303

ราคาทองคำและเงินบาท ประจำวันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2567

สัปดาห์แรกของปีนี้ราคาทองคำปรับตัวลงจากแรงเทขายทำกำไรเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นจาก 2 ประเด็น 1.ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐแข็งแกร่งเกินคาด 2. ตลาดกังวลว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยสูงยาวนานมากขึ้น ตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการจ้างงานเอดีพี(ADP) ที่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี ก็ออกมาเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ประกาศคืนวันศุกร์ ออกมาเพิ่มขึ้น 216,000 ตำแหน่งมากกว่าตลาดคาดการณ์ ว่าจะเพิ่มขึ้น 168,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ 3.7%  สำหรับประเด็นที่ตลาดกังวลว่า “เฟด” จะตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนานมากขึ้นมาจาก 2 ประเด็น ก็คือการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟด สะท้อนให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เฟดบางท่าน บอกว่า“เฟด” อาจจะต้องตรึงดอกเบี้ยสูงอีกระยะหนึ่ง และก็ต้องรอดูตัวเลขเงินเฟ้อก่อนว่าจะลดลงหรือไม่ ส่วนประธานเฟด สาขา เรดมอนด์ ก็มีการให้สัมภาษณ์กับซี เอ็น บี ซี(CNBC) บอกว่าเฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยต่อไปก็ได้ถ้าเกิดเงินเฟ้อไม่ได้ลดลง ก็เลยกลายเป็นปัจจัยลบกับทองคำ  ทางด้านกองทุน SPDR สัปดาห์แรกของปี ขายทองคำออกมา 9.51 ตัน ทองคำสปอต์ปิดตลาดวันศุกร์ที่ 2,045 ดอลลาร์ ตลอดทั้งสัปดาห์ลดลง 17 ดอลลาร์ แต่ถ้าเป็นวันศุกร์เทียบกับวันพฤหัสบดี กลับมาฟื้นตัว 2.5 ดอลลาร์ มีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังจากที่ตัวเลขภาคการบริการออกมาย่ำแย่ ดัชนีไอเอสเอ็ม(ISM) ภาคการบริการออกมาลดลงต่ำกว่าที่ตลาดการคาดการณ์ไว้มากก็เลยทำให้มีแรงซื้อทองคำกลับเข้ามา  สัปดาห์นี้ประเด็นที่ต้องติดตาม 3 ประเด็น คือ 1. เงินเฟ้อสหรัฐแล้วก็จีน เดือน ธันวาคม  2. การแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด  3. การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันในวันเสาร์ เงินเฟ้อของสหรัฐฯจะประกาศซีพีไอ(CPI)ในวันพฤหัสบดี แล้วก็พีพีไอ(PPI)ในวันศุกร์ อาจจะเป็นปัจจัยลบกับทองคำเพราะว่าตัวเลขอาจจะเร่งตัวสูงขึ้น ตลาดคาดการณ์ว่าตัวเลขซีพีไออาจจะเพิ่มขึ้น 3.2% แล้วก็พีพีไออาจจะเพิ่มขึ้น 1.3% หลังจากที่ เดือนก่อนหน้านี้ตัวเลขอยู่ที่ 3.1% กับ 0.9%  ส่วนการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันอาจจะเป็นปัจจัยช่วยหนุนราคาทองคำในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวลงได้  แนวโน้มราคาทองคำทางด้านเทคนิคอาจจะดูเหมือนจะไซด์เวย์มีแรงเทขายออกมาวันศุกร์ แต่ก็มีแรงซื้อกลับเข้ามาลักษณะบ่งบอกว่าน่าจะเป็นไซด์เวย์ดาวน์ แนวรับ 2,030 ดอลลาร์ และ 2,024 ดอลลาร์ แนวต้าน 2,050 ดอลลาร์ และ 2,063 ดอลลาร์ สำหรับราคาทองแท่งให้ แนวรับ 33,450 บาท 33,300 บาท แนวต้าน 33,650 บาทแล้ว 33,800 บาท การลงทุนในทองแท่งรอดูว่าย่อลงมา 2,024 ดอลลาร์ ถึง 2,030 ดอลล่าร์ ทยอยสะสมมีอยู่ถือต่อไปขายทำกำไรบางส่วนได้  ส่วนโกลด์ฟิวเจอร์เก็งกำไรฝั่งซื้อ 2,030 ดอลลาร์ ตัดขายขาดทุนที่ 2,024 ดอลลาร์ […]

ส่องมาตรการ Easy E – Receipt ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท

กรมสรรพากรเผยหลักเกณฑ์มาตรการ “Easy E-Receipt” ลดหย่อนสูงสุด 50,000 บาท เริ่ม 1 มกราคม 2567 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2567 เฉพาะที่ได้รับ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เท่านั้น ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการ Easy E-Receipt เพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศช่วงต้นปี 2567 หักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในราชอาณาจักร ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 15 ก.พ.2567 ตามจำนวนจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท เฉพาะที่ได้รับ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการ “Easy E-Receipt” เพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศในช่วงต้นปี 2567 ซึ่งจะเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจในภาพรวมขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล) สามารถหักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 […]

ราคาทองคำประจำวันอังคาร ที่ 2 มกราคม 2567

สวัสดีปีใหม่ ปี 2567 ปีมังกรทองและหวังว่าจะเป็นปีที่ดีของทุกๆท่านหลังจากที่ปีที่แล้วเป็นปีที่ดีของทองคำทั้งทองตลาดโลก ทองแท่งในประเทศ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำลายสถิติราคาสูงสุดเดิมที่เคยมีมา ปิดสิ้นปี ราคาทองคำตลาดโลกอยู่ที่ 2,062ดอลลาร์ ให้ผลตอบแทน 13% ส่วนทองแท่งในประเทศปิดสิ้นปี 33,650 บาท ให้ผลตอบแทนเท่ากัน 13% ปีนี้ก็คงมีคำถามว่าราคาทองคำยังปรับตัวขึ้นได้ต่อไหมจะทำลายสถิติราคาสูงสุดเดิมที่เคยมีมาได้หรือไม่ ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ราคาทองคำก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำลายสถิติราคาสูงสุดเดิมที่เคยมีมาอย่างต่อเนื่อง ช่วงเกิดวิกฤตโควิด ปี 2020 ราคาทองคำทำลายสถิติราคาสูงสุดที่ 2,075 ดอลลาร์ ในวันที่ 7 สิงหาคม ปี 2022 เกิดสงครามรัสเซียยูเครนราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉียดทำลายสถิติราคาสูงสุดเดิมที่เคยมีมาที่ 2,069 ดอลลาร์ในวันที่ 8 มีนาคม  ปี 2023 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นทำลายสถิติราคาสูงสุดเดิมที่เคยมีมา จำนวน 2 ครั้ง เกิดวิกฤติภาคธนาคารในสหรัฐฯและยุโรป แล้วก็มีการคาดการณ์ว่า “เฟด” อาจจะยุติการขึ้นดอกเบี้ยทำให้ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นทำลายสถิติราคาสูงสุดเดิมที่เคยมีมาที่ 2,144 ดอนลาร์ ในวันที่ 4 พฤษภาคม แล้วก็ช่วงปลายปีวันที่ 4 ธันวาคม ราคาทองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 2,144 ดอลลาร์ จากการที่คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เป็นขาลง  สำหรับปีนี้ 2567 ก็คงมีปัจจัยที่สับสนทำให้ทองคำอาจจะไปได้ต่อแล้วก็มีโอกาสที่จะทำทำลายสถิติราคาสูงสุดเดิมที่เคยมีมาได้ โดยมี 3 ประเด็นหลักที่ต้องติดตาม คือ ปัจจัยที่ 1. แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง แรงกดดันเงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มลดลงทำให้ธนาคารกลางชั้นนำไม่ว่าจะเป็น“เฟด” “อีซีบี” “บีโออี” ได้ยุติวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นไปแล้วในปีที่แล้ว แล้วก็ปีนี้ก็คืออัตราดอกเบี้ยจะเป็นขาลง ที่สำคัญน่าจะเป็น“เฟด” ที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่เป็นขาลงทำให้เงินดอลลาร์น่าจะมีทิศทางอ่อนค่าลงแล้วก็จะเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาทองคำอย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งในมุมมองของตลาดก็คาดการณ์ว่า “เฟด” น่าจะลดดอกเบี้ยในปีนี้ถึง 6 ครั้ง ถึงแม้ว่าประมาณการอัตราดอกเบี้ยของ “เฟด” คาดการณ์ว่าจะลดดอกเบี้ยเพียง 3 ครั้งก็ตาม  ปัจจัยที่ 2. ปีนี้เป็นปีแห่งการเลือกตั้งทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเอเชีย สหรัฐฯและยุโรป มีการเลือกตั้งที่ “สหรัฐ” “อังกฤษ” “รัสเซีย” “อินเดีย”และไต้หวัน ดังนั้นความไม่แน่นอนจากผลการเลือกตั้งของหลายประเทศก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของพรรคที่ชนะการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นนโยบายเศรษฐกิจ การค้าต่างประเทศการเมืองระหว่างประเทศ ที่สำคัญก็คือน่าจะเป็นการเลือกตั้งของไต้หวัน แล้วก็การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ซึ่งตรงนี้อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ ในเดือนนี้ก็จะเป็นการเลือกตั้งของไต้หวันก็จะมี 2 ขั้วพรรคการเมืองก็คือในส่วนของพรรค DPP  ก็จะเน้นนโยบายให้ไต้หวันเป็นสังคมประชาธิปไตย ส่วนอีกขั้วหนึ่งก็คือ ในส่วนของพรรคเคเอ็มที(KMT)แล้วก็พรรคทีพีพี(TPP)ตรงนี้มีจุดยืนต่ออนาคตของไต้หวันในทิศทางเดียวกันก็คือโครงสาธารณะไต้หวันที่เป็นอยู่แล้วก็จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนมากขึ้นตอนนี้ก็อาจจะทำให้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดความตึงเครียดระหว่างจีนและเกาะไต้หวันมากขึ้นได้ขึ้นอยู่กับพรรคไหนที่ชนะการเลือกตั้ง ส่วนช่วงปลายปีเป็นการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายเศรษฐกิจ นโยบายการค้า การเมืองระหว่างประเทศโดยเฉพาะกับจีนว่าจะทำสงครามการค้าต่อหรือไม่ ตรงนี้ก็อาจจะมีผลแล้วก็จะมีความเสี่ยงต่อภูมิศาสตร์ได้ถ้าเกิดนโยบายในเรื่องของ การทหาร การเมือง ระหว่างประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงไป  ส่วนปัจจัยที่ 3  เป็นความต้องการจากธนาคารกลางที่แข็งแกร่งจากกระแสที่ยากที่จะลดการพึ่งพิงเงินดอลลาร์แล้วก็เข้าซื้อทองคำและเงินทุนสำรองมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2565 ธนาคารกลางทั่วโลกพากันเข้าซื้อทองคำ […]

RTC เปิดให้บริการแล้ว วิ่งรถเมล์รอบเมืองเชียงใหม่

ภายหลังจากที่ทดลองเดินรถเมล์รอบเมืองเชียงใหม่ ในที่สุด RTC Chiang Mai City Bus เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา และเวลา 16.30 น. ได้มีการจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ท่าอากาศนานาชาติเชียงใหม่ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  นายทศพล เผื่อนอุดม , ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ นาวาอากาศโทรณกร เฉลิมแสนยากร , ท่านขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ คุณมานพ พุทธวงศ์ , เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก สำหรับรถเมล์ RTC Chiang Mai City Bus ให้บริการในสาย 24 โดยวิ่งจาก สนามบินเชียงใหม่ – วันนิมมาน – ประตูช้างเผือก – ประตูท่าแพ – ตลาดดอกไม้ – ประตูเชียงใหม่ […]

รุ่งหรือร่วง ? เศรษฐกิจไทย ปีมังกรทอง 2567

ใกล้จะสิ้นสุดปี 2566 แล้ว ถือเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจไทยยังไม่สดใสเท่าที่ควร ตามรายงานตามติดเศรษฐกิจไทยขอบธนาคารโลก ประจำเดือนธันวาคม 2566 โดยในไตรมาส 3 ของปีนี้ เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลก โดยเติบโตเพียงร้อยละ 1.5 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แม้จะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการล่วยเหลือค่าครองชีพ การบริโภคภาคเอกชน และการท่องเที่ยวแล้วก็ตาม สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีหน้า 2567 คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 3.2 เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่เติบโตที่ร้อยบะ 2.5 จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ที่กลับไปสู่ระดับปกติในปี 2568 ก่อนการระบาดของโรคโควิด – 19 การส่งออก ตามสภาวะการค้าโลกที่ปรับตัวดีขึ้น แม้จีน ประเทศคู่ค้าหลัก กำลังอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการบริโภคของภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง ซึ่งยังไม่ได้รวมกับนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ในขณะเดียว สภาวะสังคมผู้สูงอายุ จะส่งผลต่อศักยภาพการเติบโตในทศวรรษนี้ ซึ่งชะลอตัวลงที่ร้อยละ 0.5 จากทศวรรษก่อน ขณะที่การลงทุนจากภาครัฐสะดุดลงจากความล่าช้าในการออกพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2567 รวมถึงปัญหาหนี้สาธารณะ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของราคาพลังงาน ยังคงกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า นอกจากนี้แล้ว […]

ส่อง Soft Power เชียงใหม่ มีอะไรบ้างที่สามารถขายได้ในระดับโลก

ทันทีที่รัฐบาลประกาศนโยบาย Soft Power ทำให้ทุกภาคส่วนออกมาเคบื่อนไหวสอดรับกับนโยบายดังกล่าวทันที ยิ่งวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และคณะ ได้เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2566  . ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับประเพณีท้องถิ่นสู่สากล สอดคล้องกับการผลักดันจังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นเมืองเทศกาลนานาชาติ ส่งออก Soft Power ไปทั่วโลก ทำให้หน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ต่างระดมความคิด ในการค้นหา Soft Power ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ไปสร้างชื่อเสียงในระดับประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้กลับเข้าสู่ท้องถิ่นอย่างมหาศาล . เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ระหว่างการจัดงาน Chiang Mai Design Week 2023 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดงานเสวนาเรื่อง Soft […]

มช.ฉลองครบรอบ 60 ปี ตั้งเป้าติดมหาวิทยาลัยโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า

วันที่ 25 ธันวาคม ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนลทัล แม่ปิง เชียงใหม่ ศาสตราจารย์ พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมเปิด งานแถลงข่าวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี 2566 ซึ่งภายในงานนี้ ท่านอธิการบดีได้นำเสนอการเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี การก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจะจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2567 นี้  นับตั้งแต่การก่อตั้งมหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2507 ก่อนเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เมื่อ พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ยกระดับสู่นานาชาติมากขึ้นในทศวรรษที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยขับเคลื่อนโครงการต่างๆ อาทิ การขับเคงื่อนพลังงานอัจฉริยะผ่านเทคโนโลยี Blockchain , Digital Health , การสนับสนุนการวิจัยขั้นแนวหน้าของโลก และการประกาศตัวเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการสร้างสตาร์ตอัป เป็นต้น และในทศวรรษที่ 7 ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (พ.ศ. 2567 – 2576) […]

ราคาทองคำและเงินบาท ประจำวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม

ราคาทองคำสปอตสัปดาห์ที่แล้วยังคงเดินหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 และทำจุดสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ แตะที่ 2,070 ดอลลาร์ ปิดตลาดวันศุกร์ 2,052 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7 ดอลลาร์ ทั้งสัปดาห์ทองคำเพิ่มขึ้นถึง 32 ดอลลาร์ เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบ 4 เดือน ดอลลาร์อินเด็กซ์วันศุกร์อยู่ที่ 101.7 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดก็มีมุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยเป็นขาลงของ “เฟด” ในปีหน้า แล้วก็ทำให้มีแรงเทขายเงินดอลลาร์ออกมา  วันศุกร์สหรัฐฯ เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อ ดัชนีราคาพีซีพื้นฐานเดือน พฤศจิกายน ตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบรายปี น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะออกมาเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายเดือนเพิ่มขึ้น 0.1% น้อยกว่าตลาดคาดการณ์เช่นกัน ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ตรงนี้ทำให้ลงทุนก็ยิ่งมั่นใจว่า “เฟด” น่าจะลดดอกเบี้ยในปีหน้าในเชิงรุกแล้วก็จะเริ่มลดดอกเบี้ยใน เดือน มีนาคม  วันพฤหัสบดี มีตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ที่ประมาณการครั้งสุดท้ายขยายตัวต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ว่าปัจจัยลบก็มีเข้ามาบ้างเจ้าหน้าที่ “เฟด” มีการให้ความเห็นว่าก็อาจจะเร็วเกินไปที่ตลาดประเมินว่า “เฟด”จะลดดอกเบี้ย ครั้งแรก คือ เดือน มีนาคม ปีหน้า แต่ว่าทองคำก็ไม่ได้ปรับตัวลงจากประเด็นเรื่อง “เจ้าหนี้เฟด” ให้ความเห็นแต่อย่างใด  ทางด้านกองทุน SPDR สัปดาห์ที่แล้วขายทองคำเป็นสัปดาห์ที่ 2 ขายออกมาเล็กน้อย 1.44 ตัน  สำหรับวันนี้ตลาดการเงินสำคัญปิดทำการเนื่องจากเป็นวันคริสต์มาสไม่ว่าจะเป็นตลาดสหรัฐ อียู อังกฤษและฮ่องกง ซึ่งตลาดการเงินอียูแล้วก็ตลาดอังกฤษเนี่ยปิดทำการวันอังคารด้วยเนื่องจากเป็นวัน“บ็อกซิงเดย์” (Boxing Day) ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในตลาดคือมีการซื้อขายที่เบาบาง ราคาทองคำในช่วงต้นสัปดาห์อาจจะนิ่ง แต่ก็มีลุ้นว่าราคาทองคำในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปีน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เมื่อดูจากสถิติที่ผ่านมา 5 ปีย้อนหลัง ราคาทองคำเพิ่มขึ้นประมาณ 20 ดอลลาร์ แล้วก็ปีที่ปรับเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดคือเมื่อปี 2018 เพิ่มขึ้น 13 ดอลลาร์ ปีที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดก็คือปี 2021 เพิ่มขึ้นถึง 28 ดอลลาร์ แต่ยังมีลุ้นว่าอาจจะมีแรงซื้อทองคำในช่วงก่อนปีใหม่  สำหรับแนวโน้มราคาทองคำทางด้านเทคนิคจะเห็นว่ามีแรงเทขายออกมาในวันศุกร์บ้างแต่ยังเชื่อว่าเป็นการปรับฐานเพื่อขึ้นต่อ แนวโน้มให้ไว้ก็คือ เป็นไซต์เวย์อัพ แนวรับ 2,045 ดอลลาร์ และ 2,030 ดอลลาร์ แนวต้าน 2,060 ดอลลาร์ และ 2,070 ดอลลาร์ สำหรับทองแท่งของสมาคมวันเสาร์ 33,650 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันศุกร์ แนวรับ 33,600 บาท และ 33,450 บาท แนวต้าน 33,750 บาทและ 33,850 บาท คำแนะนำการลงทุนมีทองแท่งอยู่ถือต่อไปได้แล้วก็ถือข้ามปีด้วยยังเชื่อว่าทองคำยังมีแนวโน้มที่จะสดใสในช่วงต้นปี  ส่วนการลงทุนในโกลด์ฟีวเจอร์ดูทองคำสปอตเป็นหลัก […]

วิถีเกษตรต้นตอฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังจะถูกควบคุมโดย พรบ.อากาศสะอาด

ชาวนากำลังเตรียมทำนาปรังและเกษตรกรปลูกข้าวโพดมีการเร่งเผาตอซังข้าวและตอซังข้าวโพดในหลายอำเภอทำให้ในตอนนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน เกษตรกรยืนยันว่าจำเป็นต้องทำ เพราะถ้าไม่เร่งเผาจะทำนาปรังไม่ทันชลประทานปล่อยน้ำและทันฤดูเก็บเกี่ยวดังนั้นต้องเร่งกำจัดตอซังให้ทันเพื่อเตรียมเพาะปลูก  หลายๆ จังหวัดที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน จึงต้องเฝ้าระวังต้องคอยดูแลกลุ่มเปราะบางเช่น เด็กและผู้สูงอายุ โดยในเขตพื้นที่ภาคเหนือในตอนนี้  4 จังหวัดที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานก็คือ พิษณุโลกลำปาง ลำพูนและสุโขทัย โดยค่าฝุ่นมากที่สุดอยู่ที่พิษณุโลก อยู่ที่ 51.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเชียงใหม่จะมีปริมาณค่าฝุ่นในระดับกลางเนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนโปรยปรายและอากาศหนาวเย็น แต่นั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวเนื่องจากเชียงใหม่จะมีปัญหาหมอกควันและฝุ่นในช่วงเดือนเมษายนของทุกๆ ปี ในห่วงเวลานับย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมาเชียงใหม่เป็นอีก 1 จังหวัดที่ปัญหาฝุ่นควันเป็นปัญหาอันดับ 1 และเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไข ดังนั้นเชียงใหม่ต้องเตรียมตัวเพื่อรับกับปัญหาของการเผาและฝุ่นอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้ ปัญหาการเผาทางการเกษตรไม่ใช่ปัญหาใหม่และยังสร้างมลพิษในอากาศสูง ด้านผู้เผาก็ยืนยันว่าก็มีความจำเป็นต้องเผาเพราะว่าปัจจัยหลายอย่างเป็นตัวบังคับในขณะที่ พรบ.อากาศสะอาด ที่กำลังผลักดันเพื่อที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาฝุ่นควันทั้งประเทศจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาการเผาพื้นที่การเกษตรและเพื่อจะบรรจุลงไปในพรบอากาศสะอาด อาจารย์ชัชวาล ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ ได้กล่าวไว้ว่า กฎหมายควบคุมการเผาพื้นที่การเกษตรมันก็มีอยู่แล้วแต่ทำไมทุกวันนี้ก็ยังพบกันเผากันอย่างชัดเจน การใช้กฎหมายบังคับใช้ไม่ได้หรือว่ายังไง ประเด็นคือมันไม่ตอบโจทย์เกษตรกรที่เขาทำเขาเรียกว่าเกษตรเชิงเดี่ยว เช่น นาข้าว อ้อย ข้าวโพดวิธีการจัดการพวกวัสดุการเกษตรของเขาที่ง่ายและลงทุนต่ำสุด คือ การเผา เราจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ แนวทางที่ 1 คือ ต้องมีนโยบายป้องกัน คือ การแปรรูปไปสู่การมีรายได้ทางเศรษฐกิจ เช่น ตอซังข้าว มันน่าจะไปทำอะไรที่เป็นรายได้ทางเศรษฐกิจได้บ้าง คือ เราจะมาแก้ตอนเผาคงไม่ทันมันต้องเป็นนโยบายเชิงป้องกันและการแปรรูปไม่ว่าจะเป็น ตอซังข้าว อ้อยหรือตอซังข้าวโพด ไปเป็นวัสดุที่เป็นรายได้ทางเศรษฐกิจของเกษตรกรด้วย สิ่งนี้คือสิ่งที่จะต้องทำเป็นอย่างแรก เช่น อัดก้อน อัดแท่ง ทำอาหารสัตว์ ทำเชื้อเพลิง สิ่งเหล่านี้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรฯ ที่น่าจะต้องรับผิดชอบ ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้เน้นกระบวนการป้องกันเหล่านี้ให้ชัดเจน  แนวทางที่ 2 ถ้าสมมุติว่าเกิดมาตรการเรื่องราคา เช่นมาตรการเรื่องแรงจูงใจ กลุ่มที่เผาราคาสินค้าต่ำเพราะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่จะต้องนำมาดูแลสิ่งแวดล้อมถือว่าเป็นมาตรการจูงใจทางราคา ว่าถ้าเกิดไม่มีการเผาราคาสินค้าจะสูงถ้าเกิดเผาราคาจะปรับลดลงไปในราคาต่ำ มาตรการสุดท้ายเป็นมาตรการทางกฎหมาย ต้องทำควบคู่กันไป  ต้องทำทั้ง 3 อย่างพร้อมกัน มาตรการทางกฎหมายตอนนี้มีการผลักดัน พรบ.อากาศสะอาด มาตรการกฏหมายจะมีการบรรจุหรือว่าปรับปรุงใหม่อะไร พรบ.อากาศสะอาด ใส่ลงไปเป็นเนื้อหาถ้า พรบ. นี้สำเร็จขึ้นมา มาตรการทางกฎหมายลงโทษอันนี้ต้องชัดเจน แต่ว่าระดับจะแบ่งเป็นหลายส่วน 1. กลุ่มที่ปล่อยมลพิษในกิจการที่ทำกำไร อย่างเช่นโรงงาน รถบรรทุกขนส่ง ถือว่าเป็นธุรกิจสร้างกำไรจะต้องรับผิดชอบ 2. ผู้ปล่อยที่ทำเป็นวิถีชีวิตประจำวัน เช่น ขับรถยนต์หรือว่าทำกินแบบใช้วิธีปกติ จะอยู่ในกลุ่มกลาง กลุ่มที่อยู่ในป่าและได้รับผลกระทบค่อนข้างสูงแล้วก็มีส่วนร่วมในการลุกขึ้นมาดูแลป่าจะต้องมีมาตรการที่ทำให้เกิดความเป็นธรรม 3. กลุ่มเปราะบาง หรือผู้ทุกกระทำ  โดยสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ คือ  1. คณะกรรมการเพื่อการจัดการอากาศสะอาด กำหนดให้มีคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายและเชิงวิชาการ และการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ดังนี้ คณะกรรมการนโยบายอากาศสะอาด ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ โดยมีหน้าที่และอำนาจในการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย  คณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งมี รมว.ทส. เป็นประธานกรรมการ โดยมีหน้าที่และอำนาจในการขับเคลื่อนเชิงวิชาการ และคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ และ คณะกรรมการอากาศสะอาดพื้นที่เฉพาะ ซึ่งจะแต่งตั้งเมื่อพบว่ามีสถานการณ์และระดับมลพิษทางอากาศในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นการเฉพาะ โดยมีหน้าที่และอำนาจในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ 2. ระบบการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดของประเทศ […]

ราคาทองคำและเงินบาท ประจำวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2566

ราคาทองคำสปอตเมื่อคืนปรับตัวขึ้นแรงปิดตลาดที่ 2,015 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14 ดอลลาร์ หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยตัวเลข จีดีพี(GDP)ไตรมาส 3 ที่เป็นประมาณการครั้งสุดท้ายขยายตัวต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ ตัวเลขจริงขยายตัว 4.9% น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แล้วก็น้อยกว่าประมาณการครั้งก่อนด้วยที่ขยายตัว 5.2% ตรงนี้ก็เลยประเมิน ว่าเฟดอาจจะต้องลดดอกเบี้ยในปีหน้า ถึงแม้ว่าตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐจะแข็งแกร่งก็ตามผู้ขอรับการว่างงานเพิ่มขึ้นเพียง 2,000 รายเป็น 205,000 รายต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะออกมาเพิ่มขึ้นเป็น 214,000 ราย ตลาดให้ความสำคัญกับจีดีพีมากกว่า เมื่อวานนี้ดอนลาร์อินเด็กซ์ ปรับตัวลงอ่อนค่าลงเหลือ 101.75 ตัวนี้ต่ำที่สุดในรอบกว่า 4 เดือน กองทุน SPDR เมื่อวานนี้นิ่งถือครองทองเท่าเดิม ถือครองอยู่ 878 ตัน  สำหรับคืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจ 4 ตัว ที่ให้ความสำคัญน่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายดัชนีราคาพีซีอี(PCE)พื้นฐานของ เดือน พฤศจิกายน ถ้าเกิดที่ปลายเดือนเนี่ยอาจจะเท่าเดิมก็คือขยายตัว 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน จะเท่ากับเดือนก่อน แต่ถ้าเกิดเทียบรายปีดูเหมือนจะลดลง  ตลาดคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 3.4% เมื่อเทียบรายปีจากที่เดือนก่อน เพิ่มขึ้น 3.5% ส่วนตัวเลขอีกตัวยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพฤศจิกายน ตัวนี้อาจจะออกมาดีก็คือเพิ่มขึ้น 2.4% จากที่เดือนก่อนหดตัว 5.4% อีกสองตัวอาจจะไม่สำคัญมาก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ธันวาคม อาจจะทรงตัวที่ 69.4 ตัวนี้เป็นตัวเลขที่ปรับปรุงประกาศครั้งที่ 2 ส่วนยอดขายบ้านใหม่ เดือน พฤศจิกายน ตลาดคาดการณ์ว่าอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 689,000 ยูนิต ที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษน่าจะเป็นเงินเฟ้อเป้าหมาย ถ้าเกิดออกมาเร่งตัวสูงขึ้นระวังอาจมีแรงเทขาย แต่ว่าถ้าออกมาในแนวทางที่ลดลงหรือว่าเท่ากับตลาดคาดการณ์ไว้ ก็ยังหนุนราคาทองคำก็จะทำให้ตลาดเชื่อมั่นว่าปีหน้าเฟดจะลดดอกเบี้ย เพียงแต่ว่าจะลดดอกเบี้ยมากน้อยแค่ไหนหรือจะเริ่มเมื่อไหร่ก็อาจจะต้องดูข้อมูลเศรษฐกิจมาประกอบ แนวโน้มราคาทองคำสปอตทางด้านเทคนิคนะคะ น่าจะปรับตัวขึ้นได้ต่อเช้าวันนี้ทะลุแนวต้านสำคัญ 2,047 ดอลลาร์ ขึ้นมาได้ตรงนี้เป็นจุดสูงสุดของทองคำที่ทำไว้สัปดาห์ที่แล้ว ทำให้แนวโน้มราคาทองคำอาจพุ่งขึ้นต่อไป ทองคำให้แนวรับระยะสั้น 2,040 ดอลล่าร์ และ 2,031 ดอลลาร์ แนวต้าน 2,060 ดอลลาร์ และ 2,070 ดอลลาร์ สำหรับราคาทองแท่งของสมาคมฯเมื่อวานปรับเปลี่ยนเพียง 2 ครั้งขายออกช่วงเย็น 33,600 บาทลดลง 50 บาท  ระยะสั้นให้แนวรับ 33,600 บาท 33,500 บาท แนวต้าน 33,700 บาทและ […]

เชียงใหม่จัดเวิร์คช็อป อนุรักษ์เมืองเก่า ออกแบบพื้นที่ประตูช้างเผือก

วันที่ 20 ธันวาคม ณ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ได้มีการจัดงานเสวนาโครงการอบรมการอนุรักษ์และการพัฒนาเมืองเก่า Chiang Mai City of Happiness Workshop Forum : CMCH 2024 ภายใต้ธีม “ผ่อหัว-ผ่อท้าย-ผ่อใต้-ผ่อเหนือ (BEW(H)ERE) การออกแบบพื้นที่บริเวณประตูช้างเผือกและส่วนเชื่อมต่อ” ซึ่งภายในงานนี้ ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการผลักดันโครงการ โดยมีนักศึกษาจาก 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำของจังหวัด และเครือข่ายภาคประชาสังคมเข้าร่วมงานเวิร์คช็อปครั้งนี้  สำหรับงานเสวนา เริ่มต้นด้วยการบรรยายพิเศษเรื่อง “การอนุรักษ์และออกแบบชุมชนอย่างมีส่วนร่วม” โดย prof.Dr.Mishima Noburo รองประธานฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยซางะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของการอนุรักษ์เมืองเก่า ที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมือง จนประสบความสำเร็จและได้รับรางวัล Asian townscape Awards จากองค์การยูเนสโก้ ตามมาด้วยการบรรยายพิเศษเรื่อง “การออกแบบบนความเป็นไปได้ใหม่” โดยคุณพัชรดา อินแปลง จากบริษัท Sher Maker โดยคุณพัชรดาได้กล่าวถึง การออกแบบและก่อสร้างอาคารสำนักงานจากอาคารหรือสิ่งก่อสร้างเดิม พร้อมทั้งการค้นหาวัตถุดิบและรากเหง้าที่มีอยู่ในพื้นที่ เพื่อนำมาต่อยอดงานออกแบบ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ๆมีอาคารสำนักงานที่สร้างมาจากสถาปัตยกรรมเดิม […]

”ชอยส์มินิสโตร์“ ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี

วันที่ 13 ธันวาคม 2566 คุณวรวัชร ตันตรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชอยส์มินิสโตร์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล เพื่อการศึกษาจัดซื้อครุภัณฑ์และวัสดุอุปกรณ์ในการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จำนวนเงิน 100,000 บาท ซึ่งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จะเปิดสอนที่ วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีเป้าหมายรับนักศึกษารุ่นแรก ในปีการศึกษา 2567 โดยการทำบุญเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศลครั้งนี้ ดร.ถนัด บุญชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ได้รับมอบเงินทำบุญและได้มอบองค์พระพิฆเนศวร ขนาด 9 นิ้ว รุ่น 90 ปีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ให้คณะผู้บริหารของบริษัทฯ ณ สำนักงาน บริษัท ชอยส์มินิสโตร์จำกัด

1 2 3 20