53

ปั้กกะตืนปีใหม่พื้นเมือง ปีรวายสง้าหรือหนใต้เรียกปีมะเมีย 2569

ปั้กกะตืนปีใหม่พื้นเมืองปีรวายสง้าหรือหนใต้เรียกปีมะเมีย จุลศักราช ๑๓๘๘ พุทธศักราช ๒๕๖๙ ปีนี้เป็นปีอธิกมาส ปรกติวาร ปรกติสุรทิน พระอาทิตย์จักย้ายจากราศีมีนอาโปธาตุเข้าสู่ราศีเมษเตโชธาตุในวันอังคารที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๙ ตรงกับแรม ๑๒ ค่ำเดือน ๗ เหนือเวลา ๑๐ นาฬิกา ๔๒ นาที ๓๖ วินาที ถือเป็นวันสังขารล่อง รวิสังขานต์แต่งองค์ทรงเครื่องแก้วประภา เครื่องประดับแก้วประภา หัตถ์ขวาบนทรงจักรหัตถ์ขวาล่างพาดหน้าตัก หัตถ์ซ้ายบนทรงถือสร้อยประคำหัตถ์ซ้ายล่างถือกระออมแก้ว ยืนก้มหน้ามาบนหลังราชสีห์ลุกจากหนอุดรไปหนอีสาณ มีเทวดานามมัณฑะรอรับ ตามฮีตฮอยโบราณวันสังขารล่องต้องปัดกวาดเช็ดถูบ้านเรือนร้านค้าที่ทำมาหากินให้สอาดสะอ้าน รุ่งเช้าเป็นวันพุธที่ ๑๕ เมษายนถือเป็นวันเนาว์หรือวันเน่าบ่ดีกล่าวผรุสวาจาว่าร้ายผู้ใดจักบ่ดีต่อชีวิตตน ให้ตักทรายเข้าวัดชำระหนี้ธรณีสงฆ์ ถวายตุงถวายไม้ค้ำเป็นพุทธบูชา รุ่งเช้าพฤหัสบดีที่ ๑๖ เมษายนตรงกับแรม ๑๔ ค่ำเดือน ๗เหนือเวลา ๑๔นาฬิกา๔๐นาที๑๒วินาที ยามนี้จุลศักราชจักแถมมาแห๋มตั๋วเป็นจุลศักราช ๑๓๘๘ ถือเป็นวันพญาวันเถลิงศกใหม่ วันนี้ชวนสมาชิกในครอบครัวแต่งดาข้าวของไปทำบุญตักบาตรรับปีใหม่พร้อมดำหัวพ่อแม่ครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือสืบขนบธรรมเนียมดีงามต่อไป ปีรวายสง้าหรือหนใต้เรียกปีมะเมีย ปีนี้นางสงกรานต์ชื่อรากษสเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกบัวหลวง มีแก้วโมราเป็นอาภรณ์ ภักษาหารคือโลหิต หัตถ์ขวาทรงตรีศูลหัตถ์ซ้ายทรงธนู ยืนมาบนหลังสุกร ปีนี้นาคให้น้ำ […]

“ต๋าแหลว” มรดกความเชื่อและภูมิปัญญาวัฒนธรรมล้านนา

“ต๋าแหลว ”หรือ “ตาแหลว” เครื่องรางโบราณที่มีความเชื่อว่าเอาไว้ป้องกันภูตผี ภัยอันตราย และสิ่งอัปมงคลต่าง ๆ ที่จะเข้ามายังตนเอง โดยเครื่องรางนี้กำเนิดเกิดขึ้นจากภูมิปัญญาชาวบ้าน และกลายเป็นมรดกที่ถูกส่งต่อกันจนมาถึงปัจจุบัน โดยต๋าแหลว เป็นเครื่องหมายทางพิธีกรรมที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาการจักสานและรากเหง้าความเชื่ออันเข้มแข็งของชาวล้านนา โดยคำว่า “ต๋าแหลว” ในภาษาเหนือหมายถึง “ตาเหยี่ยว” มีลักษณะเป็นไม้ไผ่สานที่นำตอกมาหักขัดกันเป็นแฉกตั้งแต่สามแฉกขึ้นไป แม้จะมีชื่อพ้องกับคำว่าเฉลวในภาคกลาง แต่ในพื้นที่ล้านนา ต๋าแหลวมีบทบาทที่เน้นหนักไปทางด้านพิธีกรรมและความเชื่อในการป้องกันสิ่งชั่วร้ายอย่างชัดเจนมากกว่าการใช้เป็นเพียงสัญลักษณ์ทางพาณิชย์หรือการแพทย์เหมือนในภาคกลาง ในวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวล้านนา ต๋าแหลวถือเป็นเครื่องรางผู้พิทักษ์ที่ใช้ในการป้องกันภูตผีปีศาจและสิ่งอัปมงคลไม่ให้เข้ามากล้ำกรายยังบ้านเรือนหรือครอบครัว คนโบราณมักนำต๋าแหลวไปแขวนหรือปักไว้ตามจุดสำคัญ เช่น หน้าประตูบ้าน ปากซอย ทางสามแพร่ง รวมถึงสวนไร่นา นอกจากนี้ยังมีความเชื่อในการนำต๋าแหลวติดไว้ในรถเพื่อป้องกันภัยอันตรายและเคราะห์ร้ายต่าง ๆ ตามความเชื่อเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ต๋าแหลวในวัฒนธรรมล้านนามีการใช้ใน “พิธีแฮกนา” หรือการเริ่มทำนาตามประเพณีท้องถิ่น เพื่อเสี่ยงทายและบูชาพระแม่โพสพเพื่อให้ผลผลิตงอกงาม ในพิธีนี้จะมีการกำหนดบริเวณที่เรียกว่าค้างแรกเข้า ซึ่งถือเป็นจุดมงคลและเป็นที่สถิตของผีเสื้อนาหรือเรียกอีกอย่างว่าเทวดาอารักษ์ที่นา โดยจะมีการปักต๋าแหลวไว้ที่สี่มุมของบริเวณพิธี และปักตาแหลวหลวง หรือตาแหลวแรกนาไว้กึ่งกลางพื้นที่เพื่อความเป็นสิริมงคล ประเภทของต๋าแหลวในล้านนามีความหลากหลายตามหน้าที่การใช้งาน เช่นต๋าแหลว 7 ชั้นซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยต้องใช้ตอกถึง 42 เส้น สานวนซ้อนกันเจ็ดชั้นเพื่อใช้ในพิธีกรรมขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดี นอกจากนี้ยังมีตาแหลวแม่หม้ายที่ใช้ตอก 6 เส้นสานขัดกันคล้ายกงจักรสำหรับพิธีแฮกนาข้าวก่อนเริ่มทำนา และตาแหลวหมายใช้ทำขึ้นเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่และห้ามบุกรุก ความศักดิ์สิทธิ์ของต๋าแหลวยังถูกเสริมด้วย วัสดุมงคลตามธรรมชาติตามตำราล้านนา เช่น […]

พระนางจิรประภามหาเทวี กษัตริย์หญิงองค์แรกของล้านนาสู่เทพีแห่งความรัก

พระนางจิรประภามหาเทวี ประดิษฐาน ณ วัดโลกโมฬี ในปัจจุบัน เป็นเทพีที่มีความโดดเด่นในเรื่องของความรัก ผู้คนจากที่ต่างๆหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้ขอพร บนบานศาลกล่าว เพื่อขอพรให้ได้พบรักแท้และคู่ครอง เมื่อคำอธิษฐานสำฤทธิ์ผลจึงเกิดเป็นแรงแห่งความเชื่อ ความศรัทธา ที่ทำให้พระนางจิรประภามหาเทวีเป็นหนึ่งในเทพีที่ถูกยกให้เป็นที่พึ่งด้านความรัก ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ความเชื่อ ความศรัทธานี้มิได้เกิดขึ้นมาอย่างเลื่อนลอย หากแต่มีรากฐานจากเรื่องราวความรักของพระองค์ที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์และถ่ายทอดสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ในทางประวัติศาสตร์นั้น กรมศิลปากร ระบุว่า พระนางจิรประภามหาเทวีทรงเป็นพระมเหสีของพระเมืองเกษเกล้า และเป็นพระมารดาของท้าวซายคำ รวมถึงพระนางยอดคำทิพย์ อัครมเหสีของพระเจ้าโพธิสารราชแห่งล้านช้าง ผู้เป็นพระมารดาของพระไชยเชษฐาธิราช ความสัมพันธ์เชิงเครือญาติและบทบาททางการเมืองดังกล่าว ทำให้พระองค์เป็นศูนย์กลางเครือข่ายอำนาจในภูมิภาคล้านนาและล้านช้าง ภายหลังพระเมืองเกษเกล้าถูกลอบปลงพระชนม์ บ้านเมืองไร้ผู้นำ ขุนนางจึงอัญเชิญพระองค์ขึ้นครองราชย์ชั่วคราว นับเป็นกษัตรีย์พระองค์แรกแห่งราชวงศ์มังราย ศาสตราจารย์สรัสวดี อ๋องสกุล วิเคราะห์ไว้ในหนังสือ ขัติยานีศรีล้านนา ว่า พระองค์ทรงมีความพร้อมทางการเมืองสูง จากประสบการณ์ในฐานะพระมเหสีและพระมารดาของกษัตริย์ จึงสั่งสมความเข้าใจในโครงสร้างอำนาจและกลไกการปกครองมาอย่างยาวนาน ช่วงที่ทรงครองราชย์ กองทัพสมเด็จพระไชยราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยายกทัพมาตีเชียงใหม่ แต่เนื่องจากบ้านเมืองไม่พร้อมรับศึก พระองค์จึงส่งบรรณาการแทนการสู้รบ ซึ่งได้รับการยอมรับเป็นไมตรี อีกทั้งยังเชิญทำบุญอุทิศแก่พระเมืองเกษเกล้า ณ วัดโลกโมฬี ต่อมาทรงสละราชบัลลังก์ถวายแก่พระไชยเชษฐาธิราช พระราชนัดดา ส่วนทางด้านพระครูไพบูลย์เจติยานุรักษ์ เจ้าอาวสวัดโลกโมฬี กล่าวถึงประวัติของพระนางจิรประภามหาเทวีตรงกันกับกรมศิลปากร แต่มีการกล่าวถึงประวัติความเป็นมาตามพงศาวดารเพิ่มเติมไว้ว่า หลังพระเมืองเกษเกล้าถูกลอบปลงพระชนม์ พระนางจิรประภามหาเทวี จึงได้ขึ้นครองราชย์แทน […]

“วัดหมื่นเงินกอง” วัดชื่องาม นามมงคล เสริมโชคลาภการเงิน

ภายในเขตคูเมืองเชียงใหม่ที่ขึ้นชื่อเรื่องวัดที่มีอยูจำนวนมากให้กราบไหว้ขอพร แต่ใครจะรู้ว่านอกจากจำนวนวัดที่มากแล้วยังมีวัดที่ชื่อมีความหมายดีเหมาะแก่การกราบไหว้ขอพร อย่างวัดที่แค่เห็นชื่อก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าวัดแห่งนี้เด่นในด้านใดอย่าง “วัดหมื่นเงินกอง” แค่เห็นชื่อวัดก็รู้ได้ทันที่ว่าชื่อนี้มงคล วัดหมื่นเงินกองเป็นหนึ่งวัดเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ ปรากฏในเอกสารโบราณว่าวัดแห่งนี้ถูกก่อสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาหรือในบางฉบับชื่อของวัดแห่งนี้ได้ไปปรากฏในสมัยพระเจ้าติโลกราช ราว 500-600 ปี ปัจจุบันได้รับการปฏิสังขรณ์ให้คงรูปแบบและลวดลายประดับตามแบบดั้งเดิม คือ อาคารพื้นเมืองล้านนาที่มีโครงสร้างของหลังคาแบบลดชั้นและชายคาแบบปีกนก หน้าจั่วหลักคาประดับช่อฟ้าแกะสลักรูปเปลวเพลิง ซึ่งต่างจากวัดอื่นที่มักสลักเป็นรูปนาค และเจดีย์ทรงปราสาทยอดระฆังพร้อมสิงห์ประดับมุม ชื่อวัดหมื่อเงินกอง ได้มาจาก ‘หมื่นเงินกอง’ เป็นชื่อของอำมาตย์ทิดเมธังในรัชสมัยพระเจ้ากือนา ท่านได้ไปอาราธนาพระสุมนะเถระชาวเมืองสุโขทัยให้มาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในนครพิงค์เมื่อ พ.ศ. 1913 และได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์บรรดาศักดิ์ที่ท่านได้รับจึงเป็นที่มาของวัดหมื่นเงินกองแห่งนี้ วัดหมื่นเงินกองขึ้นชื่อความมงคลเรื่องเงินทอง ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพรให้มีเงินทองไหลมาเทมาเป็นหมื่นกองตามชื่อวัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสิริมงคลเรื่องเงิน การทำมาค้าขาย ความมั่นคงในชีวิต เวลาเปิด-ปิด: 08.00-17.00 น.ที่อยู่: วัดหมื่นเงินกอง 30  ถ.สามล้าน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่  https://goo.gl/maps/YdU1hmNfmP3c8P2MA

ตำนานกระซิบรักบันลือโลก ประวัติศาสตร์ความรักผ่านจิตรกรรม “ปู่ม่าน ย่าม่าน”

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์เวียนมาถึง กลิ่นอายของวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรักในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก็เริ่มอบอวลไปทั่ว สำหรับในประเทศไทยหากจะนึกถึงสัญลักษณ์ของความรักที่มีความเป็นอมตะและเปี่ยมด้วยมนต์ขลังทางประวัติศาสตร์ หนึ่งในนั่นคงเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่จังหวัดน่าน ซึ่งดึงดูดให้ผู้คนเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศแห่งการบอกรักที่สืบทอดมานับร้อยปี ณ วัดภูมินทร์ ใจกลางเมืองน่าน “ปู่ม่าน ย่าม่าน”  ภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดในวัดภูมินทร์ภาพ หรือที่รู้จักในชื่อ “กระซิบรักบันลือโลก” ซึ่งสันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในช่วงปี พ.ศ.2410-2417 ระหว่างการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัย เจ้าอนันตวรฤทธิเดช โดยจากฝีมืออของศิลปินชาวไทยลื้อชื่อ หนานบัวผัน ผู้ฝากผลงานจิตรกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ไว้บนผนังวิหารจัตุรมุขแห่งนี้ โดยภาพปู่ม่าน ย่าม่าน เสน่ห์ของภาพอยู่ตรงที่กิริยาอาการของชายหญิงชาวพม่าหรือที่เรียกว่าม่าน ที่กำลังกระซิบกระซาบกัน ในด้านการแต่งกายฝ่ายหญิงจะแต่งกายด้วยเสื้อปั๊ดและนุ่งซิ่งลุนตยาของพม่า พร้อมใส่ลานหูแสดงฐานะทางสังคม ส่วนฝ่ายชายจะโชว์รอยสักสีแดงและสีดำตั้งแต่เอวถึงหัวเข่าที่เรียกว่านุ่งผ้าต้อย หรือนุ่งเก็นม่าน เพื่อแสดงความกล้าหาญและความเป็นชายในสังคมสมัยนั้น ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ภาพนี้ตราตรึงใจคือบทพรรณนารักอันลึกซึ้ง ซึ่งมีที่มาจากโวหารคำเจรจาของหนุ่มสาว หรือ “คำอู้บ่าว อู้สาว” ที่ว่า “คำฮักน้องกูปี้จักเอาไว้ในน้ำก็กลัวหนาว จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว ก็กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาคะลุม จักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป ก็เลยเอาไว้ในอกในใจตัวชายปี้นี้ จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้ ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา” คำกลอนนี้แปลความหมายได้ว่า ความรักของพี่ที่มีต่อน้องนั้น หากจะฝากไว้ในน้ำก็กลัวน้องจะเหน็บหนาว หากจะฝากไว้ในกลางท้องฟ้าก็กลัวเมฆหมอกมาปกคลุม ครั้นจะเอาไปฝากไว้ในวังคุมเจ้าหลวง ก็กลัวเจ้านายมาพบและชิงเอาไป สุดท้ายจึงเก็บรักนี้เอาไว้ในอกในใจของพี่เพียงผู้เดียว เพื่อให้มันร้องไห้กระซิกกระซี้ถึงน้องไม่ว่าจะยามหลับหรือสะดุ้งตื่นก็ตาม บทประพันธ์นี้ในอดีตชายหนุ่มมักจะขับขานด้วยลีลาที่เรียกว่า […]

“ฟ้อนเมือง” ศิลปะการร่ายรำ มรดกทางวัฒนธรรมแห่งล้านนา

ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเมือง หรือ ฟ้อนแห่ครัวทาน เป็นฟ้อนประจำท้องถิ่นหรือฟ้อนพื้นบ้านอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนามาช้านาน โดยมีกระบวนท่ารำที่ประนีต งดงาม อ่อนช้อย ประกอบกับการแต่งกายที่สวยสดงดงาม สะท้อนถึงประเพณีวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่แฝงไปด้วยจิตวิญญาณของชาวล้านนาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ฟ้อนเล็บ เดิมนิยมเรียกว่า “ฟ้อนเมือง” หรือ “ฟ้อนแห่ครัวทาน” จะเรียกตามโอกาสที่ได้แสดงในงานต่างๆ เป็นฟ้อนที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ของ “คนเมือง” หรือคนล้านนาที่มีเชื้อสายไทยวน มักปรากฏในขบวนแห่ครัวทานของวัดเพื่อเฉลิมฉลองงานบุญหรืองานปอยที่ชาวล้านนาได้สร้างหรือบูรณะสิ่งต่างๆ ในวัดวาอาราม ในช่วงแรกเริ่มนั้นจะไม่มีการสวมใส่เล็บ จนกระทั่งในเวลาต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนให้สวมเล็บที่ทำด้วยทองเหลืองทั้ง ๘ นิ้ว ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ จึงเรียกกันว่า “ฟ้อนเล็บ” มีรูปแบบกระบวนท่ารำและลีลาท่าฟ้อนไม่มีกำหนดตายตัวและเป็นมาตรฐาน จึงทำให้การฟ้อนอาจคล้ายคลึงหรือต่างกันในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่การถ่ายทอดฝึกซ้อมของแม่ครูแต่ละท่าน ในเวลาต่อมาเมื่อพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ได้กลับมาประทับที่เชียงใหม่เป็นการถาวร ทรงเห็นว่าศิลปะการฟ้อนเมือง หรือฟ้อนเล็บของล้านนาไม่มีแบบแผนที่ชัดเจนแน่นอน จึงให้เสาะหาแม่ครูฟ้อนที่มีชื่อเสียงหลายท่านมาฟ้อนร่วมกัน และได้ทรงปรับปรุงกระบวนท่าฟ้อนให้สวยงามอ่อนช้อยงดงาม จากนั้นจัดให้มีการฝึกบรรดาลูกหลานเจ้านายฝ่ายเหนือและลูกหลานข้าราชบริพารให้เป็นช่างฟ้อนในคุ้มหลวง นำออกแสดงในงานปอยต่างๆที่เจ้านายฝ่ายเหนือทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ เมื่อชาวบ้านได้เห็นการฟ้อนของช่างฟ้อนคุ้มหลวงที่มีลีลางดงามเป็นแบบแผน จึงเกิดการเลียนแบบกระบวนท่าฟ้อนของช่างฟ้อนคุ้มหลวง รวมทั้งเรียกชื่อท่าฟ้อนตาม นางรำหรือคนฟ้อน จะแต่งกายด้วยเสื้อคอกลมกระดุมปั๊ม แขนกระบอกความยาวเท่าข้อมือตัดแบบแยกชิ้น สีของชุดช่างฟ้อนแล้วแต่ละกลุ่มแต่ละวัดจะกำหนด สวมใส่เข้ากับซิ่นลายขว้าง ต่อตีนต่อเอว และสวมใส่สไบจากผ้าฝ้ายทอหรือผ้าทอตามท้องถิ่น ใช้ความยาวไม่เกินข้อพับเข่า พาดบ่าซ้าย นางรำหรือคนฟ้อนจะต้องเกล้าผมมวยและทัดดอกไม้ประดับผมด้านซ้าย โดยใช้ดอกไม้พื้นบ้าน เช่น […]

ตานก๋วยสลาก ประเพณีแห่งการแบ่งปันและพลังศรัทธาสามัคคี

สลากภัต หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า “ตานก๋วยสลาก” คือประเพณีการถวายภัตตาหารและเครื่องไทยธรรมแด่พระภิกษุสงฆ์โดยไม่ได้เจาะจงรูปใดรูปหนึ่ง คำว่า “สลากภัต” มาจากคำว่า “สลาก” หมายถึงเครื่องหมายกำหนดเสี่ยงโชค และ “ภัต” หมายถึงอาหาร รวมกันจึงหมายถึงอาหารที่ถวายตามสลาก โดยพระภิกษุจะได้รับของถวายผ่านการจับสลากที่ทายกหรือทายิกาปักไว้ ซึ่งถือเป็นกุศโลบายในการฝึกจิตใจให้บริสุทธิ์ ขจัดความลำเอียงหรืออคติ และเป็นการบำเพ็ญบุญกิริยาเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป ต้นกำเนิดของประเพณีนี้มีปรากฏขึ้นในพระไตรปิฎก โดยเชื่อว่าเกิดขึ้นครั้งแรกหลังจากนางกาลียักษิณีที่เลิกจองเวรและหันมานับถือศีล 5 ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า นางได้ใช้ความสามารถในการพยากรณ์ดินฟ้าอากาศช่วยเหลือชาวบ้านในการทำนาจนมีฐานะมั่นคง เมื่อชาวบ้านนำสิ่งของมาตอบแทนนางจึงนำของเหล่านั้นมาจัดทำเป็นสลากภัตให้พระสงฆ์จับสลากรับถวาย นอกจากนี้พระพุทธเจ้ายังทรงได้ทรงอนุญาตสลากภัตเป็น 1 ใน 7 อย่างที่พระสงฆ์พึงรับได้ในช่วงที่บ้านเมืองเกิดความยากลำบากหรือข้าวยากหมากแพง เพื่อให้พุทธบริษัทได้ทำบุญบุญอย่างทั่วถึง ในล้านนาประเพณีนี้มักจัดขึ้นในช่วงเข้าพรรษา ตั้งแต่วันขึ้น 14 ค่ำ เดือน12 เหนือ หรือประมาณเดือนกันยายน ไปจนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านว่างเว้นจากการทำนาและผลผลิตทางการเกษตรเริ่มออกดอกออกผล การทำบุญในช่วงนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษและพ่อแม่ญาติพี่น้องที่ล่วงลับ รวมถึงเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที โดยในอดีตมักจะเริ่มจัดที่วัดสำคัญก่อน อย่างเชียงใหม่ก็จะจัดที่วัดเชียงมั่นก่อน ก่อนที่วัดในชุมชนจะจัดตามลำดับ กระบวนการเตรียมงานจะเริ่มจาก วันดา หรือวันสุกดิบ ซึ่งเป็นวันที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมสิ่งของ โดยฝ่ายชายจะรับหน้าที่สานก๋วยหรือตะกร้าไม้ไผ่ที่มีรูปทรงหลากหลาย ทั้งสลากน้อย สลากก๋วยใหญ่ และสลากต้น ส่วนฝ่ายหญิง จะเตรียมเครื่องไทยธรรม เช่น อาหารแห้ง […]

(มีคลิป)ปฏิบัติธรรมฟรี วัดยางกวง เชียงใหม่

ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ เจริญพระพุทธมนต์ ทุกวัน ฟรี วัดยางกวง เชียงใหม่ พระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทฺธิวาที เจ้าอาวาสวัดยางกวง ให้สัมภาษณ์กับทีมงาน “เชียงใหม่นิวส์ ร้อยเรื่องเมืองล้านนา” ถึงกิจกรรมที่น่าสนใจ วัดยางกวงเชียงใหม่ได้จัดกิจกรรม สวดมนต์ เจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเสริมสร้างสมาธิ ฝึกจิตให้เข็มแข็ง โดยเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ในสภาวะที่สังคมกำลังเสื่อมศรัทธา ในศีลในธรรม ซึ่งวัดยางกวง เชียงใหม่ มีสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ทุกวันตอนเย็น เวลา 18:00-19:30 น. และวันเสาร์ เวลา 13:00 -15:00 น. ที่วัดยางกวง ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทฺธิวาที กล่าวอีกว่า วัดยางกวง ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้ เป็นวัดที่ริเริ่มกิจกรรม เจริญพระพุทธมนต์ เพื่อน้อมมงคลเข้าสู่ตน สวดมนต์ เป็นยาทา ภาวนา เป็นยากิน จะให้โอสถออกฤทธิ์เร็ว ต้องทั้งกิน […]

144 ปีชาตกาล ครูบาเจ้าศรีวิชัย

งาน “สักการะไหว้สา ครูบาเจ้าศรีวิชัย” ระหว่างวันที่ 10 – 11 มิถุนายน 2565 งาน “สักการะไหว้สา ครูบาเจ้าศรีวิชัย” ตามโครงการไหว้สาปาระมีครูบาเจ้าศรีวิชัย วัดดอยติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระหว่างวันที่ 10 – 11 มิถุนายน 2565 ณ วัดดอยติ หมู่ที่ 2 บ้านหนองบัว ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โดยเทศบาลตำบลป่าสัก ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นปูชนียบุคคลที่สำคัญยิ่ง ที่ชาวลำพูนและชาวล้านนาให้ความเคารพนับถือ และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างและบูรณะพุทธศาสนสถานหลายแห่งทั่วภาคเหนือของประเทศไทย จนได้รับการขนานนามว่า “ต๋นบุญแห่งล้านนา” โดยพี่น้องชาวจังหวัดลำพูน ได้ร่วมกันสร้างรูปเหมือนครูบาเจ้าศรีวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลกไว้ที่ วัดดอยติ หมู่ที่ 2 บ้านหนองบัว ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดลำพูน และทุก ๆ ปี ในวันครบรอบชาตกาล พี่น้องชาวจังหวัดลำพูน […]

(มีคลิป)งานใส่ขันดอก 2565

เชียงใหม่นิวส์ ร้อยเรื่องเมืองล้านนา ประมวลภาพงานใส่ขันดอก ไหว้สาบูชาเสาอินทขีล ปี 2565 พิธีอาราธนาอัญเชิญพระพุทธรูป “พระเจ้าฝนแสนห่า” จากกุฏิ 700 ปี วัดช่างแต้ม ขึ้นรถบุษบกออกจากวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร พระอารามหลวง โดยมีพระภิกษุสามเณร ศรัทธาประชาชน เข้าร่วมพิธีอัญเชิญ พร้อมเครื่องสักการะ ขบวนช่างฟ้อน ขบวนกลอง แห่ไปรอบเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล และถึงฤดูการทำนา ตามประเพณีล้านนาโบราณ เดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก เพื่อนำไปให้ประชาชนได้สรงน้ำและกราบสักการบูชาในงานประเพณีใส่ขันดอก เสาหลักเมืองอินทขีล ระหว่างวันที่ 27 พ.ค. – 2 มิ.ย.65 นี้ ซึ่งตรงกับวันแรม 12 ค่ำเดือน 8 เหนือ เหล่าศรัทธาสามารถเข้าร่วมประเพณีใส่ขันดอก ไหว้สาบูชาเสาอินทขีลได้ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. – 2 มิ.ย. 65 และพิธีออกอินทขีล วันที่ 3 […]

อานิสงส์ การจุดประทีป

อานิสงส์ของการจุดโคมประทีปเป็นพุทธบูชา มีมากมายมหาศาล พอยกตัวอย่างได้ดังเรื่องของพระมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีรัศมีกายแผ่ออกไปโดยรอบตลอดหมื่นโลกธาตุเป็นนิจ เรื่องมีอยู่ว่า…ในสมัยหนึ่ง พระบรมโพธิสัตว์มังคลได้เสวยพระชาติเป็นมานพหนุ่ม ท่านได้เห็นพระเจดีย์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งแล้วเกิดจิตศรัทธาเลื่อมใสอย่างยิ่ง ท่านจึงคิดว่า “เราจะบูชาพระเจดีย์ด้วยการถวายประทีปเป็นพุทธบูชา…ด้วยชีวิต” จากนั้น ท่านจึงได้พันร่างกายด้วยไส้ประทีป แล้วชุบเนยใสจนชุ่ม ดุจพันประทีปคบเพลิง แล้วนำถาดทองคำใบใหญ่มีราคาแสนกหาปณะ ใส่เนยใสเต็มถาดพร้อมกับบรรจุไส้สำหรับจุดประทีป แล้วจุดประทีปทูลไว้บนศีรษะ จากนั้นก็จุดประทีปที่ร่างกายให้ไฟสว่างไสวลุกโพรง การจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชานั้น มีอานิสงส์มากมาย ทำให้เกิดทิพยวิมาน ทิพยสมบัติ และได้เสวย ทิพยสมบัติตลอดกาลนาน และเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะได้อานิสงส์ ดังนี้ 1. ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เป็นผู้รู้คุณของพระรัตนตรัย มีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย เป็นเหตุให้ได้สร้างบารมียิ่งๆขึ้นไป 2. เป็นคนมีความเคารพ มีสัมมาคาราวะต่อพระรัตนตรัย ต่อบิดามารดา อุปัชฌาย์ อาจารย์ 3. เป็นผู้มีดวงตาสดใส สวยงาม มองเห็นได้ชัดเจน มองเห็นได้ไกล เห็นถูกต้องตรงตามความเป็นจริง 4. ทำให้ได้ทิพยจักษุ คือ มีตาทิพย์ เห็นภพภูมิอันเป็นทิพย์ ทำให้เกิดสัมมาทิฐิชัดเจนยิ่งขึ้น 5. มีผิวพรรณผ่องใส เป็นที่เลื่อมใสต่อมหาชน ใครเห็นแล้วก็สบายใจอยากเข้าใกล้คบหาพูดคุยด้วย 6. มีรัศมีกายสว่างไสว มีสติสัมปชัญญะ […]

(มีคลิป)หลวงพ่อสำเร็จ เชียงใหม่

หลวงพ่อสำเร็จ (พระพุทธสิทธิผลมงคลมุนี) พระประธานภายในวิหารวัดป่าพร้าวนอก จ.เชียงใหม่ เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา ขอนำเสนอ หลวงพ่อสำเร็จ (พระพุทธสิทธิผลมงคลมุนี) พระพุทธรูปที่น่าเคารพศรัทธาของชาวเชียงใหม่ พระประธานภายในวิหาร หลวงพ่อสำเร็จ (พระพุทธสิทธิผลมงคลมุนี) พระประธานภายในวิหารวัดป่าพร้าวนอก (ขุมคำ) จ.เชียงใหม่ หลวงพ่อสำเร็จ (พระพุทธสิทธิผลมงคลมุนี) เป็นพระพุทธรูปที่มีความสวยงามและน่าไปกราบไหว้ขอพร อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ถ้ามาจากสนามบินอยู่แถว ถ.มหิดล ต.ป่าแดด เลี้ยวเข้าก่อนถึงใกล้สะพานข้ามน้ำปิง สภ.ภาค 5 หรือถ้ามาจากช้างคลาน ใช้ทางเรียบไปทางเส้นน้ำปิงเชียงใหม่ เชื่อว่าช่วยให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ด้านการเงิน การเงิน และชีวิต วัดป่าพร้าวนอกเริ่มสร้างในสมัย พระมหาอุปราชธรรม ลังกา จุลศักราช 1160 ตรงกับพุทธศักราช 2341 ตามตำนานกล่าวว่า นายกวาด ยี่ปิ้ว ชาวเงี้ยว (ไทยใหญ่) ซึ่งเป็นผู้นำชาวบ้านละแวกนี้ ได้ชักชวนชาวบ้าน ทำการรื้อถาง ที่รกร้างว่างเปล่า และก่อสร้างวัดขึ้น โดยในตอนแรกมีเพียง วิหาร กุฏิ ศาลา และพระพุทธรูป เพียงองค์เดียวเท่านั้น […]

(มีคลิป)ใส่ขันดอกวัดเจดีย์หลวง ปี 65

เชียงใหม่นิวส์ ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำเรื่องราวประเพณีใส่ขันดอก พิธีบูชาเสาอินทขีลหรือเสาหลักเมือง วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ปี 2565 นี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พ.ค. 65 ถึง 2 มิ.ย. 65 ที่วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ มานำเสนอ ซึ่งชาวเชียงใหม่เชื่อว่าเป็นเสาหลักที่สร้างความมั่นคง การอยู่ดีมีสุขให้คนเชียงใหม่ อินทขีลหรือเรียกว่า เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่ทราบดีว่า ทุกๆ ปีจะต้องมีพิธีสักการะบูชาเสาอินทขีล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ให้แก่ชาวบ้านชาวเมืองรวมทั้งผู้ที่ทำเกี่ยวกับเกษตรโดยการเพาะปลูก โดยงานดังกล่าวได้อัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่า อันเป็นพระ พุทธรูปที่บันดาลให้ฝนตก มาเป็นประธานในขบวนแห่ และมีการสวดคาถาอินทขีลของหมู่สงฆ์ด้วย ชาวเชียงใหม่จะทำพิธีบูชาอินทขีล ในตอนปลายเดือน 8 ต่อเดือน 9 หรือระหว่างเดือน พ.ค.ต่อเดือน มิ.ย. โดยเริ่มในวันแรม 3 ค่ำ เดือน 8 เรียกว่า วันเข้าอินทขีล การเข้าอินทขีลจะมีไปจนถึงในวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 ซึ่งเป็นวันออกอินทขีล จึงเรียกว่า […]

ประตู กำแพงเมืองเชียงใหม่

เชียงใหม่นิวส์ ร้อยเรื่องเมืองล้านนา ขอนำเรื่องราว ประตูและกำแพงเมืองเชียงใหม่นั้น มีการปรากฎหลักฐานในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ว่า กำแพงเมือง คูเมือง และประตูเมือง สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเชียงใหม่ แต่มีการบูรณะซ่อมแซมต่อมาอีก หลายสมัย เมื่อพญามังรายโปรดให้สร้างเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา พระองค์ โปรดให้สร้างเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 900 วา ยาว 1000 วา และโปรดให้ขุดคูรอบเวียง เข้าใจว่ากำแพงเมืองในสมัยนี้ยังเป็นกำแพงที่ทำด้วยดิน เนื่องจากการสร้าง กำแพงด้วยอิฐนั้นมีหลักฐานว่า สร้างในสมัยพระเมืองแก้ว ที่พระองค์โปรดให้ ปั้นดิน จักก่อเมฆเวียงเชียงใหม่ 2 และในสมัยพระเจ้ากาวิละ เมื่อพระองค์กลับมาซ่อมแซม เมืองเชียงใหม่ ทรงโปรดให้ สร้างแปลงเวียงก่อเมกปราการ กำแพงเชิงเทน หอป้อมบานประตูซึ่งแน่นหนา มั่นคง ขุดร่องคือเอาน้ำเข้า เพื่อให้เป็นที่เข้มแข็งทนทาน ในการป้องกันข้าศึก ซึ่งในแต่ละประตูจะมีข้อมูล เชียงใหม่นิวส์ ร้อยเรื่องเมืองล้านนา ขอนำเสนอดังนี้ 1. ประตูเชียงใหม่ประตูเชียงใหม่ เดิมมีชื่อว่า ประตูท้ายเวียง ตั้งอยู่ทางทิศใต้ เป็นประตูมงคลของบ้านเมือง เป็นประตูที่ใช้เป็นเส้นทางในการเดินทาง ระหว่างเมืองเชียงใหม่และเมืองลำพูน 2. ประตูสวนดอกประตูสวนดอก ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเมือง(ด้านขวา) […]

พระเจ้าฝนแสนห่า

“พระเจ้าฝนแสนห่า” พระพุทธรูปแห่งความอุดมสมบูรณ์ ฝนฟ้าน้ำท่าตกต้องตามฤดูกาล เข้าสู่ฤดูฝน เชียงใหม่นิวส์ ร้อยเรื่องเมืองล้านนา ขอนำเสนอเรื่องราว พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวล้านนา “พระเจ้าฝนแสนห่า” ที่ชาวเชียงใหม่เชื่อว่า ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พระเจ้าฝนแสนห่า เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยเชียงแสนลังกา มีขนาดหน้าตักกว้าง 25 นิ้ว สูง 35 นิ้ว หนา 15 นิ้ว อายุประมาณ 1,000 กว่าปี ชาวเชียงใหม่ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่อดีต ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เมืองเชียงใหม่ จะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญต่างๆ ของเชียงใหม่แห่ไปรอบเมือง เพื่อให้ประชาชนร่วมสรงน้ำ ในจำนวนนั้นมีพระเจ้าฝนแสนห่าเข้าร่วมพิธีด้วย ตามตำนานได้กล่าวว่า “พระพุทธรูปฝนแสนห่า” หรือ “พระเจ้าฝนแสนห่า” เดิมเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ของพระนางจามเทวี ซึ่งเป็นกษัตริย์ครองนครหริภุญชัย จำเนียรกาลต่อมาพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งนครเวียงพิงค์ได้ยกทัพไปทำศึกสงครามตีเอาเมืองลำพูน และได้เผาบ้านเมืองตลอดจนถึงวัดวาอาราม ภายหลังจากที่เปลวเพลิงได้สงบลง ปรากฏเป็นอัศจรรย์คือวิหารหลังหนึ่งไม่ได้ถูกไฟไหม้ จึงเสด็จเข้าไปทอดพระเนตรภายในวิหารก็ได้พบพระแก้วขาว และพระพุทธรูปฝนแสนห่า จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่เชียงใหม่ ปัจจุบันนี้พระแก้วขาวได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดเชียงมั่น และพระเจ้าฝนแสนห่า ประดิษฐานอยู่ที่วัดช่างแต้ม อ้างอิง https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/1666573/

วัดยางกวง เชียงใหม่

วันนี้เชียงใหม่นิวส์ ร้อยเรื่องเมืองล้านนา มีโอกาสได้ไปนมัสการ พระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทฺธิวาที เจ้าอาวาสวัดยางกวง จ.เชียงใหม่ ท่านปัจจุบัน ซึ่งท่านใจดีพาไหว้สักการะ พระพุทธรูป ในวิหาร มีพระนามว่า “พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ ” และรูปองค์ “พญามังราย” องค์ใหญ่ในวิหารลายคำ ที่มีความเก่าแก่สวยงาม ตามประวัติ วัดยางกวง น่าจะเป็นวัดขึ้นมาตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 จัดเป็นวัดรุ่นแรก ๆ ของเมืองเชียงใหม่ สันนิษฐานได้จากการพบเศียรพระพุทธรูปหล่อสำริดที่จัดเป็นสกุลช่างของล้านนารุ่นแรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปกรรมแบบนี้ขึ้นที่วัดนี้ ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า แสนแส้ว วัดนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดแสนแส้ว และยังมีอีกชื่อว่า วัดน่างรั้ว หรือ วัดหน่างรั้ว คำว่า หน่างรั้ว คือ รั้ว หรือแนวกัน ที่ทำให้คนหรือสัตว์เข้ามาติดแล้วออกไปไม่ได้ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ได้กล่าวไว้ว่า พญามังรายทรงออกแสวงหาชัยภูมิเพื่อสร้างเมืองใหม่ พระองค์เสด็จออกจากเวียงกุมกามและทรงแวะตั้งค่ายพักแรม ณ บริเวณแห่งนี้ โดยให้ทหารและเสนาอำมาตย์สร้างหน่างรั้วขึ้นมา วัดนี้มีหลักฐานปรากฏใน โคลงนิราศหริภุญชัย (พ.ศ. 2060) จนเมื่อเชียงใหม่ถูกพม่ายึดครอง ทำให้วัดอยู่ในสภาพวัดร้าง วัดได้รับการบูรณะอีกครั้งหลังจากที่พระเจ้ากาวิละกลับมาขับไล่พม่าครั้งสุดท้ายออกจากล้านนา ภายหลังมีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น […]

ทำบุญ ๙ วัดลำพูน

ทำบุญ 9 วัดลำพูน (เที่ยว one day trip @ลำพูน) จังหวัดลำพูน มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ยาวนาน วันนี้เชียงใหม่นิวส์ ร้อยเรื่องเมืองล้านนา พามาเที่ยวทำบุญ 9 วัดกันเริ่มจากวัดแรก ที่กำลังเป็นกระแส ตามรอยภาพยนตร์ดัง ส้มป่อย ที่มาถ่ายทำ จ.ลำพูน 1.วัดพระยืน มีหลายมุมสวยๆ นทท.ชอบมา ถ่ายรูปตามรอย สถานที่ถ่ายทำ หนังดัง “ส้มป่อย” ซึ่งวัดพระยืน เป็นวัดประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่วัดหนึ่งในประเทศไทย เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองนครหริภุญไชยมีมาแต่สมัยพระนางจามเทวี ตั้งอยู่ในตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ชื่อเดิมว่า วัดพฤทธมหาสถาน จุดเด่นของวัดพระยืนแห่งนี้อยู่ที่พระเจดีย์อันเป็นทรงมณฑป มีพระพุทธรูปยืนทั้งสี่ทิศ เครื่องบนประกอบด้วยเจดีย์ห้ายอด และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่น่ามาเที่ยว 2.วัดมหาวัน คิดถึงลำพูนคิดถึงพระรอด นทท. นิยมไหว้พระรอดเก่าแก่ อายุ 1400 ปี ซึ่งวัดมหาวัน (มหาวันวนาราม) เป็นพระอารามหลวงของพระนางจามเทวี เจดีย์วัดมหาวันเป็นที่บรรจุพระรอดลำพูน 1 ใน 5 พระเครื่องชุดเบญจภาคีที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด เชื่อกันว่า […]

เปิดสูตร! คั่วเห็ดถอบ เมนูสุดเด็ดของชาวล้านนา

คั่วเห็ดเผาะ หรือ คั่วเห็ดถอบ เห็ดเผาะ หรือเห็ดถอบ เป็นเห็ดที่ชาวล้านนานิยมรับประทาน วิธีทำ ล้างเห็ดเผาะให้สะอาด หั่นบางๆ โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อหมูบดลงผัดให้สุก ใส่เห็ดเผาะลงผัดให้สุก ใส่ยอดมะขาม แล้วผัดให้เข้ากัน ปิดไฟเคล็ดลับในการปรุง/เลือกส่วนผสมเคล็ดลับในการปรุงถ้าไม่ชอบเปรี้ยวให้ ใส่ใบมะกรูดซอย แทนยอดมะขาม จะทำให้มีกลิ่นหอม เคล็ดลับในการเลือกส่วนผสมการเลือกเห็ดเผาะ ควรเลือกเห็ดอ่อน ผ่าดูด้านในจะเป็นสีขาว ขอบคุณข้อมูล ศูนย์สนเทศภาคเหนือ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เวียนเทียน วิสาขบูชา

ทำพิธีสวดมนต์ เนื่องในวันพระใหญ่ เวียนเทียนวิสาขบูชา 15 พฤษภาคม 2565 พระปลัดประกอบบุญ สิริญาโณ เจ้าอาวาสวัดมหาวัน จังหวัดลำพูน ทำพิธีสวดมนต์ เนื่องในวันพระใหญ่ วิสาขบูชา เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์พระรอดหลวง อายุ กว่า 1400 ปี บนพระวิหารหลวง และนำประชาชน พุทธศาสนิกชนเวียนเทียน รอบองค์พระธาตุ สืบสานประเพณีวิสาขบูชา ที่วัดมหาวัน จ.ลำพูน

1 27 28 29 30 31 42