ถนนต้าแป หรือ ถนนท่าแพ ซึ่งมีความหมายถึงถนนที่เชื่อมต่อไปยังท่าขนส่งสินค้าที่มาทางเรือ และขนสินค้าขึ้นที่ท่าแห่งนี้ ถนนท่าแพเป็นย่านการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่มาตั้งแต่อดีต แม้ว่าปัจจุบันจะมีแหล่งการค้าแห่งใหม่เกิดขึ้นมากมายทั่วเมือง แต่ชื่อเสียงและมนต์เสน่ห์แห่งถนนท่าแพยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของถนนสายการค้ายุคโบราณเสมอมา ในสมัยก่อนร้านค้าสองฟากถนนท่าแพเป็นของชาวพม่า

ซึ่งเปิดขายสินค้าจำพวกเสื้อผ้า โดยทางร้านจะนำเสื้อผ้าออกมาแขวนห้อยอยู่หน้าร้านเป็นแถว ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของเชียงใหม่ก็ตั้งอยู่บนถนนท่าแพแห่งนี้ ชื่อว่า “ห้างตุ๊กกระตา” เป็นห้างของพ่อค้าชาวญี่ปุ่น จำหน่ายสินค้าเบ็ดเตร็ดทั่วไปซึ่งนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น สมัยนั้นย่านการค้าสำคัญของเมืองเชียงใหม่จะอยู่บนถนนท่าแพแทบทั้งหมด มีร้านค้าและห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นมากมายตามลำดับ รวมถึงห้างตันตราภัณฑ์ซึ่งในยุคประมาณปี พ.ศ.2510 เป็นต้นมาถือได้ว่าห้างตันตราภัณฑ์เป็นห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น
ถนนท่าแพมีความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ นอกจากห้างสรรพสินค้าแล้วถนนแห่งนี้ยังมีโรงภาพยนต์แห่งแรกของเชียงใหม่อีกด้วยชื่อ “โรงหนังตงเฮง” ต่อมาได้กลายเป็นโรงยาฝิ่น มีลูกค้าระดับเถ้าแก่ เจ้าสัว อาเสี่ย อาแป๊ะ แม้กระทั่งกุลีจับกังเข้าไปสูบฝิ่นในโรงฝิ่นแห่งนี้เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้มีการเลิกสูบฝิ่นทั่วประเทศ โรงฝิ่นแห่งนี้จึงได้เลิกกิจการ

เวลาต่อมาความนิยมดูหนังของเชียงใหม่มีมากขึ้น จึงมีโรงภาพยนต์เกิดขึ้นอีกแห่งใกล้กับวัดแสนฝางก็คือ โรงภาพยนตร์ศรีวิศาล ซึ่งเป็นโรงภาพยนต์ที่ทันสมัยที่สุดในสมัยนั้น ปัจจุบันได้เลิกกิจการไปแล้ว
หลังจากนั้นมาถนนท่าแพก็มีความเจริญขึ้นตามลำดับ ร้านค้าที่เคยเป็นโรงไม้ชั้นเดียวก็เปลี่ยนมาสร้างด้วยอาคารพานิช 2 ชั้น และมีพ่อค้าชาวจีนเข้ามาตั้งร้านค้าจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้น จนชื่อเสียงของถนนท่าแพกลายเป็นถนนสายการค้าที่สำคัญของเมืองเชียงใหม่

แต่เมื่อเมืองเชียงใหม่มีเจริญมากยิ่งขึ้นมีพ่อค้า นักธุรกิจเดินทางเข้ามาค้าขายในเชียงใหม่เพิ่มขึ้น ย่านการค้าของเชียงใหม่จึงกระจายออกไปอยู่ทั่วเมือง เกิดห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งโรงหนัง ร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิงก็ถูกรวมหลอมเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ความสำคัญของถนนท่าแพในฐานะย่านเศรษฐกิจและการค้าของเชียงใหม่ก็ลดน้อยถอยลงไปตามลำดับ

บทความโดย : จักรพงษ์ คำบุญเรือง

ร่วมแสดงความคิดเห็น