห่งเดียวที่ดอยภูคาเท่านั้น เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในป่าดิบเขา ระดับความสูงที่ 30 เมตรเปลือกสีเทา ใบประกอบด้วยใบย่อย 4-9 คู่ ปลายใบแหลมยาวเรียงสลับกันไปมา จะออกดอกตามช่อที่ปลายกิ่ง โดยจะออกดอกประมาณต้นกุมภาพันธุ์ ทริปนี้ที่เราเดินทางมา ดอกภูคายังตูมสีเขียวๆอยู่เลย

นอกจากนี้ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคาก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีก อาทิ น้ำตกสิลาพชร,น้ำตกต้นตอง,น้ำตกตาดหลวง และน้ำตกวังเปียน หากชื่นชอบการเดินป่าขึ้นเขาต้อง “ดอยภูแว” บนความสูง 1,837 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางเป็นจุดชมทะเลหมอกพระอาทิตย์ที่สวยงามแต่ต้องในช่วงฤดูหนาวนะครับ
สิ่งอำนวยความสะดวก ในบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ และลานดูดาวซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ได้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ตามถนนสายปัว-บ่อเกลือ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตรในบริเวณพื้นที่กางเต็นท์ทั้ง 2 แห่งนี้ มีห้องน้ำ และห้องสุขาไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว

ลงจากดอยภูคามาท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันต่อที่ “ศูนย์ขยายผลโครงการหลวงบ่อเกลือ” ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน บนพื้นที่ขนาด 2 ไร่ ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 แล้วเป็นศูนย์ส่งเสริมเรียนรู้ทางการเกษตร มี แปลงสตอว์เบอร์รี สายพันธุ์พระราชทาน 80 เป็นผลไม้เมืองหนาวขนาดเล็ก แปลงกระจายอยู่รอบๆ ศูนย์ฯพร้อมตัวการ์ตูนน่ารักรูปสตรอว์เบอร์รีในอารมณ์ต่างๆ ให้ได้ถ่ายภาพสวยๆกันไปแชร์กัน นักท่องเที่ยวสามารถลงแปลงเก็บสตรอว์เบอร์รีกันสดๆ นอกจากนี้ยังมีพืชอื่นๆที่ส่งเสริมอีกอย่าง “องุ่น” เป็นสายพันธุ์Beauty seedless เป็นองุ่นไร้เมล็ดผลกรมมีสีดำ รสชาติหวานอร่อยมีอายุตั้งแต่ตัดแต่งกิ่งจนเก็บเกี่ยวประมาณ 5-6 เดือน เคปกูสเบอรี่ อะโวกาโด กาแฟราลาบีก้าที่ได้นำสายพันธุ์มาจากประเทศอาระเบีย หรือ เอธิโอเปียที่นำมาส่งเสริมให้ปลูกในพื้นที่ และพืชผักในโรงเรือนแล้ว ออกเดินทางไปอำเภอบ่อเกลือกันต่อ

ตามหาความมหัศจรรย์บ่อเกลือกลางขุนเขาที่ “อำเภอบ่อเกลือ” มีความสำคัญในฐานนะเป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์บนภูเขาเพียงแห่งเดียวแห่งแผ่นดินล้านนามาแต่ครั้งอดีต ได้ส่งเกลือไปยังภูมิภาคต่างๆ ตั้งแต่ สุโขทัย เชียงตุง หลวงพระบาง รวมไปถึงสิบสองปันนา และจีนทางจีนตอนใต้

พระยาติโลกราชแห่งเชียงใหม่ยกทัพมาตีน่านหมายมุ่งหวังครอบครองบ่อเกลือซึ่งถือเป็นยุทธปัจจัยสำคัญเปรียบได้ราวกับทองคำขาวแห่งบ่อเกลือกันเลย ในปัจจุบันยังคงสืบทอดรูปแบบการต้มเกลือมาแต่โบราณ มีอายุกว่า 800 ปี นักท่องเที่ยวสามารถชมการผลิตเกลือจากโรงต้มเกลือรอบๆ บ่อต้ม มีผลิตภัณฑ์ “เกลือภูเขา” จำหน่ายและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น บ่อเกลือจะปิดช่วงเข้าพรรษาเพราะเป็นฤดูฝน

ขอปิดท้ายด้วยอาหารท้องถิ่นเมนูเด็ด ที่เดินทางมาบ่อเกลือแล้วไม่ควรพลาด “ไก่มะแขว๋น” โดยเลือกใช้ไก่พื้นบ้านพันธุ์ดีล้างทำความสะอาด นำมาคลุกเคล้ากับเกลือ สนุมไพรต่างๆ ก่อนจะนำไปทอดในน้ำมันร้อนจัด เสร็จแล้วโรยหน้าด้วยมะแขว๋นทอด ไก่ทอดแบบแห้งๆ พอทานจะรสเผ็ดร้อน ซ่าส์ๆของรสมะแขว๋นนิด

เสน่ห์ของเมืองน่านสีสันในฤดูร้อน ที่เราได้สัมผัสเมืองงามที่ภาพในอดีตและปัจจุบันผสานไว้ด้วยกันอย่างลงตัวที่อยากบอกรักหลายสิบครั้งว่า…รักน่าน

ร่วมแสดงความคิดเห็น