53

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 20 : นครเชียงใหม่ นครสร้างสรรค์

“…เชียงใหม่วัฒนธรรมเราเยอะมาก จะเอาอะไรบ้าง คำพูดคำจามีแล้ว ภาษาเขียนก็มี ภาษาพูดก็มี เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็มี อาหาร เรามีวัฒนธรรมเยอะมาก ที่จะให้เอาหยิบไปใช้…” – ธิตินัดดา จินาจันทร์ – เสน่ห์เมืองเก่า…นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ดินแดนมหัศจรรย์ อาณาจักรล้านนา เป็นดินแดนที่ก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างยาวนาน มีประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวมากมาย หลากหลายตำนานที่ถูกส่งต่อมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล จนมาถึงยุคปัจจุบัน การเล่าต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เป็นดินแดนที่มีความมหัศจรรย์มากมายให้ทุกคนได้ตามรอย ความเก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็นศาสนสถาน ศิลปวัฒนธรรม งานหัตถกรรมที่สะท้อนซึ่งภูมิปัญญาของชาวล้านนา สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต และในวันนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เชียงใหม่ได้วางตัวให้เป็นนครสร้างสรรค์ ไม่ใช่เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ไม่เคยหยุดนิ่งตามกาลเวลาที่แปรผันไป นำความมหัศจรรย์ของสิ่งเก่า ๆ มาสานต่อ ให้มรดกแสนล้ำค่านี้ ยังคงเปล่งประกายแม้จะผ่านไปนานเท่าใด เปิดต้อนรับแขกผู้มาเยือน ให้มาเรียนรู้ และสัมผัสไปกับประวัติศาสตร์ ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวล้านนาทุกคน โดยชุดสารคดีร้อยเรื่องเมืองล้านนา ภาค 2 ฮอยเก่า เล่าขาน ตำนานเวียงพิงค์ ได้รวบรวมเสน่ห์แห่งเมืองเชียงใหม่ เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต และเติบโตไปตามเข็มนาฬิกาที่เดินหน้าไปอย่างไม่หยุดนิ่ง มาถ่ายทอด เผยแพร่ และส่งเสริมในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เชิญชวนผู้คนมาสัมผัสกลิ่นอายเมืองเก่า เรียนรู้ถึงหลักความศรัทธา […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 18 : มรดกแห่งการเดินทาง : เรื่องเล่าผ่านสามล้อถีบ

“…ทอง 1 บาท ได้สามล้อ 1 คัน แต่ 1 บาท มันมีค่าน้อยมาก ถ้าเทียบกับสามล้อ 1 คัน มันมีค่าสูงมาก ซึ่งในภายภาคหน้าไปแล้ว มันจะหาดูไม่ได้ …” – คุณ รัชกฤช ใช้ไม่หมด – ภายใต้จังหวะชีวิตที่เร่งรีบของโลกยุคใหม่ นวัตกรรม เทคโนโลยี ที่ได้เข้ามาสร้างความสะดวกสบาย เพิ่มความว่องไวให้กับวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบัน แต่ท่ามกลางจังหวะเร่งรีบเหล่านั้น ยังมียานพาหนะชนิดหนึ่ง ที่ยังคงหมุนล้อไปอย่างเชื่องช้า นำพาผู้คนซึมซับความสวยงามของเมืองเก่าในทุกซอกทุกมุม นั่นก็คือ “สามล้อถีบ” สามล้อถีบ คือ เอกลักษณ์คู่เมืองเชียงใหม่มาอย่างยาวนานกว่าหลายสิบปี เป็นดั่งมรดกแห่งการเดินทาง ที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวล้านนา และคนไทยในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี ยานพาหนะที่นำพาผู้คนเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ มาตั้งแต่สมัยอดีต จวบจนปัจจุบัน แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน บทบาทย่อมเปลี่ยนตาม จากที่เป็นยาพาหนะในชีวิตประจำวัน กลายมาเป็นยานพาหนะนำเที่ยว ที่ทุกวันนี้เหลือคนปั่นเพียงหลักสิบคน แทบจะไม่มีคนรุ่นใหม่สืบทอดต่ออาชีพนี้ ยิ่งจำนวนคนปั่นลดลงมากเท่าใด ยิ่งเป็นสัญญาณให้เห็นว่า สามล้อถีบ ภูมิปัญญาด้านการเดินทางนี้ อีกไม่นานคงจะกลายเป็นตำนานที่อยู่เพียงในสมุดบันทึก “…คนที่มาเช่าสามล้อ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 16 : วิถีล้านนา อาหารพื้นเมือง : อาหารภาคเหนือ

“…อาหารล้านนาจริง ๆ แล้ว ไม่สามารถบอกว่าเป็นของชนชาติใด ชนชาติหนึ่ง มันมีหลาย ๆ คน หลาย ๆ กลุ่ม ที่มาอยู่ในล้านนา รวมตัวกัน ประมวลผลออกมาเป็นอาหารล้านนา …” – คุณ นฤมล ชมดอก  – อาหารล้านนา เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่โดดเด่น มีความหลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมักจะใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น หรือจากธรรมชาติ มาปรุงแต่ง และรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่รสชาติ หรือหน้าตาของอาหาร แต่ยังแฝงไปด้วยคติความเชื่อ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการกิน และวิถีชีวิตของคนในภาคเหนือ จากผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ สู่สำรับกับข้าวบนขันโตก อาหารภาคเหนือเป็นเหมือนดั่งศิลปะแห่งการดำรงชีวิต ที่ได้หยิบยืมเอาทรัพยากรจากขุนเขา มาคลุกเคล้าร่วมกับภูมิปัญญา และประวัติศาสตร์ ก่อกำเนิดเป็นมนต์เสน่ห์แห่งรสชาติที่ไม่เหมือนใคร คติความเชื่อที่ซ่อนไว้ในแต่ละเมนู ได้เพิ่มความพิเศษให้กับความเป็นอาหารล้านนา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหารมงคล อาทิ แกงขนุน ตำขนุน ที่มีความเชื่อว่า หนุน เปรียบดั่งคำว่า “เกื้อหนุน” เมื่อใครได้ทานเมนูนี้ จะมีโชคลาภ วาสนา มีความเจริญรุ่งเรือง มีคนค้ำจุนหนุนนำตลอดทั้งปี […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 15 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : เตียวขึ้นดอย

“…ในการเดินขึ้นดอย เราต้องเดินไปตามลำดับ ที่พระพุทธเจ้าบรรลุธรรม ฌาน 4 มรรค 8 สู่พระนิพพาน…” – อาจารย์ ดร. สราวุธ รูปิน  – อาณาจักรล้านนา เป็นดินแดนแห่งความศรัทธา ที่หลอมรวมระหว่างปรัชญา ศาสนา และคติความเชื่อ นำพามาสู่แรงประเพณีที่ดีงาม อย่าง ประเพณีเตียวขึ้นดอย บนถนนสายประวัติศาสตร์ที่ทอดยาวสู่ยอดเขาดอยสุเทพ พร้อมจังหวะก้าวเดินของคลื่นมหาชน ที่มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน คือการเดินเท้าขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพ ภูเขาที่เป็นที่ตั้งของพระธาตุดอยสุเทพ ได้เป็นภูเขาที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของชาวล้านนามาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ ด้วยรากฐานความเชื่อเดิมของเชียงใหม่ มักจะเชื่อมโยงกับยอดดอยสำคัญของเมืองเสมอ หนึ่งในนั้น คือดอยสุเทพ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวล้านนาให้ความเคารพนับถือตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน โดยคติความเชื่อเดิม ถือว่าดอยแห่งนี้ เป็นที่สถิตของผีบรรพบุรุษ  ก่อนที่แสงสว่างแห่งพระพุทธศาสนาจะแผ่ขยายมาปกคลุม ผสานเข้ากับความเชื่อดั้งเดิมได้อย่างลงตัว สอดคล้องกับคำบอกเล่าจาก อาจารย์ ดร.สราวุธ รูปิน ที่ได้กล่าวไว้ว่า “…ดอยสุเทพเป็นความสำคัญ ของรากฐานทางวัฒนธรรมของเชียงใหม่ พอพระพุทธศาสนาเข้ามา เราจึงเอาพระบรมสารีริกธาตุ ที่อัญเชิญมาในปี พ.ศ.1914 จากสุโขทัย มาไว้วัดสวนดอก พอเขาแยกออก แล้วเอาใส่หลังช้างขึ้นดอย ได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ขึ้นไปไว้ที่พระธาตุดอยสุเทพ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 14 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล

“…การบูชาเสาอินทขีล เปรียบเสมือนการบูชาร่างกายมนุษย์ เมืองเชียงใหม่ถ้าเทียบไปแล้ว ก็เปรียบเหมือน มนุษย์คนหนึ่ง…” – คุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย – ดินแดนล้านนา เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยคติความเชื่อ เป็นความเชื่อที่สามารถผสมผสานร่วมกับวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ดินแดนที่ร่วมกันสร้างโลกทัศน์ให้มีรูปแบบเฉพาะของตนเอง ด้วยคติความเชื่อ การตั้งมั่นที่เปี่ยมไปด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้า ทำให้ล้านนามีประเพณีสำคัญตลอด 12 เดือน หนึ่งในนั้น ก็คือ ประเพณีใส่ขันดอก บูชาเสาอินทขีล ที่จะมีการจัดขึ้นในราว ๆ เดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาเสาอินทขีลที่อยู่คู่บ้าน คู่เมือง มาอย่างยาวนานกว่าหลายศตวรรษ เสาหลักเมืองเก่าแก่ที่หลอมรวมความศรัทธาของผู้คนหลายยุคหลายสมัยเข้าไว้ด้วยกัน และร่วมสรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า เสริมสิริมงคลให้กับตนเองตามคติความเชื่อ ที่ยึดถือมาตั้งแต่โบราณกาล สมดั่งการเป็นศูนย์กลางของมหานคร ที่ซ่อนไว้ซึ่งหมุดหมายที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของชาวล้านนา ตำนานแห่งศรัทธา…การบูชาเสาอินทขีล ประเพณีเข้าอินทขีล หรือประเพณีใส่ขันดอก เป็นการบูชาเสาหลักเมือง ที่เป็นดั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเชียงใหม่ ซึ่งมีหลักความเชื่อว่า เป็นเสาหลักที่สร้างความมั่นคง การอยู่ดีมีสุขให้คนเชียงใหม่ ดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ และปกปักษ์รักษาบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น เสาอินทขีล คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากพิธีกรรมในอดีตสู่ความหอมหวนของมวลบุปผชาติในปัจจุบัน โดยรากเหง้าของเสาหลักเมืองนี้ มีจุดเริ่มต้นจากชนชาติเก่าแก่ ตามคำบอกเล่าของคุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย ได้มีการให้ข้อมูลถึงแหล่งที่มาเสาอินทขีล ว่า “เสาอินทขีลนี้ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 13 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : ปี๋ใหม่เมือง

“…รากเหง้าที่มันดีงาม ผมคิดว่ามนุษย์ไม่ทิ้งนะ เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนรูปแบบกันเล็กน้อย วัยก็เปลี่ยนไปเป็นรุ่น ๆ เด็กพวกนี้ถ้าอายุเยอะขึ้นมา เขาก็จะหวนนึกถึงสิ่งที่ดีงาม เขาก็จะกลับมาเหมือนเดิม…” – คุณ สนั่น ธรรมธิ – เทศกาลแห่งความชุ่มฉ่ำที่คนทั้งโลกรอคอย ภาพของการสาดน้ำ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ที่มอบให้กัน คือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการเริ่มต้นศักราชใหม่ ท่ามกลางความสนุกสนาน ภายใต้ม่านน้ำเหล่านี้ เราจะพบกับรากฐานของวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะดินแดนล้านนาแห่งนี้ ที่ไม่ได้มีแค่คำว่า สงกรานต์ แต่มีสิ่งที่เรียกว่า ประเพณีปีใหม่เมือง ที่เพิ่มความพิเศษ ไม่เหมือนใคร ซ่อนไว้ซึ่งคติความเชื่อ และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวล้านนา ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงกุศโลบายของบรรพชน ที่เลือกใช้น้ำในช่วงเวลาที่ร้อน และแล้งที่สุดของปี ไม่ใช่เพียงเพื่อแค่ดับความร้อน แต่คือสัญลักษณ์ของการชำระล้างจิตวิญญาณ “…น้ำมีคุณสมบัติในการชำระล้าง สิ่งที่มันไม่เข้าท่า เคยล่วงล้ำก้ำเกินกัน เคยทะเลาะกัน เคยไม่สบายใจ น้ำนี่แหละ สามารถเห็นเป็นรูปธรรมได้ว่าชำระล้างได้…” – คุณ สนั่น ธรรมธิ – ประเพณีที่ชูมนต์เสน่ห์แห่งความเป็นเมืองเก่า ดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือน มาสัมผัสช่วงเวลาแห่งความงดงาม และเป็นศูนย์รวมกิจกรรมของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของคนในภาคเหนือ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 12 : ถิ่นล้ำค่า วิถีคนบนดอย : ดอยอินทนนท์

“…ดอยอินทนนท์คือดอยแม่ เป็นป่าแม่สูงสุด เราได้อยู่ที่นั่น เหมือนดูแลทุกอย่าง ให้ชีวิตในละแวกนั้นอยู่ได้ เพราะฉะนั้นการรักอินทนนท์ ไม่ใช่รักแค่ชื่อ แต่ต้องรักด้วยใจ เหมือนชีวิตเรา ชีวิตหนึ่ง …” – คุณ สุรสิทธิ์ ดลใจไพรวัลย์ – ภูมิประเทศของภาคเหนือ ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง ภูเขาเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ความงดงามทางธรรมชาติ แต่ได้สะท้อนถึงคติความเชื่อดั้งเดิมของชาวล้านนา ว่า ภูเขานั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบ้านเมือง เป็นเหมือนดั่งเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตเบื้องล่าง “…ทุก ๆ เมืองให้ความสำคัญกับภูเขาสูง คือเป็นแหล่งน้ำของเมือง เพื่อหล่อเลี้ยงการเกษตร ฉะนั้นภูเขามันจึงศักดิ์สิทธิ์ …” – อาจารย์ ดร. สราวุธ รูปิน – สูงสุดแห่งแดนสยาม “ดอยอินทนนท์” ดอยอินทนนท์ เป็นยอดเขาสูงที่สุดในประเทศไทย มีอายุมาก อยู่คู่เชียงใหม่มาอย่างยาวนานนับหลายร้อยปี เป็นดอยหิน เฉกเช่นเดียวกับดอยสุเทพ ดอยปุย โอบล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม นอกจากจะเป็นดอยสำคัญของเชียงใหม่แล้ว ยังถือเป็นพื้นที่ที่ทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวผูกพันกับเจ้านายฝ่ายเหนือ  เป็นสถานที่เก็บพระอัฐิส่วนหนึ่งของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ผู้รัก และทรงห่วงใยพื้นที่ป่าของภาคเหนือมาโดยตลอด ถือเป็นอนุสรณ์สถานแด่เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ แม้แต่ชื่อดอยอินทนนท์ […]

วัดเจดีย์เหลี่ยม ในเวียงกุมกาม เชียงใหม่

เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำเสนอเรื่องราวของวัดเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานนั่นคือ “วัดเจดีย์เหลี่ยม” หรือที่ชาวบ้านเรียกวัดกู่คำหลวง “วัดเจดีย์เหลี่ยม” ตั้งอยู่บน ถนนสายเกาะกลาง-หนองหอย ติดกับเมืองเก่าในอดีตเวียงกุมกาม โบราณสถานชื่อดังของเชียงใหม่ วัดเจดีย์เหลี่ยม หรือวัดกู่คำ นั้น ตั้งอยู่เลขที่ 172 หมู่ 1 บ้านเจดีย์เหลี่ยม ถนนสายเกาะกลาง ตําบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1831 หลังจากที่พญาเม็งรายยกทัพมาตีเมืองลำพูนแล้ว ในขณะที่พระองค์ยกทัพไปสร้างเมืองใหม่ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ได้ 5 ปี ต่อมาปี พ.ศ. 1820 จึงยกทัพมาสร้างเมืองใหม่ริมแม่น้ำปิง ตั้งชื่อเมืองว่า “เวียงกุมกาม” จนในปี พ.ศ. 1830 ทรงให้ช่างไปถ่ายแบบพระเจดีย์จากวัดจามเทวี จังหวัดลําพูน มาเป็นต้นแบบ พญาเม็งรายให้ขุดคูเวียงทั้งสี่ด้าน แล้วให้ขุดหนองสระใกล้ที่ประทับ พระองค์ทรงโปรดให้เอาดินที่ขุดจากหนองมาปั้นเป็นอิฐ นำมาก่อเป็นเจดีย์ไว้ในเวียงกุมกาม เพื่อเป็นที่สักการะของประชาชน ลักษณะของ เจดีย์เป็นรูปทรงมณฑปลด 5 ชั้น มีลักษณะเดียวกับกู่กุด วัดจามเทวี […]

กาสะลอง ดอกไม้กลิ่นหอม เสน่ห์ล้านนา

เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำเสนอเรื่องราว ของดอกกาสะลอง หรือ ดอกซ้องปีบ ของล้านนา ที่ช่วงนี้เบ่งบาน มีกลิ่นหอม ดอกสวยงาม กาสะลอง มีชื่ออื่น ๆ ที่เรียกกันอีกว่า ดอกปีบ หรือทางเหนืออาจเรียกว่า กาซะลอง กาดสะลอง แต่เห็นเป็นดอกไม้พื้นบ้านอย่างนี้ ก็แอบมีชื่อภาษาอังกฤษด้วยนะคะ โดยกาสะลอง ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Cork Tree หรือ Indian Cork ส่วนชื่อทางวิทยาศาสตร์ของกาสะลอง คือ Millingtonia hortensis L.f. กาสะลอง เป็นพืชในวงศ์ Bignoniaceae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ต้นสูงประมาณ 5-10 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกมีสีเทาเข้มแตกเป็นร่องลึก มีช่องอากาศ ยอดอ่อนมีขนนุ่ม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก 3 ชั้น ขนาดใบกว้าง 13-20 เซนติเมตร ยาว 16-26 เซนติเมตร ก้านใบยาว 3.5-6 […]

อนุสาวรีย์ช้างเผือก เชียงใหม่

เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา  ขอนำเสนอเรื่องราวของ อนุสาวรีย์ช้างเผือก เชียงใหม่ อนุสาวรีย์ช้างเผือก ตั้งอยู่บริเวณข่วงช้าง ด้านหน้าสถานีขนส่งเชียงใหม่แห่งที่ 1 หรือที่คนเชียงใหม่เรียกว่า สถานีขนส่งช้างเผือก เป็นท่าขึ้นรถเพื่อเดินทางระหว่างอำเภอภายในจังหวัดเชียงใหม่ และระหว่างอำเภอไปยังจังหวัดใกล้เคียง อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเชียงใหม่ จากแผ่นจารึก ณ ประตูเชียงเผือก อำเภอเมือง เชียงใหม่ จารึกข้อความว่าสร้างในสมัยพญาแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 9 ของล้านนาไทย ระหว่าง พ.ศ.1931-1954 โดยมหาดเล็กชื่ออ้ายออบ และอ้ายยี่ระ ซึ่งได้ช่วยเหลือพญาแสนเมืองมาโดยผลัดกันแบกพระองค์ให้พ้นอันตรายจากการโจมตีของกองทัพสุโขทัย กษัตริย์ล้านนาได้ปูนบำเหน็จมหาดเล็กทั้งสองให้เป็นที่ พวกช้างซ้ายขวา หรือขุนช้างซ้าย ขุนช้างขวา ขุนช้างทั้งสองตั้งบ้านเรือนอยู่ทางทิศใต้ของเมืองเชียงโฉม ซึ่งอยู่ทิศด้านตะวันออกของเมืองเชียงใหม่ ขุนทั้งสองได้สร้างรูปปั้นช้างเผือกไว้ด้านซ้ายขวาของประตูช้างเผือก ต่อมาในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระเจ้ากาวิละเจ้าเมืองเชียงใหม่ได้สร้างรูปปั้นช้างเผือก 2 เชือกมีขนาดโตใกล้เคียงกับช้างตัวจริงพร้อมสร้างซุ้มโค้งคลุมช้างเอาไว้ให้มองเข้าไปทางด้านหัวช้าง มีกำแพงล้อมรอบบริเวณทั้ง 4 ทิศ และมีประตูเข้า-ออกได้ทาด้วยสีขาวทั้งตัวช้างและกำแพง ช้างเชือกที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกชื่อ “พญาปราบจักรวาล” และช้างเชือกที่หันหน้าไปทางทิศเหนือชื่อ “พญาปราบเมืองมารเมืองยักษ์” เมื่อวันเสาร์ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 7 พ.ศ.2343 ไว้ทางหัวเวียงนอกประตูช้างเผือก […]

ย้อนรอยสี่แยกช้างเผือกก่อนสร้างวงเวียนน้ำพุ 2503

ย่านช้างเผือกหมายถึงบริเวณประตูช้างเผือก ตั้งอยู่บริเวณถนนช้างเผือกต่อกับถนนโชตนา ชื่อย่านช้างเผือกน่าจะมาจากรูปปั้นช้างเผือก 2 ตัว คือ ปราบจักรวาลและปราบเมืองมารเมืองยักษ์ ซึ่งพระเจ้ากาวิละโปรดให้สร้างไว้ที่ประตูหัวเวียง ปัจจุบันช้างเผือกทั้งสองนี้ตั้งอยู่ด้านหน้าของประตูขนส่งช้างเผือก ส่วนที่บริเวณด้านหน้าประตูช้างเผือกได้สร้างน้ำพุรูปช้างเผือก (ช้างทาสีขาว) ตั้งอยู่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของประตูช้างเผือก ในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่กล่าวว่าเคยมีการสร้างช้างเผือกมาแล้วตั้งแต่สมัยพระเจ้าแสนเมืองมา หลังจากที่พระองค์เสด็จกลับจากการทำศึกกับสุโขทัย แต่เดิมย่านช้างเผือกเป็นที่รวมของชุมชนหลากหลายเชื้อชาติเช่นเดียวกับย่านอื่นๆ คือมีทั้งชาวจีน คนเมือง คนไทยใหญ่ และมุสลิม ความหลากหลายของผู้คนเหล่านี้เห็นได้จากศาสนสถานซึ่งเป็นสถานที่ทำบุญของแต่ละชุมชนที่ยังคงอาศัยอยู่จนถึงทุกวันนี้ เช่น กลุ่มคนเมืองและคนจีนไปวัดเชียงยืน คนไทยใหญ่ไปวัดป่าเป้า ส่วนคนมุสลิมก็มีมัสยิดเป็นศูนย์รวมจิตใจอยู่ในชุมชน ชุมชนมุสลิมแห่งนี้เพิ่งจะมาตั้งอยู่ที่นี่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้เอง อาชีพหนึ่งที่เคยเป็นอาชีพหลักของชาวไทยใหญ่ในแถบนี้คือ การทำหนังพอง ที่นิยมรับประทานแกล้มกับขนมจีนน้ำเงี้ยว หนังพองมีลักษณะคล้ายแคบหมูทำจากหนังวัว ในขณะที่แคบหมูทำจากหนังหมู ปัจจุบันอาชีพนี้หายไปจากชุมชนหมดแล้ว ใกล้ๆ กับประตูช้างเผือก เป็นที่ตั้งของตลาดช้างเผือก แต่เดิมเป็นย่านการค้าที่มีกลุ่มพ่อค้าจากทางเหนือของเมืองนำของมาวางขายร่วมกับคนในย่านชุมชนนี้ ปัจจุบันพ่อค้ากลุ่มนี้ยังมีอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก ตลาดช้างเผือกเป็นตลาดสด เริ่มติดตลาดตั้งแต่ตี 3 ตี 4 พอสายสัก 9 โมงเช้าตลาดก็เริ่มวายแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าขายปลีกและกลุ่มที่ทำอาหารขาย ฉะนั้นของที่ขายที่นี่จะมีทั้งอาหารสดและอาหารสำเร็จรูป ส่วนหนึ่งขายกันแบบยกโหล เช่นแคบหมู โจ๊ก บะหมี่ และก๋วยจั๊บ รวมทั้งอาหารสดเช่น หมู […]

วัดสวนดอก เชียงใหม่

เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำเสนอ เรื่องราวของ วัดสวนดอก เชียงใหม่ ที่สวยงามคู่เมืองล้านนา สถานที่บรรจุอัฐิครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ซึ่งมีไม่กี่ที่ในล้านนา ซึ่ง วัดสวนดอก ตั้งอยู่เลขที่ 139 ถนนสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากประตูสวนดอกไปทาง ทิศตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร เนื้อที่ของวัดมี 35 ไร่ 2 งาน 44 ตารางวา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดสวนดอก เป็นวัดที่พระเจ้ากือนาธรรมิกราช กษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์มังราย (อาณาจักรล้านนา) เป็นผู้ทรงสร้างซึ่งถือเป็นวัดมังราย (อาณาจักรล้านนา) ซึ่งถือเป็นวัดที่สำคัญยิ่งในสมัยนั้น สาเหตุที่พระองค์ทรงสร้างเพราะศรัทธาในพระพุทธศาสนา อีกทั้งเพื่อเป็นสถานที่อยู่และปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ พร้อมกันนั้นก็เป็นที่พุทธศาสนิกชนได้ใช้เป็นสถานที่ทำบุญ และประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของชาวพุทธอีกด้วย ซึ่งคาดว่าวัดสวนดอก ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณ พ.ศ.1962 วัดสวนดอก ได้พัฒนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆ ด้าน รัฐบาลได้เห็นความสำคัญจึงส่งเสริม สนับสนุน และยกย่องชมเชย พร้อมกับยกเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างเมื่อ พ.ศ. […]

อานิสงส์ของการถวายประทีปโคมไฟ

เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำเสนอเรื่องราวของอานิสงส์ของการถวายประทีปโคมไฟ ที่เชื่อว่าทำให้ชีวิตสว่างสดใส ดุจดัง แสงโคมประทีป ซึ่งลำพูนจะจัด งานโคมแสนดวง 2565 วันที่ 25 ก.ย.-8 พ.ย.65 นี้ ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย และลานเจ้าแม่จามเทวี ลำพูน ย้อนไปถึงเรื่องราว อานิสงส์ของการถวายประทีปโคมไฟ พระอนุรุทธะ เอตทัคคะในทางผู้มีทิพย์จักษุญาณ ซึ่งเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม ฉลาดรอบรู้พระธรรมวินัยอย่างแตกฉาน พระพุทธเจ้าตรัสว่าเพราะในชาติปางก่อนพระอนุรุทธะเคย “ให้แสงประทีปเป็นทาน” พระบรมศาสดา ได้ตรัสยกท่านในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ในทาง ผู้มีทิพยจักษุญาณ พระอนุรุทธะ ในอดีตชาติท่านเคยเกิดเป็นคนยากจนแต่ท่านได้ทำบุญใส่บาตรพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่ออกจากฌาณสมาบัติและอธิษฐานว่า “คำว่า ไม่มี” จงอย่าเกิดแก่ข้าพเจ้า และก็ได้เป็นเศรษฐี  ใน ชาตินั้นเมื่อละโลกไปก็ได้ไปเกิดเป็นพระอินทร์ 7 ชาติ พระมหาจักรพรรดิ์ 14 ชาติ อีกทั้งเคยทำบุญใหญ่สร้างประทีปโคมไฟหลายพันดวงเพื่อบูชาเจดีย์ ในชาติสุดท้ายมาบังเกิดเป็น พระอนุรุทธะ ขณะที่พระพุทธเจ้าใกล้จะปรินิพพานท่านก็ตามดูจิตของพระบรมศาสดาและบอกพระ อานนท์ทราบทุกขณะ อานิสงส์ของการถวายประทีปโคมไฟ 1. ย่อมเป็นผู้รู้คุณของพระรัตนตรัย ทำให้มีศรัทธามั่นคง 2. เป็นผู้มีความเคารพ […]

ตำนานพญานาค ล้านนา

องค์พญานาคิณีศรีเวียงพิงค์ พญาพิงคอัฆคินทร์นาคราช ที่ วัดยางกวง อ.เมืองเชียงใหม่  เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำเสนอเรื่องราวตำนานขององค์พญานาค ที่ปกปกรักษาเมืองล้านนา ที่ปรากฎที่ วัดยางกวง เชียงใหม่ มีรูปปั้นและภาพองค์พญานาคิณีศรีเวียงพิงค์ พญาพิงคอัฆคินทร์นาคราช ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นองค์พญานาคที่ปกปักรักษาดินแดนล้านนา ซึ่งที่มาของภาพวาด พญานาคพิงฆอัคคินทร์นาคราช และ พญานาคิณีศรีเวียงพิงค์ ที่หลายคนถามมา นี่คือเหตุการณ์ตอนวาดภาพช่วงก่อนออกพรรษาปีที่แล้ว ผมได้โทรคุยกับอาจารย์หนึ่งให้เริ่มวาดภาพจุดธูปบอกกล่าวขออนุญาต หลังจากที่ศิลปินผู้วาดภาพได้บอกกล่าว ก็นั่งพักคิดหาแบบ แต่ยังไม่ทันร่างแบบ มีคลื่นพลังงานบอกให้อาจารย์เริ่มวาดโดยให้ใช้ผ้าใบผืนใหญ่ที่สุดที่มี เพราะองค์พญานาคนั้นท่านองค์ใหญ่มาก และให้วาดตามขณะจิตที่เกิดขึ้นขณะนั้น โดยไม่มีแบบ ไม่มีการร่าง คาถาที่ท่องเกิดขึ้น ณ ขณะนั้น แต่พู่กันที่ลงไปนั้นมีความแม่นยำ และ พลิ้วไหวดุจมีชีวิต งดงามสง่างาม อาจารย์ที่วาดภาพบอกว่าในขณะที่วาดเหมือนมีพลังงานบางอย่างให้เคลื่อนไหวไปตามพู่กัน และบอกว่านี่คือลักษณะที่ถูกต้องของท่าน และ ให้ได้นำลักษณะของท่านนี้นำไปสื่อสารให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างวัดทำนุบำรุงพระศาสนา การวาดภาพองค์พญานาคขึ้น เพื่อรำลึกถึง การทำหน้าที่เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาของพญานาค ที่แม้ท่านมีฤทธิ์มากเพียงใด ท่านก็ยังปฏิบัติเพื่อเข้าถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ เพื่อหลุดพ้นจากวัฏฏะการเวียนว่ายตายเกิด ให้มนุษย์ได้พึ่งพาพระธรรมให้พ้นทุกข์ตามสัจธรรม ไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดยิ่งใหญ่เหนือสัจจธรรม ขอบคุณ คุณอั้ม – อธิชาติ ชุมนานนท์ […]

ธุดงคสถานลำพูน อ.บ้านโฮ่ง ลำพูน

เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำเสนอสถานที่ ธุดงคสถานลำพูน สถานปฏิบัติธรรม อบรมจริยธรรมแก่พุทธศาสนิกชน นักเรียน นักศึกษา ในจังหวัดลำพูน และประชาชนทั่วไป ซึ่ง ธุดงคสถานลำพูน ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และปฏิบัติธรรม เพื่อให้ประชาชนได้ฝึกเจริญสมาธิ ฝึกจิตปฏิบัติธรรม ในสถานที่บรรยากาศรายล้อมด้วยธรรมชาติ ในอำเภอบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ผู้มีจิตอันกุศลสนใจเข้าร่วมปฏิบัติธรรม เป็นหมู่คณะหรือติดต่อสอบถามได้ รวมถึงสามารถ ร่วมบุญสร้างวิหารหลวง อาคารกิจกรรม ธุดงคสถานลำพูน ที่ตั้งอยู่ตำบล เหล่ายาว อำเภอ บ้านโฮ่ง ลำพูน 51130 โทร 086-4550562 และสามารถร่วมบุญได้ที่ QR code ธุดงคสถานลำพูน ชื่อบัญชีพระกิติพัฒน์ ฐิตธมฺโม (จุลเวช)ธนาคารกสิกรไทย สาขาลำพูน เลขที่บัญชี 136-1-10411-7

“กาดกองต้า” ตลาดเก่าร้อยปีเมืองลำปาง

เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำเสนอเรื่องราวของ “กาดกองต้า” ตลาดเก่าร้อยปีเมืองลำปาง ชุมชนการค้าทางเรือที่มีความสำคัญในอดีตของลำปาง ได้แก่ ชุนชนการค้าบริเวณย่านตลาดจีนเก่า หรือ “กาดกองต้า” ซึ่งตั้งอยู่บนถนนตลาดเก่าริมฝั่งแม่น้ำวัง เคยเป็นตลาดขายสินค้าที่มีความเจริญรุ่งเรือง และมีความคึกคักมากที่สุดในยุคของเจ้านรนันชัยชวลิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง ระหว่างปี พ.ศ.2430 – 2440 ความสำคัญของกาดกองต้า นอกจากเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าแล้ว ในอดีตที่แห่งนี้ยังเป็นท่าสำหรับล่องไม้สักลงไปขายที่จังหวัดนครสรรค์อีกด้วย กลุ่มคนที่เข้ามาทำธุรกิจการทำไม้และค้าขายในสมัยนั้น ได้แก่ ชาวอังกฤษ พม่า อินเดีย และชาวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด จนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ของที่นี่ ชาวบ้านจึงนิยมเรียกว่า “ตลาดจีน” และเนื่องจากบริเวณย่านนี้มีคนหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ อาคารบ้านเรือนที่ปลูกจึงมีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกัน ระหว่างยุโรป พม่า จีน ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดลำปางที่มีมานานกว่า 100 ปี ในด้านการค้าเมืองลำปาง อาจเรียกได้ว่า เป็นเมืองแห่งศูนย์กลางการค้า อันดับ 2 รองจากเชียงใหม่ เพราะนับตั้งแต่อดีตก่อนที่จะมีการสร้างทางรถไฟสินค้าต่างๆ ที่มาจากทางเรือจะมาขึ้นท่าที่จังหวัดลำปาง ก่อนที่จะขนถ่ายโดยใช้วัวเทียมไปตามหัวเมืองต่างๆ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน สินค้าทางเรือที่เดินทางมาจากกรุงเทพบนเส้นทางแม่น้ำวัง จากทางใต้ได้แก่ […]

(มีคลิป) ”วัดแม่แก้ดน้อย” จัดขบวนแห่วันปล่อยผี 12 เป็ง

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2565 ที่วัดศรีดอนชัยป่าตึงงาม หรือ “วัดแม่แก้ดน้อย “ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จัดขบวนแห่ผีนานาชนิด รวมทั้งขบวนจำลองนรกและสวรรค์ โดยที่เด็กนักเรียน และนักศึกษา พร้อมทั้งชาวบ้านในชุมชนแต่งหน้าและแต่งกายอย่างสมจริง เพื่อร่วมขบวนแห่ดังกล่าว ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของการจัดงาน “วันปล่อยผี ประเพณีเดือนสิบสองเป็ง” ประจำปี 2565 ซึ่งทางวัดร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และชุมชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-10 ก.ย.65 เพื่อสืบสานประเพณีความเชื่อและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยขบวนแห่นี้สร้างสีสันและความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ที่รอชมเป็นอย่างมาก โดยพระครูวิสาลจริยคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนชัยป่าตึงงาม เปิดเผยว่า การจัดงานวันปล่อยผีประเพณีเดือนสิบสองเป็งนั้น จัดขึ้นเพื่อเป็นการฟื้นฟู และอนุรักษ์ศิลปะล้านนาไทย ซึ่งเป็นประเพณีที่ชาวล้านนาปฏิบัติกันมาหลายชั่วอายุคน ด้วยความเชื่อว่าในวันเพ็ญเดือนสิบสองตามปฏิทินล้านนา โลกของนรกภูมิจะมีการปลดปล่อยเหล่าวิญญาณ ผีเปรตต่างๆ เพื่อมาขอรับส่วนบุญส่วนกุศล จากญาติพี่น้อง ที่จะอุทิศส่วนกุศลไปให้ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 10 ก.ย.65 โดยขบวนแห่วันปล่อยผีที่มีการจำลองนรกนั้น มุ่งแสดงให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานในขุมนรกสำหรับผู้กระทำความชั่ว เพื่อเป็นการเตือนใจผู้คนให้กระทำแต่ความดี ซึ่งขบวนแห่นี้ปกติทางวัดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเริ่มครั้งแรกเมื่อปี 2559 แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการงดไปเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และเพิ่งกลับมาจัดอีกครั้งในปีนี้ ทั้งนี้นอกจากขบวนแห่แล้ว ในงานยังมีการจัดกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา […]

(มีคลิป) คเณศวิสารจันพิธีอัญเชิญ เสด็จกลับเขาไกรลาศ

เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำบรรยากาศวันคเณศวิสารจันพิธีอัญเชิญ องค์พระพิฆเนศลงแม่น้ำปิง เสด็จกลับเขาไกรลาศ 9 กันยายน 2565 พิธีอัญเชิญองค์พระพิฆเณศ เพื่อขึ้นรถขบวนแห่ โดยเริ่มต้นขบวนที่ถนนด้านหน้า โอลด์ เชียงใหม่ ศูนยวัฒนธรรมเชียงใหม่ ไปบน ถนนทิพยเนตรถึงที่หมาย สวนสาธารณะหน้าโบสถ์คริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ ริมแม่น้ำปัง พร้อมการแสดงฟ้อนรำต้อนรับองคพระคเณศทำพิธีพราหมณในพิธี ท่องมนต์สุดท้ายของเทศกาล คเณศจตุรถี อัญเชิญองค์พระคเณศดินปั้น ลงจากรถขบวนแห่ เพื่ออัญเชิญลงแม่น้ำปิง ให้องคพระคณศละลายลงในแม่น้ำ ระหว่างทางจะมีการโปรยดอกไม้ เปรียบดั่งการส่งองค์พระคเณศ กลับสู่เขาไกรลาส เป็นอันสิ้นสุดพิธีและงานเทศกาลบูชาครูแห่งศาสตร์และศิลป์ประจำปีของจังหวัดเชียงเชียงใหม่ เทศกาล “คเณศจตุรถี” ประจำปี 2565

พิธีอัญเชิญพระพิฆเนศ เสด็จกลับเขาไกรลาส

9 กันยายน พิธีอัญเชิญพระพิฆเนศเสด็จกลับเขาไกรลาส ในงานเทศกาลบูชาครูแห่งศาสตร์​และศิลป์ประจำปี ของเชียงใหม่​ “คเณศจตุร​ถี​” ขบวนรอบเมืองเชียงใหม่ “คเณศจตุรถี” เทศกาลบูชาครูแห่งศาสตร์​ และศิลป์ประจำปีของเชียงใหม่ Chiang Mai Ganesa Chaturthi Festival” ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม -วันที่ 9 กันยายน 2565 เพื่อบูชาครูแห่งศาสตร์และศิลป์ ตามหลักความเชื่อดั้งเดิม เพื่อเฉลิมฉลองวันประสูติของ “องค์พระคเนศ” หรือ “องค์พระพิฆเนศ” เทพแห่งการเริ่มต้น และความรุ่งโรจน์ พระคเนศเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีว่า พระองค์เป็นเทพแห่งการเริ่มต้น และความรุ่งโรจน์ โดยในวันที่ 9 กันยายน 10:00 น. – 15:00 น.จะมีพิธีอัญเชิญพระพิฆเนศเสด็จกลับเขาไกรลาส เริ่มด้วยการตั้งขบวนแห่จากศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ผ่านประตูเชียงใหม่ ประตูท่าแพ ถนนช้างม่อย ตลาดวโรรส ตลาดดอกไม้ สะพานนวรัฐ และสิ้นสุดที่สวนสาธารณะ สสส. หน้าโบสถ์คริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ ถนนเจริญราษฏร์ พิธีละลายองค์ดินปั้นลงสู่แม่น้ำปิง เป็นการสิ้นสุดเทศกาลประจำปีนี้

1 … 24 25 26 27 28 … 43