53

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 20 : นครเชียงใหม่ นครสร้างสรรค์

“…เชียงใหม่วัฒนธรรมเราเยอะมาก จะเอาอะไรบ้าง คำพูดคำจามีแล้ว ภาษาเขียนก็มี ภาษาพูดก็มี เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็มี อาหาร เรามีวัฒนธรรมเยอะมาก ที่จะให้เอาหยิบไปใช้…” – ธิตินัดดา จินาจันทร์ – เสน่ห์เมืองเก่า…นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ดินแดนมหัศจรรย์ อาณาจักรล้านนา เป็นดินแดนที่ก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างยาวนาน มีประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวมากมาย หลากหลายตำนานที่ถูกส่งต่อมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล จนมาถึงยุคปัจจุบัน การเล่าต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เป็นดินแดนที่มีความมหัศจรรย์มากมายให้ทุกคนได้ตามรอย ความเก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็นศาสนสถาน ศิลปวัฒนธรรม งานหัตถกรรมที่สะท้อนซึ่งภูมิปัญญาของชาวล้านนา สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต และในวันนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เชียงใหม่ได้วางตัวให้เป็นนครสร้างสรรค์ ไม่ใช่เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ไม่เคยหยุดนิ่งตามกาลเวลาที่แปรผันไป นำความมหัศจรรย์ของสิ่งเก่า ๆ มาสานต่อ ให้มรดกแสนล้ำค่านี้ ยังคงเปล่งประกายแม้จะผ่านไปนานเท่าใด เปิดต้อนรับแขกผู้มาเยือน ให้มาเรียนรู้ และสัมผัสไปกับประวัติศาสตร์ ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวล้านนาทุกคน โดยชุดสารคดีร้อยเรื่องเมืองล้านนา ภาค 2 ฮอยเก่า เล่าขาน ตำนานเวียงพิงค์ ได้รวบรวมเสน่ห์แห่งเมืองเชียงใหม่ เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต และเติบโตไปตามเข็มนาฬิกาที่เดินหน้าไปอย่างไม่หยุดนิ่ง มาถ่ายทอด เผยแพร่ และส่งเสริมในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เชิญชวนผู้คนมาสัมผัสกลิ่นอายเมืองเก่า เรียนรู้ถึงหลักความศรัทธา […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 18 : มรดกแห่งการเดินทาง : เรื่องเล่าผ่านสามล้อถีบ

“…ทอง 1 บาท ได้สามล้อ 1 คัน แต่ 1 บาท มันมีค่าน้อยมาก ถ้าเทียบกับสามล้อ 1 คัน มันมีค่าสูงมาก ซึ่งในภายภาคหน้าไปแล้ว มันจะหาดูไม่ได้ …” – คุณ รัชกฤช ใช้ไม่หมด – ภายใต้จังหวะชีวิตที่เร่งรีบของโลกยุคใหม่ นวัตกรรม เทคโนโลยี ที่ได้เข้ามาสร้างความสะดวกสบาย เพิ่มความว่องไวให้กับวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบัน แต่ท่ามกลางจังหวะเร่งรีบเหล่านั้น ยังมียานพาหนะชนิดหนึ่ง ที่ยังคงหมุนล้อไปอย่างเชื่องช้า นำพาผู้คนซึมซับความสวยงามของเมืองเก่าในทุกซอกทุกมุม นั่นก็คือ “สามล้อถีบ” สามล้อถีบ คือ เอกลักษณ์คู่เมืองเชียงใหม่มาอย่างยาวนานกว่าหลายสิบปี เป็นดั่งมรดกแห่งการเดินทาง ที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวล้านนา และคนไทยในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี ยานพาหนะที่นำพาผู้คนเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ มาตั้งแต่สมัยอดีต จวบจนปัจจุบัน แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน บทบาทย่อมเปลี่ยนตาม จากที่เป็นยาพาหนะในชีวิตประจำวัน กลายมาเป็นยานพาหนะนำเที่ยว ที่ทุกวันนี้เหลือคนปั่นเพียงหลักสิบคน แทบจะไม่มีคนรุ่นใหม่สืบทอดต่ออาชีพนี้ ยิ่งจำนวนคนปั่นลดลงมากเท่าใด ยิ่งเป็นสัญญาณให้เห็นว่า สามล้อถีบ ภูมิปัญญาด้านการเดินทางนี้ อีกไม่นานคงจะกลายเป็นตำนานที่อยู่เพียงในสมุดบันทึก “…คนที่มาเช่าสามล้อ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 16 : วิถีล้านนา อาหารพื้นเมือง : อาหารภาคเหนือ

“…อาหารล้านนาจริง ๆ แล้ว ไม่สามารถบอกว่าเป็นของชนชาติใด ชนชาติหนึ่ง มันมีหลาย ๆ คน หลาย ๆ กลุ่ม ที่มาอยู่ในล้านนา รวมตัวกัน ประมวลผลออกมาเป็นอาหารล้านนา …” – คุณ นฤมล ชมดอก  – อาหารล้านนา เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่โดดเด่น มีความหลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมักจะใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น หรือจากธรรมชาติ มาปรุงแต่ง และรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่รสชาติ หรือหน้าตาของอาหาร แต่ยังแฝงไปด้วยคติความเชื่อ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการกิน และวิถีชีวิตของคนในภาคเหนือ จากผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ สู่สำรับกับข้าวบนขันโตก อาหารภาคเหนือเป็นเหมือนดั่งศิลปะแห่งการดำรงชีวิต ที่ได้หยิบยืมเอาทรัพยากรจากขุนเขา มาคลุกเคล้าร่วมกับภูมิปัญญา และประวัติศาสตร์ ก่อกำเนิดเป็นมนต์เสน่ห์แห่งรสชาติที่ไม่เหมือนใคร คติความเชื่อที่ซ่อนไว้ในแต่ละเมนู ได้เพิ่มความพิเศษให้กับความเป็นอาหารล้านนา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหารมงคล อาทิ แกงขนุน ตำขนุน ที่มีความเชื่อว่า หนุน เปรียบดั่งคำว่า “เกื้อหนุน” เมื่อใครได้ทานเมนูนี้ จะมีโชคลาภ วาสนา มีความเจริญรุ่งเรือง มีคนค้ำจุนหนุนนำตลอดทั้งปี […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 15 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : เตียวขึ้นดอย

“…ในการเดินขึ้นดอย เราต้องเดินไปตามลำดับ ที่พระพุทธเจ้าบรรลุธรรม ฌาน 4 มรรค 8 สู่พระนิพพาน…” – อาจารย์ ดร. สราวุธ รูปิน  – อาณาจักรล้านนา เป็นดินแดนแห่งความศรัทธา ที่หลอมรวมระหว่างปรัชญา ศาสนา และคติความเชื่อ นำพามาสู่แรงประเพณีที่ดีงาม อย่าง ประเพณีเตียวขึ้นดอย บนถนนสายประวัติศาสตร์ที่ทอดยาวสู่ยอดเขาดอยสุเทพ พร้อมจังหวะก้าวเดินของคลื่นมหาชน ที่มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน คือการเดินเท้าขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพ ภูเขาที่เป็นที่ตั้งของพระธาตุดอยสุเทพ ได้เป็นภูเขาที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของชาวล้านนามาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ ด้วยรากฐานความเชื่อเดิมของเชียงใหม่ มักจะเชื่อมโยงกับยอดดอยสำคัญของเมืองเสมอ หนึ่งในนั้น คือดอยสุเทพ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวล้านนาให้ความเคารพนับถือตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน โดยคติความเชื่อเดิม ถือว่าดอยแห่งนี้ เป็นที่สถิตของผีบรรพบุรุษ  ก่อนที่แสงสว่างแห่งพระพุทธศาสนาจะแผ่ขยายมาปกคลุม ผสานเข้ากับความเชื่อดั้งเดิมได้อย่างลงตัว สอดคล้องกับคำบอกเล่าจาก อาจารย์ ดร.สราวุธ รูปิน ที่ได้กล่าวไว้ว่า “…ดอยสุเทพเป็นความสำคัญ ของรากฐานทางวัฒนธรรมของเชียงใหม่ พอพระพุทธศาสนาเข้ามา เราจึงเอาพระบรมสารีริกธาตุ ที่อัญเชิญมาในปี พ.ศ.1914 จากสุโขทัย มาไว้วัดสวนดอก พอเขาแยกออก แล้วเอาใส่หลังช้างขึ้นดอย ได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ขึ้นไปไว้ที่พระธาตุดอยสุเทพ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 14 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล

“…การบูชาเสาอินทขีล เปรียบเสมือนการบูชาร่างกายมนุษย์ เมืองเชียงใหม่ถ้าเทียบไปแล้ว ก็เปรียบเหมือน มนุษย์คนหนึ่ง…” – คุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย – ดินแดนล้านนา เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยคติความเชื่อ เป็นความเชื่อที่สามารถผสมผสานร่วมกับวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ดินแดนที่ร่วมกันสร้างโลกทัศน์ให้มีรูปแบบเฉพาะของตนเอง ด้วยคติความเชื่อ การตั้งมั่นที่เปี่ยมไปด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้า ทำให้ล้านนามีประเพณีสำคัญตลอด 12 เดือน หนึ่งในนั้น ก็คือ ประเพณีใส่ขันดอก บูชาเสาอินทขีล ที่จะมีการจัดขึ้นในราว ๆ เดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาเสาอินทขีลที่อยู่คู่บ้าน คู่เมือง มาอย่างยาวนานกว่าหลายศตวรรษ เสาหลักเมืองเก่าแก่ที่หลอมรวมความศรัทธาของผู้คนหลายยุคหลายสมัยเข้าไว้ด้วยกัน และร่วมสรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า เสริมสิริมงคลให้กับตนเองตามคติความเชื่อ ที่ยึดถือมาตั้งแต่โบราณกาล สมดั่งการเป็นศูนย์กลางของมหานคร ที่ซ่อนไว้ซึ่งหมุดหมายที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของชาวล้านนา ตำนานแห่งศรัทธา…การบูชาเสาอินทขีล ประเพณีเข้าอินทขีล หรือประเพณีใส่ขันดอก เป็นการบูชาเสาหลักเมือง ที่เป็นดั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเชียงใหม่ ซึ่งมีหลักความเชื่อว่า เป็นเสาหลักที่สร้างความมั่นคง การอยู่ดีมีสุขให้คนเชียงใหม่ ดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ และปกปักษ์รักษาบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น เสาอินทขีล คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากพิธีกรรมในอดีตสู่ความหอมหวนของมวลบุปผชาติในปัจจุบัน โดยรากเหง้าของเสาหลักเมืองนี้ มีจุดเริ่มต้นจากชนชาติเก่าแก่ ตามคำบอกเล่าของคุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย ได้มีการให้ข้อมูลถึงแหล่งที่มาเสาอินทขีล ว่า “เสาอินทขีลนี้ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 13 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : ปี๋ใหม่เมือง

“…รากเหง้าที่มันดีงาม ผมคิดว่ามนุษย์ไม่ทิ้งนะ เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนรูปแบบกันเล็กน้อย วัยก็เปลี่ยนไปเป็นรุ่น ๆ เด็กพวกนี้ถ้าอายุเยอะขึ้นมา เขาก็จะหวนนึกถึงสิ่งที่ดีงาม เขาก็จะกลับมาเหมือนเดิม…” – คุณ สนั่น ธรรมธิ – เทศกาลแห่งความชุ่มฉ่ำที่คนทั้งโลกรอคอย ภาพของการสาดน้ำ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ที่มอบให้กัน คือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการเริ่มต้นศักราชใหม่ ท่ามกลางความสนุกสนาน ภายใต้ม่านน้ำเหล่านี้ เราจะพบกับรากฐานของวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะดินแดนล้านนาแห่งนี้ ที่ไม่ได้มีแค่คำว่า สงกรานต์ แต่มีสิ่งที่เรียกว่า ประเพณีปีใหม่เมือง ที่เพิ่มความพิเศษ ไม่เหมือนใคร ซ่อนไว้ซึ่งคติความเชื่อ และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวล้านนา ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงกุศโลบายของบรรพชน ที่เลือกใช้น้ำในช่วงเวลาที่ร้อน และแล้งที่สุดของปี ไม่ใช่เพียงเพื่อแค่ดับความร้อน แต่คือสัญลักษณ์ของการชำระล้างจิตวิญญาณ “…น้ำมีคุณสมบัติในการชำระล้าง สิ่งที่มันไม่เข้าท่า เคยล่วงล้ำก้ำเกินกัน เคยทะเลาะกัน เคยไม่สบายใจ น้ำนี่แหละ สามารถเห็นเป็นรูปธรรมได้ว่าชำระล้างได้…” – คุณ สนั่น ธรรมธิ – ประเพณีที่ชูมนต์เสน่ห์แห่งความเป็นเมืองเก่า ดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือน มาสัมผัสช่วงเวลาแห่งความงดงาม และเป็นศูนย์รวมกิจกรรมของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของคนในภาคเหนือ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 12 : ถิ่นล้ำค่า วิถีคนบนดอย : ดอยอินทนนท์

“…ดอยอินทนนท์คือดอยแม่ เป็นป่าแม่สูงสุด เราได้อยู่ที่นั่น เหมือนดูแลทุกอย่าง ให้ชีวิตในละแวกนั้นอยู่ได้ เพราะฉะนั้นการรักอินทนนท์ ไม่ใช่รักแค่ชื่อ แต่ต้องรักด้วยใจ เหมือนชีวิตเรา ชีวิตหนึ่ง …” – คุณ สุรสิทธิ์ ดลใจไพรวัลย์ – ภูมิประเทศของภาคเหนือ ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง ภูเขาเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ความงดงามทางธรรมชาติ แต่ได้สะท้อนถึงคติความเชื่อดั้งเดิมของชาวล้านนา ว่า ภูเขานั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบ้านเมือง เป็นเหมือนดั่งเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตเบื้องล่าง “…ทุก ๆ เมืองให้ความสำคัญกับภูเขาสูง คือเป็นแหล่งน้ำของเมือง เพื่อหล่อเลี้ยงการเกษตร ฉะนั้นภูเขามันจึงศักดิ์สิทธิ์ …” – อาจารย์ ดร. สราวุธ รูปิน – สูงสุดแห่งแดนสยาม “ดอยอินทนนท์” ดอยอินทนนท์ เป็นยอดเขาสูงที่สุดในประเทศไทย มีอายุมาก อยู่คู่เชียงใหม่มาอย่างยาวนานนับหลายร้อยปี เป็นดอยหิน เฉกเช่นเดียวกับดอยสุเทพ ดอยปุย โอบล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม นอกจากจะเป็นดอยสำคัญของเชียงใหม่แล้ว ยังถือเป็นพื้นที่ที่ทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวผูกพันกับเจ้านายฝ่ายเหนือ  เป็นสถานที่เก็บพระอัฐิส่วนหนึ่งของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ผู้รัก และทรงห่วงใยพื้นที่ป่าของภาคเหนือมาโดยตลอด ถือเป็นอนุสรณ์สถานแด่เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ แม้แต่ชื่อดอยอินทนนท์ […]

สรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย

ประมวลภาพบรรยากาศ ประเพณีแปดเป็ง ประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย พระธาตุหริภุญชัย ลำพูน มีอายุ กว่า 1400 ปี มีประเพณีสรงน้ำพระธาตุทุกปี ช่วงเดือนพฤษภาคม หรือประเพณีแปดเป็ง ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 จึงงดจัดมาหลายปี ส่วนในปี2565 สถานการณ์ผู้ติดเชื้อดีขึ้นและประชาชนฉีดวัคซีน วัดฯจึงจัดอย่างยิ่งใหญ่ มีขบวนแห่อัญเชิญน้ำสรงพระราชทานฯ เชิญมาทำบุญสรงน้ำพระธาตุที่วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน โดยงานจัดระหว่างวันที่ 9-15 พ.ค. 2565 เช้าถึง 3ทุ่ม

เวียงกุมกาม ก่อนตั้งเชียงใหม่

ทำไมเรียก “เวียงกุมกาม นครโบราณใต้พิภพ” เวียงกุมกาม เป็นชุมชนที่เคยมีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนเมืองเชียงใหม่  “นพบุรีศรีนครพิงค์ เชียงใหม่” เหตุใดเมืองหลวง ที่เจริญรุ่งเรือง มีสถาปัตยกรรมสวยงาม แห่งนี้ ถึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “นครใต้พิภพ” และเหตุใดจึงต้องย้ายเมืองมาตั้งเมืองหลวงในที่แห่งใหม่ วันนี้ เชียงใหม่นิวส์ มีคำตอบ เนื่องด้วยเวียงกุมกาม อยู่ใกล้น้ำปิงและเส้นทางของแม่น้ำปิงมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้เวียงกุมกามไม่มีศักยภาพทางการสัญจรและการค้าเพียงพอที่จะยังคงฐานะความสำคัญอีกต่อไป เนื่องด้วยแม่น้ำปิงไหลผ่านที่ราบโล่งซึ่งลาดต่ำ บ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างจึงถูกน้ำท่วมบ่อยครั้ง (จากการสำรวจ พบว่าตัวซากโบราณสถาน วัดเก่า อยู่ลึกต่ำลงไปจากพื้นดินมาก) อ่านเพิ่มเติม“สาเหตุล่มสลาย” https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/1506281 “แอ่วเวียงกุมกาม” https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/813489

ทำไมจึงสรงน้ำธาตุ

ทำไมจึงสรงน้ำธาตุ ทำไมเราจึงสรงน้ำพระธาตุเวลานี้ หลายคนสงสัยว่า ทำไมคนล้านนา ต้องมีประเพณีสรงน้ำพระธาตุ หรือเจดีย์ ในช่วงเวลานี้ ทั้งที่เป็นฤดูฝน เชียงใหม่นิวส์ พยายามหาคำตอบ จึงขออนุญาต นำบทความที่ เฟสบุค อ.บารเมศ วรรณสัย รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ได้โพสต์ข้อความกล่าวถึง ประเพณีสรงน้ำพระธาตุ ไว้ดังนี้ “สรงน้ำพระธาตุ ถ้าแปลตามความหมาย คือ การทำความสะอาดพระธาตุนั่นเอง. ทำไมเราจึงสรงน้ำพระธาตุเวลานี้ ที่นี่มีคำตอบ คนเมืองหละปูน บ่าเก่าอายุ หกสิบขึ้นไปก็จะได้ยินคนเฒ่าว่า “หดน้ำธาตุ” ก็มีความหมายตรงตัว ทำไมจึงสรงน้ำธาตุ คนโบราณมักจะคิดเรื่องการเอาวิถีธรรมชาติ มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกิจกรรม  องค์พระธาตุคือสัญลักษณ์ตัวแทนของพระพุทธเจ้า สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนแสดงความเคารพต่อพระพุทธศาสนา คนล้านนา จึงคิดกิจกรรมที่รวมคนในการร่วมกันรักษา สิ่งที่เราเคารพบูชาตามฤดูกาลต่างๆ ตัวอย่างเช่น หน้าหนาว ห่มผ้าพระธาตุ ตานหลัวผิงไฟพระเจ้า คนล้านนาจริงๆแบบเบ้าโบราณ จะห่มพระธาตุยามหนาวเท่านั้น เพราะเหตุผลง่ายๆคืออากาศหนาว จึงมีคำว่า เดือนสี่เหนือ(มกรา) กินเข้าจี่เผาข้าวหลาม ตานหลัว ผิงหนาวพระเจ้า เดือนยี่ ก็ยึดจารีตประเพณีความอุดมสมบูรณ์ หลังงานเก็บเกี่ยว ก็จะจุดประทีปโคมไฟ ส่องสว่าง เพื่อให้คนมาทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนายามค่ำคืน ถือว่าเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนา […]

เปิดคำทำนาย นางสงกรานต์ประจำปี ๒๕๖๕

เปิดคำทำนาย ๏ นางสงกรานต์ประจำปี ๒๕๖๕ ทรงพระนามว่า “พระนางกิริณีเทวี” หรือ “พระนางกาฬกิณีเทวี”ในปี 2565 จะทรงพาหุรัด ทัดพระกรรณด้วยดอกมณฑา ทรงอาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วแลงา พระหัตถ์ขวาทรงคชกุศ พระหัตถ์ซ้ายทรงปืน (ปืนผา)เสด็จประทับยืน มาเหนือหลังพญากุญชรชาติ (ช้าง) เป็นเทวราชพาหนะ (ตามคำทำนายเดิม คือ เสด็จไสยาสน์ หรือนอนมาบนหลังช้าง) ๏ คำทำนายคำทำนาย แต่ครั้นโบราณกาลเก่า กล่าวว่าวันพฤหัสบดี…เป็นวันมหาสงกรานต์ จะแพ้ข้าไท พระสงฆ์ราชาคณะจะได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจกันแลฯวันศุกร์ เป็นวันเนา ข้าวจะยากแลหมากจะแพง แร้งกาจะตายห่าสิ้น สัตว์ในป่าทั่วปัฐพินทร์จะเกิดภยันตรายวันเสาร์ เป็นวันเถลิงศก หมู่ทแกล้วทกล้าแลทหารทั้งปวงทั้งหลาย จะประกอบไปด้วยความสุขสโมสร แลวิชาวิทยาการต่าง ๆ แม้จะกระทำยุทธนาด้วยข้าศึก ณ ทิศานุทิศใด ๆ ก็จะมีชัยชำนะทุกเมื่อทุกครั้งไปนางสงกรานต์เสด็จประทับยืน ทำนายว่าปวงประชาจะเกิดความเดือดเนื้อร้อนใจเจ็บไข้ด้วยโรคาเกณฑ์พิรุณศาสตร์…ปีนี้ อาทิตย์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๔๐๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๑๖๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๑๒๐ ห่า […]

ปั๊กกะตืนปีใหม่พื้นเมืองปีเต่ายี ๒๕๖๕

ปั๊กกะตืนปีใหม่พื้นเมืองปีเต่ายีหรือหนใต้เรียกปีขาล จุลศักราช ๑๓๘๔ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ปีนี้เป็นปี ปรกติวาร ปรกติมาส ปรกติสุรทิน พระอาทิตย์จักย้ายออกจากราศีมีนอาโปธาตุเข้าสู่ราศีเมษเตโชธาตุ ตรงกับวันพฤหัสบดีขึ้น ๑๓ ค่ำเดือน ๗ เหนือเดือน ๕ ใต้ วันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๙นาฬิกา๕๒นาที๑๒ วินาที ถือเป็นวันสังขารล่อง รวิสังขานต์แต่งองค์ทรงเครื่องสีเหลือง ประดับด้วยแก้ววิฑูรย์น้ำทอง หัตถ์ขวาถือสร้อยประคำหัตถ์ซ้ายพาดตัก ยืนมาบนหลังม้า รุกหน้าไปทิศเหนือมีนางเทวดานามว่ากัลยาคุกเข่ารออยู่ ตามฮีตฮอยโบราณวันนี้ต้องปัดกวาดเช็ดถูบ้านช่องห้องหอร้านค้าร้านขายให้สะอาดสอ้านน่าอยู่น่าซื้อขาย รุ่งเช้าเป็นวันศุกร์ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๕ เป็นวันเนาว์หรือวันเน่า วันนี้บ่ดีกล่าวผรุสวาจาอย่าคิดร้ายอาฆาตแค้นผู้ใดจักเป็นอกุศลติดจิตติดชีวิตบ่ดีบ่งาม มีโอกาสให้ตักทรายเข้าวัดใช้หนี้ธรณีสงฆ์ ก่อเจดีย์ทราย ถวายตุงเป็นพุทธบูชาเพื่อนำความสุขความเจริญมาสู่ครอบครัว รุ่งเช้าวันเสาร์ที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๕ ตรงกับขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๗ เหนือเดือน ๕ ใต้ตรงกับวันพระ เวลา ๑๓ นาฬิกา ๔๙ […]

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จประพาสเมืองเชียงใหม่ ปี พ.ศ.2469

รัชกาลที่ 7 เสด็จถึงเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ได้เสด็จประพาสเมืองเชียงใหม่ โดยมีเจ้านายฝ่ายเหนือ ข้าราชการ พ่อค้า ชาวต่างชาติ และราษฏร รอถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ มีการจัดขบวนช้างแห่รับเสด็จเข้าเมือง ตั้งแต่สถานีรถไฟเชียงใหม่ไปจนถึงศาลากลางจังหวัด (ที่ประทับ) เมื่อเสด็จถึงพลับพลาทองที่ประทับแล้ว ได้มีการจัดพิธีทูลพระขวัญ โดยพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าและฝ่ายใน พร้อมด้วยพระราชชายาเจ้าดารารัศมี, เจ้านายในมณฑลพายัพ, ตลอดจนประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระราชนกูล, สมุหเทศาภิบาล ร่วมกราบบังคมทูลเบิกกระบวนแห่พิธีทูลพระขวัญ และถวายตัว รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินถึงเชียงใหม่โดยรถไฟ   ขบวนช้างแห่เสด็จเข้าเมืองเชียงใหม่   ราษฎรในเชียงใหม่เฝ้ารับเสด็จฯ ที่หน้าพลับพลาทอง   พิธีทูลพระขวัญรับเสด็จฯ รัชกาลที่ 7           ขบวนทูลพระขวัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีเจ้านายฝ่ายเหนือนำฟ้อน โดยเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เป็นผู้นำพานทองพระขวัญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเจ้าจามรี (ภริยาเจ้าแก้วนวรัฐ) นำพานทองพระขวัญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระบรมราชินี ตลอดจนบายศรี โต๊ะเงิน และเครื่องเสวย มีเหล่าเจ้านายในสกุล […]

14 ก.พ. “วันราชภัฏ” จากโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ สู่ “มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่”

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้พัฒนามาจากโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ ซึ่งสถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ.2467 โดยได้มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยน สถาบันมาโดยลำดับ เป็นระยะเวลากว่า 98 ปี มาแล้วดังรายละเอียดประวัติความเป็นมาที่พอจะรวบรวมได้ ดังนี้ โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2466 มหาเสวกโท พระยาสุรบดินทร์สุรินทรภาไชย ( อุปราช ) อำมาตย์เอกพระยาพายัพพิริยะกิจ ( สุมหเทศาภิบาล ) และอำมาตย์ตรีหลวงวิสณห์ดรุณการ ( ศึกษาธิการ มณฑลพายัพ ) ได้ร่วมกันเพื่อเตรียมการจัดตั้งโรงเรียน ฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพขึ้นตามแนวคิดหลักของกระทรวงธรรมการในขณะนั้น จึงได้ซื้อที่ดินด้วยเงินรายได้ของโรงเรียนรัฐบาลประจำมณฑลพายัพ ที่บ้านเวียงบัว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 แปลง มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ พร้อมด้วยเรือนไม้ 1 หลัง เป็นเงิน 318.75 บาท เพื่อเตรียมจัดตั้งโรงเรียน และต่อมาในปี พ.ศ.2467 นายร้อยเอกเจ้าราชภาติกวงษ์ เสนาวังจังหวัดเชียงใหม่ ( ยศขณะนั้น […]

กระดาษสา ภูมิปัญญาของภาคเหนือ

กระดาษสาถือว่าเป็นภูมิปัญญาที่อยู่คู่กับชาวภาคเหนือมาช้านาน และแหล่งผลิตที่สำคัญจะมาจากภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่ โดยกระดาษสานั้นสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้หลายประเภท จะมีอะไรบ้าง ตามเชียงใหม่นิวส์มาดูกันเลย กระดาษสา เป็นกระดาษพื้นเมืองทางภาคเหนือที่ผลิตด้วยมือวิธีการทำกระดาษสาถูกเผยแพร่เข้ามา พร้อมกับพุทธศาสนาจากประเทศจีน เพื่อใช้ทำบันทึกคำสั่งสอนดังนั้นการใช้กระดาษสาของชาวพื้นเมืองทางภาคเหนือ จึงเกี่ยวข้องกับศิลปะวัฒนธรรมประเพณีและพิธีกรรมทางพุทธศาสนาอย่างมากกล่าวคือ การตกแต่งถวายทานแทบทุกประเภท จะตกแต่งด้วยกระดาษสาทาสีต่าง ๆ ให้สวยงามเพื่อใช้ในงานเทศกาลต่าง ๆ ของวัด และพิธีกรรมต่าง ๆ (ล้านนาเวย์, 2011) กระดาษสาที่ทำกันโดยทั่วไปในภาคเหนือของประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวที่นับได้ว่าเป็นการสืบทอดศิลปะวัฒนธรรมมาจากบรรพบุรุษ ส่วนใหญ่ทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกระดาษทำร่ม ทำว่าว ทำกระดาษห่อของขวัญ กรอบรูป สมุดโน้ต กล่องใส่ของ ร่ม (ที่ขึ้นชื่อมากคือร่มบ่อสร้าง) พัด กระดาษเขียนจดหมาย กระดาษห่อของขวัญ ตลอดจน โคมไฟกระดาษสาซึ่งนับว่าเป็นที่นิยมอย่างมาก ในกลุ่มคนที่รักและชื่นชอบงานกระดาษสา ลักษณะการใช้งาน ใช้ตกแต่งบ้านเรือน เป็นโคมไฟหัวนอนใช้ถวายบูชา อีกทั้งยังมีราคาถูกเป็นที่ทุกคนสามารถซื้อได้ และการบำรุงรักษาง่าย สะดวกต่อการใช้งาน แหล่งผลิตกระดาษาในเชียงใหม่ บ้านต้นเปา เป็นแหล่งผลิตกระดาษสาที่มีชื่อเสียงของเชียงใหม่และได้ทำมานานกว่า 100 ปี โดยเมื่อก่อนคนในชุมชนบ้านต้นเปาประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักและทำกระดาษสาช้อนบาง (การช้อนกระดาษจากบ่อสาให้เป็นแผ่นบาง) เป็นอาชีพรองในยามว่าง ซึ่งในขณะนั้นกระดาษสายังไม่เป็นที่ต้องการของท้องตลาดมากนัก จะใช้กันแต่ในครัวเรือนภายในชุมชนเท่านั้น จนกระทั่งในต่างประเทศเริ่มมีความนิยมใช้ผลิตภัณฑ์กระดาษที่ทำมาจากธรรมชาติมากขึ้น จากกระดาษสาช้อนบางก็ได้พัฒนาขึ้นเป็นกระดาษสาย้อมสีธรรมชาติ […]

สำเนียงเหนือ ในเชียงใหม่

เชียงใหม่ เมืองที่มีมนต์เสน่ห์ ที่ใครมาต้องหลงใหลไปกับ ภาษา วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต โดยเฉพาะคำเมืองหรือภาษาเหนือ เป็นเอกลักษณ์ที่ฟังดูแล้วต่อนยอน อ่อนช้อย ชวนให้หลงใหล แต่ก็มีสำเนียงที่ไม่ได้ต่อนยอนเสมอไป วันนี้จะชวนทุกคนมารู้จักสำเนียงภาษาเหนือในจังหวัดเชียงใหม่ ว่าพื้นที่ไหนใช้สำเนียงอย่างไร และแต่ละสำเนียงต่างกันอย่างไร รวมไปถึงตัวอย่างคำที่แต่ละถิ่นใช้เรียก ใครใช้สำเนียงหรือเคยได้ยินสำเนียงแบบไหนลองมาดูกัน อย่างที่ทราบกันว่า ภาษาเหนือจะมีสำเนียงแบ่งออกเป็น 2 สำเนียงใหญ่ ๆ คือ สำเนียงล้านนาตะวันออก ได้แก่จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา  แพร่ น่าน ส่วนสำเนียงล้านนาตะวันตก ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน เอาเป็นว่าเรียก สำเนียงเชียงใหม่ กับ สำเนียงเชียงราย ละกันจะได้เข้าใจง่าย โดยขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น คำว่า น้ำร้อน  สำเนียงเชียงใหม่ จะเปลี่ยน ร เป็น ฮ ส่วนการออกเสียง วรรณยุกต์เดิม เสียงเดิม เป็น น้ำฮ้อน ส่วนสำเนียงเชียงราย เปลี่ยน ร […]

งานปอย งานที่มีหลายความหมาย

เชื่อว่าคนเหนือส่วนใหญ่คงจะรู้จักงานบุญที่อยู่คู่กับชาวล้านนามาอย่างยาวนาน นั้นก็คืองานปอย งานบุญประเพณีพื้นเมืองที่จัดขึ้นเฉลิมฉลอง แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะคำว่างานปอยยังมีอีกหลายความหมาย วันนี้เชียงใหม่นิวส์จึงอยากจะพาทุกคนมารู้จักความหมายของงานปอย รวมไปถึงงานปอยแต่ละแบบเป็นอย่างไรบ้าง ในส่วนของความหมายนั้น คำว่า ปอย  ในภาษาเหนือหมายถึงประเพณี พิธีกรรม งานรื่นเริง ที่ใหญ่โต จัดโดยใช้ผู้คนมาร่วมมือหลายฝ่าย โดยเว็บไซต์ประเพณีดอทคอมได้กล่าวว่า ปอยนั้นมีความหมายหลายแบบ โดยจะอธิบายความหมายแต่ละงานปอยดังต่อไปนี้ ปอยส่างลอง ปอยส่างลอง หรือ งานบวชลูกแก้ว เพื่อทำการบรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา โดยจะพบเห็นการจัดปอยส่างลองกันมากที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมือง อำเภอขุนยวม และอำเภอปาย คนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมประเพณีนี้สืบเชื้อสายมาจากไทใหญ่ ซึ่งก็ได้ร่วมกันสืบทอดงานประเพณีนี้มาเป็นเวลาช้านาน ปอยหน้อย ปอยบวชหรือปอยเป็ก ที่ได้ชื่อเช่นนี้เพราะเป็นงานรื่นเริงส่วนบุคคลระหว่างพ่อแม่ของนาคญาติและมิตรใกล้เคียงเท่านั้น เป็นการฉลองไม่ใหญ่โต จึงเรียกว่า ปอยหน้อย หมายถึงปอยหรืองานเล็ก ๆ หน้อย ภาษาเหนือ คือเล็กน้อย ปอยหลวง หมายถึงงานสมโภชใหญ่ ได้แก่การฉลองถาวรวัตถุประจำหมู่บ้าน เช่น โบสถ์ วิหาร กุฏิสงฆ์ เจดีย์ เป็นงานมหกรรมที่ใช้เวลาหลายวัน มีประชาชนและหัววัดต่าง ๆ ที่มาจากวัดอื่น ๆ มาร่วมเป็นจำนวนมาก จึงเรียกว่า […]

แกงโฮะ กรรมวิธีลด Food surplus

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็น ในการดำรงชีวิตสำหรับมนุษย์ แต่ทราบหรือไม่ว่าในแต่ละปีมีอาหารจำนวนมาก ที่ถูกทิ้งไปให้กลายเป็นขยะอาหารจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เหลือทิ้งในแต่ละวันจากครัวเรือน ร้านอาหาร ภัตตาคาร งานเลี้ยงต่าง ๆ อาหารที่เหลือกลับถูกนำไปทิ้ง แต่สำหรับคนเหนือ อาหารเหลือนั้นมีค่า สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารที่ชื่อว่า แกงโฮะ เมนูที่ช่วยลด Food surplus ของคนล้านนา     อาหารส่วนเกิน หรือ Food surplus เป็นอาหารที่เกินจากความต้องการของเรา คือการที่เราซื้อมาเยอะเกินจำนวน ทั้งที่ยังไม่ได้กิน  เช่น ของสดที่กินไม่ทัน อาหารแห้ง อาหารกระป๋องที่เลยวัน best before แล้วทิ้ง เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเลยวัน expiry date ซึ่ง best before คืออาหารที่ยังสามารถทานได้ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพอาหาร เช่น สี กลิ่นรส เนื้อสัมผัส ความหนืด แต่ไม่มีปัญหาในเชิงความปลอดภัยของอาหาร จากอาหารส่วนเกิน จึงทำให้เกิดการแปรรูปอาหารใหม่เช่น แกงโฮะ เมนูที่ชูความรวมมิตรของหลากหลายวัตถุดิบมารวมไว้ด้วยกัน สามารถช่วยลดปริมาณอาหารส่วนเกินได้ โฮะ  ในภาษาเหนือ […]

ไขข้อสงสัย เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ทำไมห้ามผู้หญิงเข้า?

เชื่อว่าหลายท่านคงสงสัย โดยเฉพาะผู้หญิงในการไปเที่ยวชมวัดวาอารามหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มักมีป้ายประกาศไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าด้านใน หลายท่านคงตั้งคำถามว่า ทำไมผู้หญิงถึงเข้าไม่ได้ แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถเข้าไปได้ ผู้เขียนก็เป็นอีกคนที่สงสัย จึงอยากจะนำความรู้ที่ได้ศึกษามาบอกต่อให้ทุกท่าน จากที่มีโอกาสได้อ่านคอลัมน์ “ปริศนาโบราณคดี” ของ อ.เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์  ในหัวข้อ “ผู้หญิงห้ามเข้า ผู้หญิงห้ามขึ้น” ในมติชนสุดสัปดาห์ ทำให้เข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น จึงนำมาบอกต่อให้ทุกท่านได้อ่านกัน  ในมติพุทธศาสนา ท่านอธิบายไว้ว่า พระภิกษุไม่สามารถถูกเนื้อต้องตัวสตรีได้ เพราะถือเป็นเพศที่มีความน่าพิศมัย ซึ่งอาจนำไปสู่การผิดศีลได้ ดังนั้นอุโบสถทางภาคเหนือหรือภาคอีสาน ลาว พม่า หลายแห่งจึงขีดเส้นห้ามไว้เพื่อไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปใกล้ได้ แต่กรณีของพระธาตุนั้นอธิบายได้ยากกว่า เพราะดูเหมือนว่าองค์พระบรมสารีริกธาตุนั้น น่าจะถูกบรรจุไว้ในองค์เรือนพระธาตุซึ่งอยู่สูงลิบลิ่ว ซึ่งไม่น่าจะห้ามไม่ให้ผู้หญิงเดินทักษิณาวรรตใกล้ๆ องค์พระธาตุ แต่จากตำนานพระเจ้าเลียบโลกระบุไว้หลายฉบับว่า พระบรมสารี ริกธาตุในภาคเหนือองค์สำคัญๆ  เช่น พระธาตุหริภุญไชย พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุดอยตุง ส่วนใหญ่จะฝังไว้ใต้พื้นดิน มิได้อัญเชิญขึ้นสู่องค์เรือนพระุธาตุ ตามลักษณะภายนอกที่มาห่มคลุมทีหลัง ฉะนั้นจึงไม่ควรที่จะให้ใครมายืนใกล้ๆ กับฐานเจดีย์ อย่างไรก็ตาม ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานในมุมมองทางศาสนา อาจจะเป็นเรื่องไม่ได้แน่นอน ในมิติด้านไสยศาสตร์ มีความเชื่อว่า “ระดู” ของผู้หญิงนั้นสามารถทำลายมนต์หรือคาถาอาคมได้ โดยสามารถเล่าย้อนกลับไปถึงเมื่อเกือบ 1,400 […]

1 … 30 31 32 33 34 … 43