141

คนเชียงใหม่นับหมื่นแห่ชมคอนเสิร์ต B.DAY After Party

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ณ บ้านสวนรถไฟรีสอร์ท อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ แฟนเพลงเบเกอรี่มิวสิค นับหมื่นคน ร่วมชมคอนเสิร์ตรวมศิลปินยุค 1990 – 2000 “B.Day After Party Festival : Life After Live” . โดยสามบอสแห่ง Bakery Music นำทีมโดย สุกี้–กมล สุโกศล แคลปป์, บอย–โกสิยพงษ์ และสมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ผู้บุกเบิกค่ายเพลงทันสมัยแนวเพลงอินดี้ ที่มาเปลี่ยนวิธีฟังเพลงไทยไปตลอดกาล และ Dojo City ค่ายเพลงป็อปแดนซ์สีสันสดใส ร่วมกับผู้จัด CI Showbiz  . ขอสานต่อความสุขและพลังของเสียงดนตรี รวมพลนำศิลปินบุกขึ้นไปต่อเชียงใหม่ เป็นการปิดโชว์ครั้งสุดท้ายแบบครบศิลปิน ในงานดนตรีกลางแจ้งครั้งนิ่งใหญ่ งานนี้จะพาแฟนเพลงออกเดินทางสู่ภาคเหนือ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและบรรยากาศเป็นกันเอง ให้แฟนเพลงได้เก็บเกี่ยวความสุข สร้างความทรงจำใหม่ และดื่มด่ำไปกับเสียงเพลง . […]

(มีคลิป)ไทยคม เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ในพื้นที่ห่างไกล

ไทยคม เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ด้วยเทคโนโลยีจากดาวเทียมรุ่นใหม่ พร้อมบริการด้านเทคโนโลยีอวกาศ นายเอกชัย ภัคดุรงค์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านกลยุทธ์องค์กร บมจ. ไทยคม กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ไทยคมมีปณิธานสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และประเทศชาติให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการมีบทบาทสำคัญในการแบ่งปันโอกาสทางการสื่อสารให้เกิดความทั่วถึง และเท่าเทียมในประเทศไทย โดยที่ผ่านมา ไทยคมได้เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ และมีโครงการนำร่องที่ช่วยสนับสนุนเทคโนโลยี เพื่อการศึกษาตลอดชีวิตอีก 24 จุด นับว่าช่วยกระจายโอกาสให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมได้สะดวกและง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นให้ความช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา เราพบว่า ยังมีพื้นที่ที่มีความต้องการสัญญาณอินเทอร์เน็ตอีกจำนวนมาก ที่รอคอยโอกาสตรงนี้อยู่ ดังนั้น เราจึงไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับชมชุนในพื้นที่ห่างไกล ไม่เพียงเฉพาะการนำเสนอเทคโนโลยีดาวเทียมรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ด้วยปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรม. #เชียงใหม่นิวส์ #chiangmainews #ข่าวเชียงใหม่ #ไทยคม

กาแฟ-ผงชูรส อั้นไม่ไหว เผยปัจจุบันพาเหรดขึ้นราคา

เมื่อวานนี้ วันที่ 3 มิถุนายน นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่าสถานการณ์ราคาสินค้าในปัจจุบัน ด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น ต้นทุน เป็นต้น ทางผู้ผลิตเริ่มมีทยอยแจ้งปรับราคาสินค้าบ้างแล้ว ล่าสุดมี ผงชูรสยี่ห้อหนึ่ง แจ้งจะปรับขึ้นราคาขายอีกในเร็วๆนี้ แต่ยังไม่ระบุวัน ราคา และสาเหตุของการปรับขึ้น “กำลังซื้อไตรมาส1และไตรมาส2 นี้เงียบมาก ไม่อยากจะคาดการณ์ไปถึงไตรมาส3 ว่าจะเป็นอย่างไร เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอน ทั้งด้านเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว และการเมืองยังไม่นิ่ง” นายสมชายกล่าว รายงานข่าวจาก ร้านค้าปลีกและค้าส่งแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาสินค้าในขณะนี้ ทางผู้ผลิตเริ่มมีทยอยแจ้งจะขอปรับราคาขึ้นบ้างแล้วในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2567 นี้ อย่างเช่น กลุ่มกาแฟ ผงชูรส เป็นต้น

3 มิถุนายน พิธีอัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่า ตามคติความเชื่อของชาวล้านนา

เทศบาลนครเชียงใหม่ ร่วมพิธีอัญเชิญพระพุทธคันธารราษฎร์หรือพระเจ้าฝนแสนห่า ออกจากวัดช่างแต้ม สู่วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร เตรียมออกแห่รอบเมืองเชียงใหม่ให้ประชาชนได้สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล วันที่ 3 มิถุนายน 2567 นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายสุนทร ยามศิริ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางสาวสุทารัตน์ สุดเขต รองปลัดเทศบาล นายไพฑูล ปั้นแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา นางสาวดาริกา เตชะวัง ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เข้าร่วมพิธีอัญเชิญพระพุทธคันธารราษฎร์หรือพระเจ้าฝนแสนห่า ออกจากวัดช่างแต้ม สู่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน ณ วัดช่างแต้ม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตามคติความเชื่อของชาวล้านนา เมื่อใดที่อัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่าขึ้นรถบุษบก เพื่อแห่ไปรอบเมืองในวันงานสำคัญของชาวเชียงใหม่ ปรากฏการณ์ที่สร้างความพิศวงบนท้องฟ้าก็มักจะเกิดขึ้น จากท้องฟ้าที่มีแสงแดดส่องสว่างกลับกลายมีเมฆคลึ้มตั้งเค้าเหมือนฝนกำลังจะตกทุกครั้งไป ด้วยอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าฝนแสนห่า จึงทำให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ต่างเคารพกราบไหว้พระเจ้าฝนแสนห่าด้วยจิตใจศรัทธา

เชียงใหม่ ติดอันดับ 1 คนจนมากที่สุด ในจักรวาลคนจน

เปิดจักรวาล “คนจน” เมื่อคนไทย 1 คน จนมากกว่าที่คิด! “เส้นยากจน” วัดกันอย่างไร? ก่อนหน้านี้เพจดัง อย่าง “Thairath Money” นำเสนอประเด็นข่าวเศรษฐกิจไทย กำลังเผชิญกับความท้าทายใหญ่ ไม่ใช่แค่โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ปัญหาคนแก่ล้นเมืองเท่านั้น แต่งานวิจัยยังพบว่า 34% ของผู้สูงวัยในไทย ยังมีรายได้ต่ำกว่า “เส้นยากจน” (Poverty Line).ขณะที่แรงงานภาคเกษตรมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเพียงคนละ 6,975 บาทเท่านั้น นั่นหมายถึงเศรษฐกิจกำลังสุกง่อม ตามอายุของประชากรส่วนใหญ่ ภายใต้คนบางส่วน ไม่ใช่แค่อยู่ในภาวะมีกำลังการจับจ่ายใช้สอยน้อย แต่แม้แต่การหา “รายได้” ประทังชีวิต ยังต้องดิ้นรนกันแบบรายวัน.ข้อมูลวิจัยของ Worldbank ระบุ แม้ตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา กรุงเทพฯ มีการเปลี่ยนแปลง สามารถลดความยากจนได้ประมาณ 10% ต่อปี แต่ด้วยประเทศไทย เป็นเมืองเกษตรกรรม คนแต่ละภูมิภาคยังพึ่งพาการเกษตร เป็นแหล่งรายได้ที่พร้อมจะเผชิญปัจจัยแปรปรวน น้ำท่วม น้ำแล้ง ตลอดเวลา ราคาซื้อ-ขายพืชผล จึงขึ้นลงตามสภาพอากาศ ทำให้ “ประเทศไทย” ยังคงติดกับดักอยู่ในตำแหน่งประเทศรายได้ปานกลางมาเป็นเวลานานแล้ว.อย่างไรก็ดี […]

รถแดงรวมตัว วอนเห็นใจ วิกฤตไร้คนขึ้น ให้เวลารัฐบาลแก้ไข 3 เดือน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (14 พ.ค.67) ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่นิวส์ รายงาน ที่สหกรณ์นครลานนาเดินรถจำกัด มีการประชุมรถโดยสาร (แดง, เหลือง, ขาว, เขียว, แท็กซี่สนามบิน) ทำ MOU ร่วมกันผลกระทบจากแอปพิเคชั่น หลังเกิดประเด็นดราม่ารถแดง จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ไร้คนขึ้น พร้อมเสียงสะท้อนจากชาวโซเชียล ถึงข้อแตกต่างกับการใช้แอปพิเคชั่นจากต่างประเทศ ประธานกรรมการ ณัฐวุฒิ ได้กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เรื่องแอปพิเคชั่น ทำให้รถผู้ประกอบการเดือดร้อน เพื่อส่งสัญญาณให้มีการแก้ไข นำร่องให้กับทั่วประเทศ หารือ นำเสนอกับรัฐบาล เพื่อแก้ไข โดยรถที่เกิดปัญหาของจังหวัดเชียงใหม่ มีรถแดง รถเหลือง ฯลฯ ซึ่งทุกวันนี้ มีรถวิ่งไม่ถึง 20 คันในบางสาย เพราะว่าใครก็สามารถขับรถตามแอปพิเคชั่นได้ ทำให้ผู้บริโภคขึ้นรถน้อยลง ไม่เหมือนรถสองแถวแดง และรถอื่นๆ ที่โดนกำหนดกรอบต้องขอใบอนุญาตประกอบการ, ติดสติ๊กเกอร์, กำหนดสีรถ, จดทะเบียนเส้นทางวิ่ง, ออกนอกเส้นทางโดนปรับ, ตรวจสภาพปีละสองครั้ง, ทุกคันต้องมี พรบ. พร้อมทั้งใบขับขี่สาธารณะ […]

รถแดงเชียงใหม่ โวยใกล้วิกฤต แอปต่างชาติเต็มเมือง โซเชียลฟาดยับ ทำตัวเอง

จากกรณี ที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความ ถึงวิกฤตรถแดงในตอนนี้ ว่า ตุ๊กตุ๊ก รถแดงเชียงใหม่ ตอนนี้ใกล้ถึงทางตันพอหมดฤดูกาลท่องเที่ยวแทบจะขายรถ รายที่เช่าก็ต้องคืนรถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทางครอบครัว ตกงาน ส่วนใหญ่จะเป็นคนวัยเกษียณ บอกอีกว่า สาเหตุหลักก็คือ #แกร๊บต่างชาติเกลื่อนเมือง ซึ่งตอนนี้เยอะมากในเมืองเชียงใหม่ เทียบกับสมัยก่อนที่ยังไม่มีแกร๊บเข้ามาตุ๊กตุ๊ก รถแดงพอจะลืมตาอ้าปากได้บ้าง แต่ตอนนี้หน้ามือเป็นหลังมือถึงทางตันไปต่อไม่ได้ อนาคตคงเหลือแต่ภาพถ่ายและอนุสรณ์ตั้งโชว์หน้าร้านอาหาร อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลยครับ และ อยากวิงวอนหลายฝ่ายให้ช่วยกันกู้ชื่อเสียงตุ๊กตุ๊ก รถแดงของบ้านเรากลับคืนมาดังเดิมจะดีมากก่อนที่มันจะสายไปครับ งานนี้ โซเชียลแทบระอุ หลังจากข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำเอาเสียงแตก ถกกันสนั่นเมืองเชียงใหม่ก็ว่าได้ บ้างก็บอกว่า ทำตัวเอง ,ปรับปรุงคนขับก่อนเลย,รับสภาพไปเจ้า,ถือโอกาสขึ้นราคาโขกสับคนไทยด้วยกัน,ไม่ปรับปรุงตัวเองมาสู้ก็ไม่รอด,มารยาทการขับสำคัญ,อย่าโทษตรงอื่น กลับมาดูตัวเองก่อน,ที่ไม่อยากไปเชียงใหม่อีกก็เพราะรถแดงนี่แหละ ทั้งนี้ ข้อความการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ไปในทิศทางเดียวกันในเรื่องของราคาและการบริการเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงมารยาทบนท้องถนนนที่หลายคนเอือม พร้อมทั้งแชร์ประสบการณ์การขึ้นรถกันอย่างล้นหลาม อย่างไรก็ตาม หากมีการสัมภาษณ์เพิ่มเติม หรือมีความเคลื่อนไหวจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จะรายงานให้ทราบต่อไป

Green Season พลิกหน้าฝนเป็นหน้าท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อพูดถึงช่วงฤดูฝน หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่นสำหรับการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ในปัจจุบัน ได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายโดยภาครัฐและเอกชนในพื้นที่เพื่อพลิกช่วงขาลง ให้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ที่สามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ตลอดทั้งปี สำหรับช่วงไตรมาสแรกของ พ.ศ. 2566 นี้ จังหวัดเชียงใหม่สามารถทำรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 2.2 หมื่นล้านบาท มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 2.89 ล้านคน มากกว่าร้อยละ 75 เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งใกล้เคียงกับสถานการณ์ในช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 แม้จะเผชิญกับปัญหาหมอกควัน PM 2.5 แต่ก็สามารถดึงนักท่องเที่ยวกลับมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ในที่สุด นอกจากนี้แล้ว ทาง ททท.คาดหวังว่าภายในช่วงปลายปีนี้ นักท่องเที่ยวจะกลับมายังจังหวัดเชียงใหม่มากขึ้น หลังจากที่สายการบินต่างๆทยอยเปิดเส้นทางบินตรงสู่เชียงใหม่มากขึ้น ดังนั้นแล้ว ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงได้ออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ตลอดทั้งปี โดยได้เปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2566 อาทิ Chiang Mai Golf Festival 2023 ซึ่งจะเป็นการจัดทัวร์นาเมนท์ที่แข่งขันขึ้นตามสนามที่เป็นสมาชิกสมาคมเข้าร่วมโครงการรวม 8 สนาม แข่งขันทั้งหมด 9 แมชท์ โดยสามารถดึงดูดนักกีฬากอล์ฟเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ได้กว่า 1,000 คน , Amazing Weekday Payless : Relaxing in the […]

กกร. และกรอ. เชียงใหม่จัดประชุมแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชน

วันที่ 30 มิถุนายน เวลา 08.30 น. ณ ห้อง D206 อาคาร D ชั้น 2 อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ(จังหวัดเชียงใหม่) คณะกรรมการ กกร. และ กรอ. จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดการประชุมเพื่อหารือการวิพากษ์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนระดับภูมิภาค พ.ศ. 2566 – 2570  โดยมีตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ อาทิ ผศ.ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนาวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) นางสาววรชนิศ ศรีวิชัย และ นางสาวเกศรัตน์ วิศวไพศาล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) , นายเทพนิมิต สุทธินันท์ไชย ประธานสมาคมธนาคารไทย จังหวัดเชียงใหม่ , นายจักริน วังวิวัฒน์ ประธานอุตสาหกรรม จังหวัดเชียงใหม่ , นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้า จังหวัดเชียงใหม่ , นายอุดม ชิดนายีประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ , นายปิยะนันท์ มหานุภาพ จากสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ , นายพงศ์กรณ์ แดงสกุล กรรมการเลขาธิการ สมาคมส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการไทย จังหวัดเชียงใหม่ , นางนารีรัตน์ จันทรมังกร และ นายกุลทีป ศรีสกุลชวาลา อุปนายก สมาคมอสังหาริมทรัพย์ จังหวัดเชียงใหม่ , นายไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ สำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนระดับภูมิภาค พ.ศ. 2566 – 2570 เริ่มต้นจากการลงนามบันทึกความตกลงความร่วมมือด้านการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจเอกชนระดับภูมิภาคระหว่างกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กับ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศง 2565 เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจ สำหรับภาคเอกชนในพื้นที่ ให้มีทิศทางภารกิจและบทบาทไปในทางเดียวกัน และสอดคล้องกับแผนพัฒนาต่างๆ ในพื้นที่ดำเนินการทั่วประเทศ  จากการประชุมระดมความคิดเห็น กกร. (จังหวัดเชียงใหม่) เมื่อวันที่ 9 และ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภาคเอกชนจึงได้กำหนดวิสัยทัศน์แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนระดับภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่เป็น “เมืองแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานวัฒนธรรมล้านนา สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะน่าอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืน” พร้อม 3 ภารกิจ เพื่อจังหวัดเชียงใหม่ได้แก่ ภารกิจที่ 1 น่าลงทุน เพื่อส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่และให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในพื้นที่ ตามมาด้วยภารกิจที่ 2 น่าอยู่ เพื่อส่งเสริมการลงทุนโดยภาครัฐที่มีผลกระทบเชิงสังคมและเศรษฐกิจในวงกว้าง และสุดท้ายภารกิจที่ 3 น่าเที่ยว – เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นต้น พร้อมทั้งได้ตั้งเป้าหมายภายในปี พ.ศ. 2570 จังหวัดเชียงใหม่จะมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมเพิ่มขึ้นเป็น 475,000 ล้านบาท และมีจำนวนคนจนด้านรายจ่ายลดลงให้เหลือเพียง 48,850 คน จากเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2563 มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมอยู่ที่ 238,000 ล้านบาท และมีจำนวนคนจนด้านรายจ่ายลดลงให้เหลือเพียง 97,700 คน จึงนำไปสู่การระดมความคิดวางแผนจัดตั้งโครงการสำคัญตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 42 โครงการ เป็นโครงการที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม (Project Canvas) ตามภารกิจของจังหวัดทั้ง 3 ภารกิจ เช่น โครงการศึกษาความเป็นได้รถไฟความเร็วสูงเส้นทางเชียงใหม่ – เชียงราย , โครงการศึกษาการพัฒนาผังเมืองให้เหมาะสมกับการลงทุน (เมืองเก่า – เมืองใหม่) ปรับพื้นที่สีเขียวเป็นสีเหลือง เพื่อสร้างมูลค่า , โครงการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ย่านนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพเชียงใหม่ , โครงการพัฒนาระบบบริการตรวจรักษาการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) , โครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบูรณาการเครือข่ายร่วมภาครัฐ – เอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษและหมอกควันภาคเหนือ , โครงการระดมทุนแบบ Crowdfunding เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 , โครงการส่งเสริมการลงทุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระบบขนส่งมวลชน และส่วนบุคคล , โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเชื่อมโยงบริการทางการแพทย์ , โครงการ 12 เดือน 12 เทศกาล และ โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน GSTC  ซึ่งผลการประชุมครั้งนี้ ทุกฝ่ายได้มีความเห็นตรงกันที่จะแบ่งโครงการที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม (Project Canvas) ตามกลุ่มภารกิจพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 3 ภารกิจ พร้อมทั้งเห็นชอบให้การแก้ไขปัญหา PM 2.5 เป็นวาระสำคัญและเร่งด่วนที่ต้องจัดการ โดยได้มีการมอบหมายให้ผู้แทนภาคเศรษฐกิจต่างๆ เป็นเจ้าภาพร่วมในการผลักดันการศึกษาและพัฒนาโครงการต่างๆ ต่อไป นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังได้ร้องเรียนปัญหาต่างๆ เช่น ภาษีทรัพย์สิน การประเมินราคาอาคาร ต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น ให้ทาง กรอ.นำไปพิจารณาเพื่อส่งให้ทางส่วนกลางแก้ไขปัญหา รวมทั้งยังได้เสนอให้มีการตั้งศูนย์ข้อมูลทางเศรษฐกิจเชียงใหม่ เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการศึกษาข้อมูลในการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัด รวมทั้งการจัดตั้งคณะกรรมการทำงาน เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการและแผนพัฒนาเศรษฐกิจ โดยจะมีการสรุปข้อมูลที่ได้จากการประชุมครั้งนี้เป็นเอกสารสรุป เพื่อจัดส่งกลับไปส่วนกลาง ก่อนจะมีการประชุมอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ 

(มีคลิป) ครอบครัวรักศิลปะ ประสบวิกฤติโควิด ผันตัวเปิดร้านขายข้าวมันกะทิสด

ครอบครัวรักศิลปะประสบวิกฤติโควิด ผันตัวเปิดร้านขายข้าวมันกะทิสด ตกแต่งร้านด้วยกลิ่นอายภาพวาด กระแสตอบรับล้นหลาม กับรสชาติความอร่อยที่คิดขึ้นเอง แถมซิกเนเจอร์ ลูกชายแต่งตัวคอสเพลพระเอกการ์ตูนดังวันพีช ที่บริเวณริมถนนสายต้นยาง หรือถนนเชียงใหม่-ลำพูน (สายเก่า) ข้างวัดแสนหลวง ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ในช่วงเช้าจะเห็นร้านขายข้าวมันกะทิสด ที่เปิดขายตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ของทุกวัน จันทร์-เสาร์ โดยตั้งแต่เช้าจะมีประชาชนทุกเพศทุกวัย ต่างพากันต่อคิวแน่น เพื่อรอซื้อข้าวมันกะทิสด ที่รสชาติและความอร่อย แตกต่างจากที่อื่นๆ อีกทั้งสไตล์การตกแต่งร้านที่เป็นเอกลักษณ์แบบบ้านๆ เคล้ากลิ่นอายความเป็นศิลปะ ด้วยภาพเขียนจากชอร์คเขียนกระดาน และภาพวาดสีน้ำ เปิดเพลงคลอด้วยเพลงพื้นเมืองสะล้อซอซึง อีกทั้งโต๊ะเก้าอี้ไม้ให้แขกและลูกค้ามานั่งเสพบรรยากาศชิมกาแฟดริป รชชาติกลมกล่อม นอกจากนี้จุดเด่นของร้านอีกอย่างหนึ่งที่เป็นซิกเนเจอร์คือ หนุ่มวัย 19 ปี ที่แต่งตัวคอสเพลเป็นพระเอกการ์ตูนดัง “ลูฟี่ ในเรื่อง One Piece” มายืนทำขนม พร้อมกับบริการดริปกาแฟให้ชิม จึงทำให้กระแสตอบรับของร้านยิ่งได้รับความนิยม และมีเพจขนม รวมถึงเพจแนะนำร้านอาหาร พากันนำเสนอเรื่องราวและเมนูขนมที่ได้บกระแสความนิยม อาทิ ข้าวมันหน้าสังขยาใบเตย, ข้าวมันหน้าสังขยาธัญพืช, ข้าวมันหน้าปลา, ข้าวมันหน้ารวม, ข้าวมันมะม่วง, ขนมปังนึ่งใส้สังขยาใบเตย, กาแฟดริป […]

พลเมืองดีเก็บกระเป๋าเงินได้ ส่งให้ นายก ทต.เชิงดอย คืนเจ้าของ

พลเมืองดีเก็บกระเป๋าเงินได้ ส่งให้ นายมงคล ชัยวุฒิ นายก ทต.เชิงดอย นำส่งเจ้าของ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.65 นายมงคล ชัยวุฒิ นายก ทต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ แจ้งว่า วันนี้ได้มีพลเมืองดี เก็บกระเป๋าสตางค์ที่เจ้าของลืมไว้ที่ศาลาข้างถนน หมู่ 1 ต.เชิงดอย นำมามอบให้กับนายก ทต.เชิงดอย เพื่อติดตามหาเจ้าของ หลังจากตรวจค้น ตรวจสอบในกระเป๋าเพื่อหาเบอร์โทรติดต่อประสานเจ้าของเป็นคน จ.ลำพูน มารับกระเป๋าคืน ทุกอย่างอยู่ครบ เจ้าของดีใจจนน้ำตาใหล ขอบคุณพลเมืองดีคนนี้ด้วย ขอให้ทำดีแบบนี้ต่อไป ถือว่าสังคมไทยมีคนดีอยู่จำนวนมาก และเป็นแบบอย่างที่ดีอีกท่านหนึ่ง ขอให้เยาวชนนำเอาไปเป็นแบบอย่างต่อไป.

นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ ประดับดอกไม้ปรับตกแต่งภูมิทัศน์

นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ ประดับดอกไม้ปรับตกแต่งภูมิทัศน์ ภายในพระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ และพระพุทธศาสดาประชานารถ          เมื่อวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2565 น.อ.หญิง พรรณประภา วัณณรถ นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ และคณะ เดินทางมาประดับดอกไม้ปรับตกแต่งภูมิทัศน์เพื่อเป็นพุทธบูชา โดยมี น.อ. กิตติพงษ์ ศรีรินยา รองผู้บังคับการกองบิน 41 ให้การต้อนรับ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่         ในการนี้ นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ และคณะสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ พร้อมด้วยประธานชมรมแม่บ้านทหารอากาศกองบิน 41 ได้เดินทางไปประดับดอกไม้ปรับตกแต่งภูมิทัศน์เพื่อเป็นพุทธบูชา บริเวณภายในพระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ และพระพุทธศาสดาประชานารถ ณ พระมหาธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิสิริ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

1 2 3 14