67437

แพทย์ มช. เตือน อย่ารอให้ “ชา-อ่อนแรง” เพราะอาจกระทบถึงไขสันหลัง โดยไม่รู้ตัว

“ปวดคอ” อย่าทนจนชิน!แพทย์ มช. เตือน อย่ารอให้ “ชา-อ่อนแรง” เพราะอาจกระทบถึงไขสันหลัง โดยไม่รู้ตัว หลายคนมีอาการปวดคอ ปวดบ่า หรือปวดไหล่ จนคิดว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน หรือที่เรียกกันว่า “ออฟฟิศซินโดรม” แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ โรคกระดูกคอเสื่อม ซึ่งหากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลให้เกิดการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง จนมีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ❓โรคกระดูกคอเสื่อมเกิดจากอะไรโรคกระดูกคอเสื่อมเกิดได้จากหลายปัจจัย ได้แก่ พันธุกรรม อายุ และการใช้งานของกระดูกคอ ซึ่งแต่ละปัจจัยส่งผลให้กระดูกคอเสื่อมเร็วหรือช้าแตกต่างกันไป ❓ทำไมอาการปวดคอจึงไม่ควรมองข้ามกระดูกคอเป็นส่วนหนึ่งของกระดูกสันหลัง มีบทบาทสำคัญทั้งในการรองรับและช่วยให้ศีรษะเคลื่อนไหว รวมถึงทำหน้าที่ปกป้องไขสันหลังและเส้นประสาท ซึ่งกระดูกสันหลังทอดยาวตั้งแต่ฐานกะโหลกศีรษะไปจนถึงก้นกบ ดังนั้น เมื่อเกิดความผิดปกติบริเวณกระดูกคอ จึงอาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและการทำงานของร่างกายในหลายด้าน ❓ปวดคอคืออะไรอาการปวดคอ คือความรู้สึกไม่สบายบริเวณต้นคอ อาจมีอาการปวดตื้อบริเวณศีรษะหรือท้ายทอย และอาจปวดร้าวลงไปที่บ่า หัวไหล่ แขน หรือสะบักร่วมด้วย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการชาที่แขนหรือนิ้วมือ ร่วมกับกล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง เคลื่อนไหวคอได้น้อยลง มีอาการเจ็บขณะขยับคอ และบางครั้งอาจพบจุดกดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต้นคอและบ่า ▪️อาการหลักของโรคกระดูกคอเสื่อม ผู้ป่วยโรคกระดูกคอเสื่อมมักมีอาการดังต่อไปนี้ ▪️อาการที่ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ ❓ปวดคอแบบไหนควรรีบพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้ ไม่ควรปล่อยไว้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย 📌สาเหตุของอาการปวดคออาการปวดคออาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ […]

รถถูกสั่งห้ามใช้ชั่วคราว ต้องทำอย่างไร?

เจ้าของรถต้องดำเนินการภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีคำสั่ง โดยมี 3 ขั้นตอนสำคัญ นำรถไปปรับปรุงแก้ไขให้ค่าควันดำไม่เกินมาตรฐานนำรถพร้อมคำสั่งไปขอยกเลิกคำสั่ง ณ จุดตรวจที่กำหนดเมื่อตรวจผ่าน เจ้าหน้าที่จะยกเลิกคำสั่งและนำสติกเกอร์ออก หากตรวจไม่ผ่าน ต้องนำรถกลับไปแก้ไขและตรวจใหม่ภายในเวลาที่เหลือ หากไม่ดำเนินการตามกำหนด อาจมีโทษปรับและถูกสั่งห้ามใช้รถทั้งหมด เช็กรถให้พร้อม ลดควันดำ เพื่ออากาศสะอาดของเราทุกคน

บุหรี่มวน หรือ บุหรี่ไฟฟ้า อย่างไหนอันตรายมากกว่ากัน

ทั้งสองอย่างนำสารพิษเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของคุณ แต่อย่างไหน ทำร้ายร่างกายได้เร็วกว่ากัน? บุหรี่มวน เกิดจากการเผาไหม้ของใบยาสูบ และปล่อยสารเคมีนับพันชนิดและคราบน้ำมันดินเหนียวข้น เข้าไปเคลือบถุงลม ทำให้ปอดแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ยากขึ้น บุหรี่ไฟฟ้าเป็นการทำให้น้ำยาระเหย ซึ่งนำพาโลหะหนักและสารเคมีขนาดเล็กจิ๋ว เข้าสู่เนื้อเยื่อปอดในระดับลึก ส่งผลให้เนื้อเยื่ออักเสบอย่างรวดเร็ว นอกจากการอักเสบแล้ว ขดลวดทำความร้อนในบุหรี่ไฟฟ้า ยังปล่อยสารพิษอย่างนิกเกิลและตะกั่วออกมา ทำให้เกิดแผลเป็นอย่างถาวรจากสารเคมี และเข้าไปทำลายลึกถึงระดับเซลล์ แบบไหนที่คุณคิดว่าปลอดภัยกว่ากัน? แล้วมันจริงอย่างที่คิดไว้หรือไม่ บุหรี่มวนหรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นเพียงอาวุธที่แตกต่างกัน แต่เป้าเดียวกัน คือ “ปอดของคุณ” คลิปต้นฉบับ https://www.facebook.com/reel/2181337766044151 หมายเหตุ บริษัทบุหรี่ พยายามชี้นำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนอย่างกับว่า บุหรี่มวนหรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นของจำเป็นต่อชีวิต และมีประโยชน์ต่อผู้บริโภคในความเป็นจริง ทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า ไม่เพียงแต่ไม่มีประโยชน์ใดๆต่อผู้บริโภค แต่ยังมีโทษร้ายแรงต่อผู้สูบและคนที่อยู่ใกล้ชิดฝ่ายเดียว และฝ่ายเดียวจริงๆที่ได้ประโยชน์ คือบริษัทบุหรี่ ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 31 กรกฎาคม 2569

เข้าใจความแตกต่างของ “การสร้างเสริมสุขภาพ กับ “การให้สุขศึกษา”

จนบัดนี้ สังคมไทย รวมทั้งนักการเมือง ผู้บริหารระดับสูงจำนวนมาก ยังไม่เข้าใจว่า “การสร้างเสริมสุขภาพ” ในมิติใหม่ของโลก แตกต่างจาก“การให้สุขศึกษา” อย่างไร นำมาสู่คำถามว่า การรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ลดสุรา ลดปัญหาอ้วน การเพิ่มการออกกำลังกาย ลดอุบัติเหตุจราจร ทำไมยังไม่ส่งผลลดพฤติกรรมเหล่านี้ ฝ่ายที่รณรงค์เรื่องเหล่านี้ “ทำงานล้มเหลว”ปัญหาใหญ่ คือ คนระดับผู้นำทางความคิดในสังคม ยังเข้าใจผิดๆว่าปัญหาที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ สามารถจะลดลงได้ด้วยการรณรงค์ให้ความรู้ /ให้สุขศึกษา แต่เพียงอย่างเดียวจนถึงปีพ.ศ. 2529 โลกรู้จักแต่ “การให้สุขศึกษา” เพื่อให้คนมีพฤติกรรมที่ถูกต้องในการป้องกันโรค ทั้งโรคติดเชื้อและโรคไม่ติดต่อ เช่นสุขอนามัย 10 ข้อ ออกกำลังกาย กินอาหารครบหมู่ ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ ฯลฯประเทศแคนาดาในช่วงต้นทศวรรษ 1970 พบว่าค่าใช้จ่ายสุขภาพเพิ่มเร็วกว่าการเพิ่มของรายได้รัฐ แม้มีระบบสุขภาพที่ลงทุนมาก แต่การป่วยและตายจากโรคไม่ติดเรื้องรังกลับเพิ่มขึ้นพฤติกรรมเช่นการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา กินอาหารไม่ถูกต้อง ขาดกิจกรรมทางกาย เป็นสาเหตุส่งผลกระทบต่อสุขภาพ 50% ปัจจัยอื่นคือ สิ่งแวดล้อม 20% พันธุ์กรรม 20% และระบบบริการสุขภาพ มีผลเพียง 10%องค์การอนามัยโลกจึงจัดประชุมระดมสมอง จนเกิด“ออตตาวา ชาร์เตอร์ […]

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตือน สัญญาณจาก “ไทรอยด์เป็นพิษ” กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน…โชคดีระดับนางฟ้า

กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน.. โชคดีระดับนางฟ้าหรือ สัญญาณเตือนจาก “ไทรอยด์เป็นพิษ”? รายการสุขภาพดีกับหมอสวนดอก👨🏻‍⚕️👩🏻‍⚕️ โดย ผศ.พญ.นิพาวรรณ ไวศยะนันท์อาจารย์ประจำหน่วยวิชาระบบต่อมไร้ท่อภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. 🔸หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถฝากคำถามไว้ในช่องความคิดเห็นได้เลยนะคะ ทางแอดมินจะกลับมาตอบให้ในภายหลัง ขอบพระคุณค่ะ 😊 ติดตามรับชมได้ที่ ..Facebook คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (official): https://cmu.to/atEbhYoutube Suandok Channel: https://cmu.to/5koZ5 #สุขภาพดีกับหมอสวนดอก#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่#แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก#โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu

แพทย์ มช.เตือน อย่าหลงคำว่า “ผลไม้” ของหวานทุกชนิด มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด

“อัลตร้าสมูท” แค่ไหน!!ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น! แพทย์ มช. เตือน อย่าหลงคำว่า “ผลไม้” ของหวานทุกชนิดมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด‼️ “เจลาโต้ (ไอศกรีมผลไม้) ไขมันน้อยกว่า” “ไอศกรีมผลไม้ทำจากผลไม้แท้ น่าจะดีต่อสุขภาพ” หลายคนเลือกของหวานเหล่านี้ เพราะเชื่อว่าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าไอศกรีมทั่วไป แต่ความจริงแล้ว แม้จะมีไขมันน้อยลง หรือมีผลไม้เป็นส่วนประกอบ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกินได้โดยไม่ต้องกังวล เพราะสิ่งที่ควรระวังไม่ใช่แค่ “ไขมัน” แต่คือ ปริมาณน้ำตาล ที่ยังคงอยู่ในไอศกรีมแทบทุกชนิด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระดับน้ำตาลในเลือด การทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน และอาจนำไปสู่โรคอ้วน เบาหวาน และไขมันพอกตับได้ หากรับประทานเป็นประจำ ❓ไอศกรีมเข้าปาก…ร่างกายทำงานอย่างไรเมื่อรับประทานไอศกรีม น้ำตาลจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ร่างกายจึงหลั่ง ฮอร์โมนอินซูลิน จากตับอ่อน เพื่อช่วยนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ เช่น กล้ามเนื้อ ให้นำไปใช้เป็นพลังงาน แต่หากร่างกายใช้พลังงานไม่หมด อินซูลินจะเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินให้กลายเป็นไขมัน สะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา ใต้ผิวหนัง และตับ จนนำไปสู่ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนในที่สุด ❓ทำไมไอศกรีมผลไม้ก็ยังเป็น “ของหวาน” ที่ควรจำกัดหลายคนเข้าใจว่าเมื่อทำจากผลไม้ […]

พื้นที่ชุ่มน้ำแบ่งเขตอย่างไร? ใช้ประโยชน์ได้แค่ไหน?

การแบ่งเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ สามารถแบ่งได้ 2 กรณีหลัก คือพื้นที่ชุ่มน้ำในเขตอนุรักษ์ และพื้นที่ชุ่มน้ำนอกเขตอนุรักษ์ ซึ่งการดำเนินการใด ๆ ในพื้นที่ชุ่มน้ำต้องยึดหลักการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน:⚖️ ไม่เกินขีดความสามารถของระบบนิเวศ🔄 กำหนดช่วงเวลาฟื้นฟูทรัพยากร🤝 สร้างข้อตกลงร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมตั้งแต่การวิจัย ติดตามระบบนิเวศ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไปจนถึงการทำประมงและเกษตรกรรมที่เหมาะสม ทุกกิจกรรมต้องไม่ทำลายสมดุลธรรมชาติ 🌿 #พื้นที่ชุ่มน้ำ #Wetlands #กรมทรัพยากรน้ำ #WiseUse #การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

แพทย์ มช.เตือน เลือดกำเดาไหล วิธีที่หลายคนทำ “ผิดมาตลอด”

🩸เลือดกำเดาไหล ❌อย่าเพิ่งเงยหน้า!แพทย์ มช. เตือน วิธีที่หลายคนทำ “ผิดมาตลอด” “เลือดกำเดาไหล” เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่อยู่ในสภาพอากาศร้อนหรือแห้ง แม้ส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่หากปฐมพยาบาลไม่ถูกวิธี อาจทำให้เลือดไหลนานขึ้นหรือสำลักเลือดได้ ❓เลือดกำเดาไหล เกิดจากอะไร?สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ ✅ปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง ⚠️สิ่งที่ไม่ควรทำ❌ เงยหน้าขึ้น เพราะเลือดจะไหลลงคอ❌ นอนราบขณะเลือดกำเดาไหล❌ ยัดกระดาษทิชชูหรือสำลีเข้าไปลึก ๆ ในรูจมูก❌ ปล่อยมือทุก 1–2 นาทีเพื่อดูว่าเลือดหยุดหรือยัง เพราะจะทำให้ลิ่มเลือดหลุด ❓เมื่อไรควรรีบพบแพทย์?ควรไปโรงพยาบาลทันที หากมีอาการต่อไปนี้ ❓ป้องกันเลือดกำเดาไหลได้อย่างไร? 💡ข้อควรรู้: เลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่เกิดจากหลอดเลือดเล็ก ๆ บริเวณด้านหน้าของผนังกั้นจมูก ซึ่งสามารถหยุดได้ด้วยการบีบปีกจมูกอย่างถูกวิธี แต่หากเลือดออกบ่อยหรือหยุดยาก ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ข้อมูลโดย รศ.ดร.นพ.บวร วิทยชำนาญกุล ผู้ช่วยคณบดีด้านทรัพยากรมนุษย์ และอาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มช. เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบินภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร […]

แพทย์ มช.แนะ อย่าคิดว่าแค่เพลีย! สัญญาณเตือน “หลับใน” ที่น่ากลัวที่สุดคือ..?

อย่าคิดว่าแค่เพลีย!สัญญาณเตือน “หลับใน” ที่น่ากลัวที่สุดคือ.. ? รายการสุขภาพดีกับหมอสวนดอก👨🏻‍⚕️👩🏻‍⚕️ โดย รศ.นพ.ธีรกร ธีรกิตติกุล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์สุขภาพการนอนหลับศูนย์ความเป็นเลิศคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 🔸หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถฝากคำถามไว้ในช่องความคิดเห็นได้เลยนะคะ ทางแอดมินจะกลับมาตอบให้ในภายหลัง ขอบพระคุณค่ะ 😊 ติดตามรับชมได้ที่ ..Facebook คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (official): https://cmu.to/L87bIYoutube Suandok Channel: https://cmu.to/H0OEr #สุขภาพดีกับหมอสวนดอก#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่#แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก#โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu

แพทย์ มช.เตือน แค่กวาดขี้นก ก็เสี่ยงเชื้อราเข้าปอด ลามถึงสมอง

🐦‍⬛🧹แค่กวาดขี้นก…ก็เสี่ยงเชื้อราเข้าปอด ลามถึงสมอง ▶️รับชมผ่านTikTok: https://cmu.to/MyGKCFacebook: https://cmu.to/P0unO #มูลนกพิราบ #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU

แพทย์ มช. เฉลยชัด ทำไมบางคน “ยิ่งฟิต…ยิ่งหน้าโทรม” แบบไม่รู้ตัว ออกกำลังกายแล้ว หน้าแก่จริงไหม?

“ยิ่งออกกำลังกาย ทำไมหน้ายิ่งดูแก่ลง?”คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยเริ่มสังเกตว่า หลังจากฟิตหุ่นจริงจัง น้ำหนักลดไว แต่ใบหน้ากลับดูตอบ เหนื่อยล้า และมีริ้วรอยมากขึ้น แล้วสรุป…มันเกิดจากอะไรกันแน่?ความจริงที่ต้องรู้ ออกกำลังกาย “ไม่ใช่ตัวร้าย” การออกกำลังกาย “อย่างเหมาะสม” เป็นหนึ่งในวิธีชะลอวัยที่ดีที่สุด เพราะช่วย กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดการอักเสบในร่างกาย เพิ่มความไวของอินซูลิน และช่วยให้ผิวดูสดใส สุขภาพดีพูดง่าย ๆ คือ ถ้าทำถูก “หน้าเด็กลง” ด้วยซ้ำ แล้วทำไมบางคน “ยิ่งฟิต ยิ่งหน้าโทรม” ?คำตอบคือ…มันไม่ได้เกิดจากการออกกำลังกายโดยตรงแต่เกิดจาก “วิธีที่คุณดูแลตัวเองระหว่างฟิต” กลุ่มที่เจอปัญหานี้บ่อย เช่น สายวิ่งมาราธอน คนลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ผู้ที่ออกกำลังกายหนักทุกวันแต่สาเหตุหลักที่ทำให้หน้าโทรม ได้แก่ ลดน้ำหนักเร็วเกินไป ไขมันใต้ผิวหน้าลดลง โปรตีนไม่พอพลังงานไม่พอ นอนน้อย ทำให้เกิด ภาวะ overtraining (ออกหนักเกินร่างกายฟื้นตัว)สรุปสั้น ๆ คือ “ร่างกายไม่สมดุล” ต่างหากที่ทำให้หน้าโทรม “ไขมันบนหน้า” ตัวการลับที่หลายคนมองข้าม ไขมันใต้ผิวหนังบนใบหน้า เปรียบเหมือน “ฟิลเลอร์ธรรมชาติ” เมื่อคุณลดน้ำหนักเร็วเกินไปไขมันส่วนนี้จะหายไปก่อน ผลที่ตามมา […]

แพทย์ มช. เผยสาเหตุที่คนลดน้ำหนัก ไม่ควรมองข้าม

ลดน้ำหนักเร็วเกินไป⚠️เสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดีแพทย์ มช. เผยสาเหตุที่คนลดน้ำหนักไม่ควรมองข้าม หลายคนมุ่งมั่นลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น แต่การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเกินไป อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงที่หลายคนไม่คาดคิด โดยเฉพาะการเกิด “นิ่วในถุงน้ำดี” ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่อดอาหารอย่างหนัก รับประทานอาหารพลังงานต่ำมาก หรือมีการลดน้ำหนักมากกว่า 1.5–2 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ รศ.นพ.จักรกริช กล้าผจญ หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า “การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) ได้จากหลายกลไก ประการแรก เมื่อร่างกายได้รับอาหารน้อยมาก โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันต่ำมาก ถุงน้ำดีจะไม่ได้รับการกระตุ้นให้บีบตัวตามปกติ ส่งผลให้น้ำดีค้างอยู่ในถุงน้ำดีเป็นเวลานาน คอเลสเตอรอลในน้ำดีจึงตกผลึกได้ง่าย และก่อตัวเป็นนิ่วคอเลสเตอรอล เปรียบได้กับน้ำในบ่อที่นิ่งเป็นเวลานานจนเกิดตะกอนสะสม นอกจากนี้ ในช่วงที่ร่างกายลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว จะมีการสลายไขมันสะสมจำนวนมากเพื่อนำมาใช้เป็นพลังงาน ตับจึงขับคอเลสเตอรอลส่วนหนึ่งออกทางน้ำดี ส่งผลให้ความเข้มข้นของคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูงขึ้น เมื่อมีปริมาณมากเกินไปก็จะเกิดการตกผลึกและพัฒนาเป็นนิ่วได้ อีกปัจจัยหนึ่งคือ การเปลี่ยนแปลงของสมดุลสารในน้ำดี โดยปกติในน้ำดีจะมีเกลือน้ำดี (Bile Salts) และเลซิทิน (Lecithin) ช่วยละลายคอเลสเตอรอล แต่ในภาวะอดอาหารหรือการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว สัดส่วนของสารเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไป ทำให้คอเลสเตอรอลตกผลึกได้ง่ายขึ้น จากข้อมูลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ลดน้ำหนักแบบรวดเร็วมีโอกาสเกิดนิ่วในถุงน้ำดีรายใหม่ได้ประมาณ 10–25 เปอร์เซ็นต์ และในผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร (Bariatric Surgery) ความเสี่ยงอาจเพิ่มสูงถึง […]

แพทย์ มช.แนะ เรื่องจริงที่คนกลัวการส่องกล้องไม่เคยรู้!

ส่องกล้องครั้งเดียว รู้อนาคต 5 ปีข้างหน้า?เรื่องจริงที่คนกลัวการส่องกล้องไม่เคยรู้ ! 👨🏻‍⚕️🩺 รายการสุขภาพดีกับหมอสวนดอก👨🏻‍⚕️👩🏻‍⚕️ โดย ศ.นพ.ธเนศ ชิตาพนารักษ์ อาจารย์หน่วยวิชาระบบทางเดินอาหาร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. 🔸หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถฝากคำถามไว้ในช่องความคิดเห็นได้เลยนะคะ ทางแอดมินจะกลับมาตอบให้ในภายหลัง ขอบพระคุณค่ะ 😊 ติดตามรับชมได้ที่ ..Facebook คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (official): https://cmu.to/yBgShYoutube Suandok Channel: https://cmu.to/LheaN #สุขภาพดีกับหมอสวนดอก#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่#แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก#โรงพยาบาลสวนดอก #Medcmuในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedcmu

แพทย์ มช.แนะวิธีป้องกันโรคทางเดินหายใจ ลดเสี่ยง ติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค

อย่าชะล่าใจ! โรคทางเดินหายใจยังพบต่อเนื่อง โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทย์ มช. ย้ำ 5 วิธีป้องกัน ลดเสี่ยงติดเชื้อ! โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มช. ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์โรคทางเดินหายใจอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 และโรคติดเชื้อไวรัส RSV อย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนดูแลสุขภาพและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค นพ.หฤษฎ์ ทองวิทูโกมาลย์ อาจารย์หน่วยวิชาโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “จากข้อมูลการเฝ้าระวังผู้ป่วยของโรงพยาบาล (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 27 มิถุนายน 2569) พบจำนวนผู้ป่วยสะสมโรคไข้หวัดใหญ่จำนวน 884 ราย โรคติดเชื้อไวรัส RSV จำนวน4 ราย และ โรคโควิด-19 จำนวน 91 ราย แม้สถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่าช่วงการระบาดที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโรคเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่นหรือมีการรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก” นอกจากนี้ จากข้อมูลการเฝ้าระวังของกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรค ยังพบว่าโรคไข้หวัดใหญ่มีผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด […]

แพทย์ มช.เตือน สายซูชิ ซาซิมิ และปลาดิบ ระวัง! เสี่ยงติดพยาธิในกระเพาะและลำไส้ไม่รู้ตัว

🍣สายซูชิ ซาชิมิ และปลาดิบ แพทย์ มช.เตือน ระวัง! เสี่ยงติดพยาธิในกระเพาะและลำไส้โดยไม่รู้ตัว หลายคนชื่นชอบเมนูปลาดิบ ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ซาชิมิ หรืออาหารทะเลดิบต่าง ๆ เพราะรสชาติสดอร่อย แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารทะเลดิบอาจมี “พยาธิอะนิซาคิส” (Anisakis) ปะปนอยู่ และอาจทำให้เกิดโรคที่เรียกว่า “อะนิซาคิเอซิส” (Anisakiasis) ซึ่งส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารได้ พยาธิอะนิซาคิสคืออะไร?พยาธิอะนิซาคิสเป็นพยาธิตัวกลมที่พบในปลาทะเลและสัตว์ทะเลหลายชนิด เช่น แม้ประเทศไทยจะพบผู้ป่วยไม่มากนัก แต่มีรายงานตรวจพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ในปลาทะเลจากทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ติดพยาธิได้อย่างไร?การติดเชื้อเกิดจากการรับประทานปลาดิบหรืออาหารทะเลที่ปรุงไม่สุก ซึ่งมีตัวอ่อนของพยาธิฝังตัวอยู่ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย พยาธิอาจไปเกาะที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้ ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมา อาการที่ควรสังเกต ❓กินปลาดิบอย่างไรให้ปลอดภัย?วิธีที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเล (เช่น ปลา หมึก) ดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ หากจำเป็นต้องรับประทาน ควรเลือกจากร้านที่ได้มาตรฐานและผ่านกระบวนการแช่แข็งตามมาตรฐานความปลอดภัย ที่สำคัญต้องรู้ว่าการบีบมะนาวการใส่วาซาบิการดองซีอิ๊วหรือซอสต่าง ๆไม่สามารถฆ่าพยาธิได้ พยาธิจะถูกทำลายได้ด้วยการปรุงสุก หรือการแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำตามมาตรฐานเท่านั้นหากสงสัยว่าติดพยาธิ ควรทำอย่างไร?หากมีอาการปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติหลังรับประทานปลาดิบ […]

แพทย์ มช.แนะ อาการและวิธีปฐมพยาบาลหลังโดนผึ้งต่อย

🐝 แพทย์ตอบชัดโดน ‘ผึ้งต่อย’ ต้องทำยังไง 🩺วิทยากรโดย ผศ.นพ.ธีรพล ตั้งสุวรรณรักษ์แพทย์เฉพาะทางสาขาพิษวิทยาคลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มช. ▶️รับชมผ่านTikTok: https://cmu.to/dd0KbFacebook: https://cmu.to/FAQz5 #ผึ้งต่อย #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU

แพทย์ มช.เตือนคอบอล รอเชียร์ทีมรัก ไม่ได้นอนพักผ่อนน้อย ห่วงกระทบสุขภาพ ความดันฯ

บอลโลกฟีเวอร์ แพทย์ มช. เตือนคอบอล รอเชียร์ทีมรัก ไม่ได้นอน พักผ่อนน้อย ห่วงกระทบสุขภาพ ความดัน ฯลฯ ช่วงการแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่ระดับโลก หลายคนยอมอดนอนเพื่อเชียร์ทีมรักจนจบเกม แต่รู้หรือไม่ว่า การนอนหลับไม่เพียงพอแม้เพียง 1 คืน ก็สามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ทันที และหากอดนอนสะสมหลายวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากขึ้น ผศ.ดร.นพ.กัมปนาท วังแสน เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า “การนอนหลับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายใช้ในการซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบต่าง ๆ เมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายจะฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอน เหนื่อยง่าย ปวดศีรษะ หงุดหงิด และสมาธิลดลง แม้จะอดนอนเพียง 1 คืน ก็อาจส่งผลให้วันรุ่งขึ้นเกิดอาการง่วงซึม ความจำและการตัดสินใจลดลง การตอบสนองช้าลง และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้สมาธิสูงหรือการขับขี่ยานพาหนะ นอกจากนี้ การนอนน้อยยังส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเมื่อร่างกายอดนอน ระบบประสาทซิมพาเทติกและฮอร์โมนความเครียดจะถูกกระตุ้นมากขึ้น ทำให้หลอดเลือดหดตัว ความดันโลหิตสูงขึ้น และหัวใจเต้นเร็วขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว […]

วันที่ 8 – 10 มิถุนายน นี้ ชวนชมดาวเคราะห์ชุมนุมดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดีช่วงหัวค่ำ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ชวนชมปรากฏการณ์ “ดาวเคราะห์ชุมนุม” ระหว่างวันที่ 8 – 10 มิถุนายน 2569 ดาวศุกร์ และดาวพฤหัสบดี จะปรากฏเคียงกันบนฟ้าทางทิศตะวันตก ช่วงหัวค่ำ หากฟ้าใส ไร้เมฆฝน ชมความสวยงามด้วยตาเปล่าได้ทั่วไทย  นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงหัวค่ำ วันที่ 8 – 10 มิถุนายน 2569 จะเกิดปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ชุมนุม มีดาวเคราะห์ 2 ดวง คือ ดาวศุกร์ และดาวพฤหัสบดี ปรากฏใกล้กันบนฟ้าทางทิศตะวันตก โดยเฉพาะวันที่ 9 มิถุนายน ดาวเคราะห์ทั้ง 2 ดวงจะปรากฏในตำแหน่งใกล้กันที่สุด เริ่มสังเกตได้ทางทิศตะวันตก หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า จนถึงเวลาประมาณ 21:20 น. […]

พฤติกรรมบางอย่างของผู้ใหญ่ที่อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิเด็กโดยไม่รู้ตัว

พฤติกรรมบางอย่างของผู้ใหญ่ที่ที่อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิเด็กโดยไม่รู้ตัว 🧑‍🧑‍🧒👧🧒 ❇️“สิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเด็ก”เด็กสามารถตัดสินใจได้ว่าจะอนุญาตให้ใครมาสัมผัสร่างกายของตนเองได้บ้างในลักษณะใด หรือในช่วงเวลาใด รวมถึงมีสิทธิ์ปฏิเสธเมื่อรู้สึกไม่สบายใจ ❇️สอนเรื่องนี้ตั้งแต่เล็กเด็กสามารถเริ่มเรียนรู้เรื่อง “การอนุญาต” และ “การปฏิเสธ” ได้ตั้งแต่อายุประมาณ 2 ขวบ การสอนเรื่องนี้ตั้งแต่เล็กจึงมีความสำคัญเพราะช่วยให้เด็กเข้าใจ “ขอบเขตระหว่างบุคคล (boundary)” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแล และปกป้องความปลอดภัยของร่างกายตนเอง ⚠️ผลกระทบระยะยาวการถูกบังคับให้กอด หอม หรือสัมผัสร่างกาย โดยไม่ได้รับความยินยอมอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กในระยะยาวได้ ✅ทางออกที่ดีพ่อแม่สามารถสร้างสมดุลได้โดยสอนให้เด็ก มีทางเลือกในการแสดงความเคารพหรือความรัก เช่น การไหว้ การยิ้ม หรือการกล่าวทักทาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการสัมผัสร่างกายเสมอไป ⚠️ผู้ปกครองควรสังเกตสัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าเด็กถูกทำร้ายหรือถูกล่วงละเมิด เช่น การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรมอย่างชัดเจน โดยไม่ทราบสาเหตุอาการซึมเศร้า หงุดหงิด ก้าวร้าว ความกลัวต่อบุคคลหรือสถานที่บางแห่งรวมถึงการบาดเจ็บที่ไม่สมเหตุสมผล การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ หรือพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม ❇️การเคารพสิทธิในร่างกายของเด็กไม่เพียงเป็นเรื่องของมารยาททางสังคม แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความปลอดภัย ความมั่นใจ และความสัมพันธ์ที่ดีของเด็กในระยะยาว ☎️หากมีข้อสงสัย ควรพาเด็กไปตรวจประเมินที่โรงพยาบาล หรือขอคำปรึกษา จากศูนย์ช่วยเหลือสังคม โทร 1300 ติดตามผ่านทาง Facebook : https://cmu.to/1UTqL #ละเมิดสิทธิเด็ก #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ […]

1 2 3 4 213