53

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 20 : นครเชียงใหม่ นครสร้างสรรค์

“…เชียงใหม่วัฒนธรรมเราเยอะมาก จะเอาอะไรบ้าง คำพูดคำจามีแล้ว ภาษาเขียนก็มี ภาษาพูดก็มี เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็มี อาหาร เรามีวัฒนธรรมเยอะมาก ที่จะให้เอาหยิบไปใช้…” – ธิตินัดดา จินาจันทร์ – เสน่ห์เมืองเก่า…นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ดินแดนมหัศจรรย์ อาณาจักรล้านนา เป็นดินแดนที่ก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างยาวนาน มีประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวมากมาย หลากหลายตำนานที่ถูกส่งต่อมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล จนมาถึงยุคปัจจุบัน การเล่าต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เป็นดินแดนที่มีความมหัศจรรย์มากมายให้ทุกคนได้ตามรอย ความเก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็นศาสนสถาน ศิลปวัฒนธรรม งานหัตถกรรมที่สะท้อนซึ่งภูมิปัญญาของชาวล้านนา สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต และในวันนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เชียงใหม่ได้วางตัวให้เป็นนครสร้างสรรค์ ไม่ใช่เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ไม่เคยหยุดนิ่งตามกาลเวลาที่แปรผันไป นำความมหัศจรรย์ของสิ่งเก่า ๆ มาสานต่อ ให้มรดกแสนล้ำค่านี้ ยังคงเปล่งประกายแม้จะผ่านไปนานเท่าใด เปิดต้อนรับแขกผู้มาเยือน ให้มาเรียนรู้ และสัมผัสไปกับประวัติศาสตร์ ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวล้านนาทุกคน โดยชุดสารคดีร้อยเรื่องเมืองล้านนา ภาค 2 ฮอยเก่า เล่าขาน ตำนานเวียงพิงค์ ได้รวบรวมเสน่ห์แห่งเมืองเชียงใหม่ เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต และเติบโตไปตามเข็มนาฬิกาที่เดินหน้าไปอย่างไม่หยุดนิ่ง มาถ่ายทอด เผยแพร่ และส่งเสริมในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เชิญชวนผู้คนมาสัมผัสกลิ่นอายเมืองเก่า เรียนรู้ถึงหลักความศรัทธา […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 18 : มรดกแห่งการเดินทาง : เรื่องเล่าผ่านสามล้อถีบ

“…ทอง 1 บาท ได้สามล้อ 1 คัน แต่ 1 บาท มันมีค่าน้อยมาก ถ้าเทียบกับสามล้อ 1 คัน มันมีค่าสูงมาก ซึ่งในภายภาคหน้าไปแล้ว มันจะหาดูไม่ได้ …” – คุณ รัชกฤช ใช้ไม่หมด – ภายใต้จังหวะชีวิตที่เร่งรีบของโลกยุคใหม่ นวัตกรรม เทคโนโลยี ที่ได้เข้ามาสร้างความสะดวกสบาย เพิ่มความว่องไวให้กับวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบัน แต่ท่ามกลางจังหวะเร่งรีบเหล่านั้น ยังมียานพาหนะชนิดหนึ่ง ที่ยังคงหมุนล้อไปอย่างเชื่องช้า นำพาผู้คนซึมซับความสวยงามของเมืองเก่าในทุกซอกทุกมุม นั่นก็คือ “สามล้อถีบ” สามล้อถีบ คือ เอกลักษณ์คู่เมืองเชียงใหม่มาอย่างยาวนานกว่าหลายสิบปี เป็นดั่งมรดกแห่งการเดินทาง ที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวล้านนา และคนไทยในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี ยานพาหนะที่นำพาผู้คนเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ มาตั้งแต่สมัยอดีต จวบจนปัจจุบัน แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน บทบาทย่อมเปลี่ยนตาม จากที่เป็นยาพาหนะในชีวิตประจำวัน กลายมาเป็นยานพาหนะนำเที่ยว ที่ทุกวันนี้เหลือคนปั่นเพียงหลักสิบคน แทบจะไม่มีคนรุ่นใหม่สืบทอดต่ออาชีพนี้ ยิ่งจำนวนคนปั่นลดลงมากเท่าใด ยิ่งเป็นสัญญาณให้เห็นว่า สามล้อถีบ ภูมิปัญญาด้านการเดินทางนี้ อีกไม่นานคงจะกลายเป็นตำนานที่อยู่เพียงในสมุดบันทึก “…คนที่มาเช่าสามล้อ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 16 : วิถีล้านนา อาหารพื้นเมือง : อาหารภาคเหนือ

“…อาหารล้านนาจริง ๆ แล้ว ไม่สามารถบอกว่าเป็นของชนชาติใด ชนชาติหนึ่ง มันมีหลาย ๆ คน หลาย ๆ กลุ่ม ที่มาอยู่ในล้านนา รวมตัวกัน ประมวลผลออกมาเป็นอาหารล้านนา …” – คุณ นฤมล ชมดอก  – อาหารล้านนา เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่โดดเด่น มีความหลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมักจะใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น หรือจากธรรมชาติ มาปรุงแต่ง และรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่รสชาติ หรือหน้าตาของอาหาร แต่ยังแฝงไปด้วยคติความเชื่อ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการกิน และวิถีชีวิตของคนในภาคเหนือ จากผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ สู่สำรับกับข้าวบนขันโตก อาหารภาคเหนือเป็นเหมือนดั่งศิลปะแห่งการดำรงชีวิต ที่ได้หยิบยืมเอาทรัพยากรจากขุนเขา มาคลุกเคล้าร่วมกับภูมิปัญญา และประวัติศาสตร์ ก่อกำเนิดเป็นมนต์เสน่ห์แห่งรสชาติที่ไม่เหมือนใคร คติความเชื่อที่ซ่อนไว้ในแต่ละเมนู ได้เพิ่มความพิเศษให้กับความเป็นอาหารล้านนา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหารมงคล อาทิ แกงขนุน ตำขนุน ที่มีความเชื่อว่า หนุน เปรียบดั่งคำว่า “เกื้อหนุน” เมื่อใครได้ทานเมนูนี้ จะมีโชคลาภ วาสนา มีความเจริญรุ่งเรือง มีคนค้ำจุนหนุนนำตลอดทั้งปี […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 15 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : เตียวขึ้นดอย

“…ในการเดินขึ้นดอย เราต้องเดินไปตามลำดับ ที่พระพุทธเจ้าบรรลุธรรม ฌาน 4 มรรค 8 สู่พระนิพพาน…” – อาจารย์ ดร. สราวุธ รูปิน  – อาณาจักรล้านนา เป็นดินแดนแห่งความศรัทธา ที่หลอมรวมระหว่างปรัชญา ศาสนา และคติความเชื่อ นำพามาสู่แรงประเพณีที่ดีงาม อย่าง ประเพณีเตียวขึ้นดอย บนถนนสายประวัติศาสตร์ที่ทอดยาวสู่ยอดเขาดอยสุเทพ พร้อมจังหวะก้าวเดินของคลื่นมหาชน ที่มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน คือการเดินเท้าขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพ ภูเขาที่เป็นที่ตั้งของพระธาตุดอยสุเทพ ได้เป็นภูเขาที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของชาวล้านนามาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ ด้วยรากฐานความเชื่อเดิมของเชียงใหม่ มักจะเชื่อมโยงกับยอดดอยสำคัญของเมืองเสมอ หนึ่งในนั้น คือดอยสุเทพ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวล้านนาให้ความเคารพนับถือตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน โดยคติความเชื่อเดิม ถือว่าดอยแห่งนี้ เป็นที่สถิตของผีบรรพบุรุษ  ก่อนที่แสงสว่างแห่งพระพุทธศาสนาจะแผ่ขยายมาปกคลุม ผสานเข้ากับความเชื่อดั้งเดิมได้อย่างลงตัว สอดคล้องกับคำบอกเล่าจาก อาจารย์ ดร.สราวุธ รูปิน ที่ได้กล่าวไว้ว่า “…ดอยสุเทพเป็นความสำคัญ ของรากฐานทางวัฒนธรรมของเชียงใหม่ พอพระพุทธศาสนาเข้ามา เราจึงเอาพระบรมสารีริกธาตุ ที่อัญเชิญมาในปี พ.ศ.1914 จากสุโขทัย มาไว้วัดสวนดอก พอเขาแยกออก แล้วเอาใส่หลังช้างขึ้นดอย ได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ขึ้นไปไว้ที่พระธาตุดอยสุเทพ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 14 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล

“…การบูชาเสาอินทขีล เปรียบเสมือนการบูชาร่างกายมนุษย์ เมืองเชียงใหม่ถ้าเทียบไปแล้ว ก็เปรียบเหมือน มนุษย์คนหนึ่ง…” – คุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย – ดินแดนล้านนา เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยคติความเชื่อ เป็นความเชื่อที่สามารถผสมผสานร่วมกับวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ดินแดนที่ร่วมกันสร้างโลกทัศน์ให้มีรูปแบบเฉพาะของตนเอง ด้วยคติความเชื่อ การตั้งมั่นที่เปี่ยมไปด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้า ทำให้ล้านนามีประเพณีสำคัญตลอด 12 เดือน หนึ่งในนั้น ก็คือ ประเพณีใส่ขันดอก บูชาเสาอินทขีล ที่จะมีการจัดขึ้นในราว ๆ เดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาเสาอินทขีลที่อยู่คู่บ้าน คู่เมือง มาอย่างยาวนานกว่าหลายศตวรรษ เสาหลักเมืองเก่าแก่ที่หลอมรวมความศรัทธาของผู้คนหลายยุคหลายสมัยเข้าไว้ด้วยกัน และร่วมสรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า เสริมสิริมงคลให้กับตนเองตามคติความเชื่อ ที่ยึดถือมาตั้งแต่โบราณกาล สมดั่งการเป็นศูนย์กลางของมหานคร ที่ซ่อนไว้ซึ่งหมุดหมายที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของชาวล้านนา ตำนานแห่งศรัทธา…การบูชาเสาอินทขีล ประเพณีเข้าอินทขีล หรือประเพณีใส่ขันดอก เป็นการบูชาเสาหลักเมือง ที่เป็นดั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเชียงใหม่ ซึ่งมีหลักความเชื่อว่า เป็นเสาหลักที่สร้างความมั่นคง การอยู่ดีมีสุขให้คนเชียงใหม่ ดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ และปกปักษ์รักษาบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น เสาอินทขีล คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากพิธีกรรมในอดีตสู่ความหอมหวนของมวลบุปผชาติในปัจจุบัน โดยรากเหง้าของเสาหลักเมืองนี้ มีจุดเริ่มต้นจากชนชาติเก่าแก่ ตามคำบอกเล่าของคุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย ได้มีการให้ข้อมูลถึงแหล่งที่มาเสาอินทขีล ว่า “เสาอินทขีลนี้ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 13 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : ปี๋ใหม่เมือง

“…รากเหง้าที่มันดีงาม ผมคิดว่ามนุษย์ไม่ทิ้งนะ เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนรูปแบบกันเล็กน้อย วัยก็เปลี่ยนไปเป็นรุ่น ๆ เด็กพวกนี้ถ้าอายุเยอะขึ้นมา เขาก็จะหวนนึกถึงสิ่งที่ดีงาม เขาก็จะกลับมาเหมือนเดิม…” – คุณ สนั่น ธรรมธิ – เทศกาลแห่งความชุ่มฉ่ำที่คนทั้งโลกรอคอย ภาพของการสาดน้ำ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ที่มอบให้กัน คือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการเริ่มต้นศักราชใหม่ ท่ามกลางความสนุกสนาน ภายใต้ม่านน้ำเหล่านี้ เราจะพบกับรากฐานของวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะดินแดนล้านนาแห่งนี้ ที่ไม่ได้มีแค่คำว่า สงกรานต์ แต่มีสิ่งที่เรียกว่า ประเพณีปีใหม่เมือง ที่เพิ่มความพิเศษ ไม่เหมือนใคร ซ่อนไว้ซึ่งคติความเชื่อ และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวล้านนา ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงกุศโลบายของบรรพชน ที่เลือกใช้น้ำในช่วงเวลาที่ร้อน และแล้งที่สุดของปี ไม่ใช่เพียงเพื่อแค่ดับความร้อน แต่คือสัญลักษณ์ของการชำระล้างจิตวิญญาณ “…น้ำมีคุณสมบัติในการชำระล้าง สิ่งที่มันไม่เข้าท่า เคยล่วงล้ำก้ำเกินกัน เคยทะเลาะกัน เคยไม่สบายใจ น้ำนี่แหละ สามารถเห็นเป็นรูปธรรมได้ว่าชำระล้างได้…” – คุณ สนั่น ธรรมธิ – ประเพณีที่ชูมนต์เสน่ห์แห่งความเป็นเมืองเก่า ดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือน มาสัมผัสช่วงเวลาแห่งความงดงาม และเป็นศูนย์รวมกิจกรรมของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของคนในภาคเหนือ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 12 : ถิ่นล้ำค่า วิถีคนบนดอย : ดอยอินทนนท์

“…ดอยอินทนนท์คือดอยแม่ เป็นป่าแม่สูงสุด เราได้อยู่ที่นั่น เหมือนดูแลทุกอย่าง ให้ชีวิตในละแวกนั้นอยู่ได้ เพราะฉะนั้นการรักอินทนนท์ ไม่ใช่รักแค่ชื่อ แต่ต้องรักด้วยใจ เหมือนชีวิตเรา ชีวิตหนึ่ง …” – คุณ สุรสิทธิ์ ดลใจไพรวัลย์ – ภูมิประเทศของภาคเหนือ ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง ภูเขาเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ความงดงามทางธรรมชาติ แต่ได้สะท้อนถึงคติความเชื่อดั้งเดิมของชาวล้านนา ว่า ภูเขานั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบ้านเมือง เป็นเหมือนดั่งเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตเบื้องล่าง “…ทุก ๆ เมืองให้ความสำคัญกับภูเขาสูง คือเป็นแหล่งน้ำของเมือง เพื่อหล่อเลี้ยงการเกษตร ฉะนั้นภูเขามันจึงศักดิ์สิทธิ์ …” – อาจารย์ ดร. สราวุธ รูปิน – สูงสุดแห่งแดนสยาม “ดอยอินทนนท์” ดอยอินทนนท์ เป็นยอดเขาสูงที่สุดในประเทศไทย มีอายุมาก อยู่คู่เชียงใหม่มาอย่างยาวนานนับหลายร้อยปี เป็นดอยหิน เฉกเช่นเดียวกับดอยสุเทพ ดอยปุย โอบล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม นอกจากจะเป็นดอยสำคัญของเชียงใหม่แล้ว ยังถือเป็นพื้นที่ที่ทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวผูกพันกับเจ้านายฝ่ายเหนือ  เป็นสถานที่เก็บพระอัฐิส่วนหนึ่งของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ผู้รัก และทรงห่วงใยพื้นที่ป่าของภาคเหนือมาโดยตลอด ถือเป็นอนุสรณ์สถานแด่เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ แม้แต่ชื่อดอยอินทนนท์ […]

“ลัดดาแลนด์” ตำนานเรื่องเล่าผีเชียงใหม่ ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก

เชื่อว่าชาวจังหวัดเชียงใหม่คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ลัดดาแลนด์” ที่เป็นที่เลื่องลือเรื่องความเฮี้ยนของที่แห่งนี้ 50 ปีแห่งความเฮี้ยน ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สยองขวัญ ยิ่งทำให้ลัดดาแลนด์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ความเฮี้ยนจากระดับท้องถิ่นสู่ความเฮี้ยนระดับประเทศ วันนี้ “เชียงใหม่นิวส์” ขอนำจุดกำเนิดความเฮี้ยนของสถานที่อันโด่งดังแห่งนี้มาให้ได้อ่าน และนึกถึงอีกครั้ง สถานที่แห่งนี้ในอดีตถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงปี 2520 แต่เหตุการณ์การฆาตกรรมในบ้านหลังหนึ่ง เป็นจุดเริ่มต้นของความสยองพองเกล้า จนนำไปสู่จุดจบของหมู่บ้านลัดดาแลนด์ และเป็นตำนานผีที่ว่ากันว่าน่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่ง ลัดดาแลนด์ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ ผสมผสานกับลานแสดงศิลปวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ในราวปี พ.ศ.2512 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ประกอบด้วย สวนสนุก การแสดงมหรสพต่างๆ ตั้งอยู่ริมถนนเลียบคลองชลประทาน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเจ้าของคือ “พลตรีประดิษฐ์ พันธาภา” นายทหารผู้เป็นเจ้าของกิจการ “โรงหนังเวียงพิงค์” และ “นางลัดดา พันธาภา” นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พื้นที่ผืนนี้ได้พัฒนาเป็น “อุทยานการท่องเที่ยวขนาดใหญ่” มีการจัดศูนย์แสดงสาธิตศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งพิพิธภัณฑ์ชาวเขา การทำเครื่องเขิน การแกะสลักไม้ การทอผ้าไหม การแสดงฟ้อนรำต่างๆ มีการให้บริการ ช้าง ม้า และรถไฟเล็กให้นั่ง มีค่าบริการประมาณ 8 – 10 บาท เป็นที่ถูกอกถูกใจของเด็กๆ และครอบครัวอย่างมาก เล่ากันว่า วัยรุ่นสมัยนั้นจะไปออกเดทกัน เพราะมีความเชื่อว่าคู่ไหนไปอธิฐานขอโชคเรื่องความรักกับต้นไทรหน้าลัดดาแลนด์แล้ว คู่นั้นจะได้รักกันไปตลอดชีวิต แต่แล้วเมื่อครอบครัวหนึ่งถูกโจรปล้น และฆ่ายกครัว ทำให้บ้านใกล้เรือนเคียงต้องพบกับเรื่องแปลกๆ […]

สายธารศรัทธา ฟื้นวัดป่าแดง อ.เชียงดาว วัดร้าง 600 ปี คืนมรดกล้านนาสู่ความทรงจำของสังคม

4 พ.ย. 2566 – วัดป่าแดง หมู่ที่ 6 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จัดทอดกฐินสามัคคี เพื่อสร้างกุฏิสงฆ์ และงานสาธารณะประโยชน์ภายในวัดป่าแดง โดยมีคุณศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี ร่วมกับคุณธนกิจ พานิชชีวะ ผู้จัดการใหญ่โครงการไอคอน ปาร์ค และไอคอนไอทีเชียงใหม่ โดยบริษัทอัครพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นประธานอุปถัมภ์  วัดป่าแดง อ.เชียงดาว ถือว่าเป็นวัดร้างเก่าแก่อายุกว่า 600 ปี ที่ร่วมประวัติศาสตร์กับล้านนามาตั้งแต่ยุคพญามังรายสร้างบ้านแปลนเมือง และวัดป่าแดงถือเป็นตัวแทนนิกายพระสงฆ์ล้านนาที่จะมี 2 คณะ คือ คณะสวนดอกที่นิยมสร้าง พระอารามในสวนดอกไม้ มีวัดสวนดอกเป็นหัวคณะใหญ่ละคณะปายป่า มีวัดป่าแดงเชิงดอยสุเทพเป็นหัวหน้าคณะใหญ่ ยาวมาถึงยุคพระพญาแก้ว ที่ท่านทรงนำนิกายปายป่า ผ่านการสร้างวัดป่าแดง ตามหัวเมืองโบราณของล้านนาและหนึ่งในหัวเมืองโบราณหลายแห่ง ก็คือ ‘เวียงเชียงดาวปัจจุบัน’  จุดเริ่มต้นครั้งสำคัญในปี พ.ศ. 2550 มีการสร้างพระเจดีย์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และสร้างศาลาอเนกประสงค์ ที่เราเห็นในปัจจุบัน ในปัจจุบันวัดป่าแดงมีพื้นที่ 10 […]

พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ขัติยนารีของเมืองเชียงใหม่

ถ้าหากย้อนถึงอดีตของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี พระองค์ทรงเป็นพระธิดาองค์ที่ 11 ของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 7 กับแม่เจ้าทิพเกษร ทรงประสูติเมื่อวันอังคาร เดือน 10 (เหนือ) ขึ้น 4 ค่ำปีระกา ในเวลา 03.00 น.ตรงกับวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2416 ที่คุ้มหลวงเมืองเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศาลากลางหลังเก่าและหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ เมื่อทรงพระเยาว์ได้ศึกษาอักษรไทยเหนือและไทยกลาง ทรงมีความสนใจและเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณีของล้านนาเป็นอย่างดี ปี พ.ศ.2429 ได้เสด็จตามพระบิดาลงไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ กรุงเทพแล้วเลยอยู่รับราชการฉลองพระเดชพระคุณฝ่ายในเป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อทรงประสูติพระราชธิดาแล้วทรงโปรดเกล้าฯให้เลื่อนฐานะศักดิ์เป็นพระสนมเอก กระทั่งปลายปี พ.ศ.2451 หลังจากที่เสด็จกลับมาเยี่ยมนครเชียงใหม่เป็นครั้งแรกด้วยเรือหางแมงป่อง ประทับอยู่ไม่นานจึงเสด็จกลับกรุงเทพฯจากนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯให้สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็นพระราชชายา ในระหว่างที่ทรงรับราชการในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งรวมเป็นระยะเวลานานถึง 28 ปีนั้น พระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้ทรงดำรงพระองค์อย่างเหมาะสม พระองค์ทรงยึดมั่นในการรักษาวัฒนธรรมประเพณีของล้านนาเอาไว้ โดยโปรดให้ข้าหลวงในวังนุ่งซิ่นไว้ผมมวย แต่งกายแบบชาวเชียงใหม่ พูดภาษาคำเมืองและกินเมี่ยง ขณะเดียวกันก็ทรงเรียนดนตรีไทยภาคกลาง จนกระทั่งพระองค์ทรงดนตรีได้หลายอย่าง นอกจากนั้นยังทรงสนับสนุนให้พระญาติและข้าหลวงเรียนและฝึกเล่นดนตรีไทยภาคกลางจนสามารถตั้งวงเครื่องสายได้ พระราชชายาเจ้าดารารัศมียังทรงสนพระทัยในเรื่องการถ่ายรูป ซึ่งสมัยนั้นเป็นของใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในประเทศไทย พระญาติของท่านคนหนึ่งที่อยู่ร่วมพระตำหนักได้ชื่อว่าเป็นช่างภาพผู้หญิงคนแรกของไทยรับงานถ่ายรูปของราชสำนัก การที่พระองค์ทรงมีพระจริยาวัตรงดงามตลอดเวลาที่ทรงประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวัง จึงทำให้ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯพระราชทานตราปฐมจุลจอมเกล้าสำหรับฝ่ายในแก่พระราชชายาเป็นรุ่นแรกพร้อมกับพระภรรยาเจ้าและพระราชธิดา ซึ่งมีเพียง 15 […]

วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) วัดงาม 700 ปีแห่งเขตอรัญญิก เมืองเชียงใหม่

วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ตั้งอยู่เชิงดอยสุเทพ วัดอุโมงค์เป็นวัดที่สำคัญอีกแห่งของเชียงใหม่ เป็นวัดที่ร่มรื่นและมีขนาดกว้างขวาง ลักษณะการออกแบบเป็นไปตามแบบพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ เดิมสร้างขึ้นในสมัยพญามังรายบริเวณ ป่าไผ่ 11 กอ ต่อมาในสมัยพญากือนา โปรดให้สร้างอุโมงค์ขึ้นในบริเวณวัด วันนี้ “เชียงใหม่นิวส์” จะพามาเดินลอดอุโมงค์ใต้พระเจดีย์ สัมผัสศิลปะพุทธแบบลังกาวงศ์ที่ “วัดอุโมงค์” ประวัติของวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ในสมัยพระเจ้ามังรายมหาราช ทรงทำนุบำรุงพระศาสนาาเป็นการส่วนพระองค์ พระองค์ได้ทรงทราบว่า พระเจ้ารามคำแหงมหาราช พระสหายผู้ครองนครสุโขทัย ได้ส่งคนไปนิมนต์พระสงฆ์จากเมืองลังกา จึงประสงค์จะได้พระลังกามาเป็นหลักพระพุทธศาสนาในเมืองเชียงใหม่บ้าง และได้สร้างวัดฝ่ายอรัญวาสีเฉพาะพระลังกา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการนำพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์มาประดิษฐานในลานนาไทยเป็นครั้งแรก โดยยึดเอาแบบอย่างการสร้างวัดของเมืองลังกาเป็นแบบฉบับ โดยแบ่งออกเป็นเขตพุทธาวาส และสังฆาวาส ทรงขนานนามว่า วัดเวฬุกัฏฐาราม (วัดไผ่ 11 กอ) ในที่สุดได้กลายเป็นวัดที่พระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนศรัทธาเลื่อมใสเป็นอันมาก เป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์เจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว และตั้งหลักได้มั่นคงในลานนาไทยเป็นครั้งแรกในสมัยของพระองค์ ต่อมาเมื่อพระเจ้ามังรายสวรรคต ศาสนาพุทธขาดการทำนุบำรุง เพราะมัวแต่ทำศึกสงครามกันเองในเชื้อพระวงศ์ในการแย่งชิงราชสมบัติ จนมาถึงสมัยสมัยพระเจ้ากือนาธรรมาธิราช ศาสนาพุทธก็ได้รับการฟื้นฟู ทรงมีความเลื่อมใสในพระมหาเถระจันทร์ พระเจ้ากือนาจึงสั่งให้คนบูรณะวัดเวฬุกัฏฐาราม เพื่ออาราธนาพระมหาเถระจันทร์จำพรรษาทีวัดแห่งนี้ และตั้งชื่อวัดนี้ว่า “วัดอุโมงค์เถรจันทร์” ตามชื่อของพระมหาเถระจันทร์ มีการซ่อมแซมเจดีย์โดยการพอกปูน สร้างอุโมงค์ไว้ทางทิศเหนือจากเจดีย์ ในอุโมงค์มีทางเดิน 4 ช่องซึ่งเชื่อมต่อกันได้ ลัทธิลังกาวงศ์ซึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองมาครั้งหนึ่งสมัยพระเจ้ามังรายมหาราช และได้เสื่อมทรามไปเกือบ 70 […]

18 มิ.ย. 2507 วันเปิดเรียนวันแรกของ มช.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทางราชการจัดตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ตามโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค พ.ศ.2501 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งอยู่ ณ ดินแดนล้านนา อันเป็นแหล่งสะสมวัฒนธรรมอันล้ำค่ามานานกว่า 700 ปี มีสภาพภูมิประเทศงดงามท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเป็นธรรมชาติ บริเวณเชิงดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นับตั้งแต่มีการเรียกร้องให้ขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาออกสู่ภูมิภาค โดยขอให้รัฐบาลจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 ในที่สุดการเรียกร้องก็สัมฤทธิ์ผลก่อให้เกิดความภูมิใจและดีใจเป็นอย่างยิ่งแก่ชาวล้านนา วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้น โดยกำหนดให้เปิดสอนในปีการศึกษา 2507 และให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ม.ล.ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการเตรียมการจัดตั้ง วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2507 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 81 ตอนที่ 7 ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2507 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป วันที่ […]

เปิดประวัติ “ครูบาบุญชุ่ม” เกจิดัง สู่ศรัทธาแห่งล้านนา

ครูบาบุญชุ่ม เกิดเมื่อวันอังคารที่ 5 ม.ค. 2508 เวลา 09.00 น. ที่หมู่บ้านแม่คำหนองบัว ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นบุตรคนโตของนายคำหล้าและนางแสงหล้า ทาแกง แม้ครอบครัวจะยากจนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่โยมมารดาก็ปลูกฝังท่านให้ทำบุญ สวดมนต์ ทำสมาธิอยู่เสมอ ทำให้ท่านสนใจออกบวช หลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จึงบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2519 ขณะอายุได้ 11 ปี ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นตรีในปี 2526 ต่อมาได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2529 เวลา 9.19 น. ณ อุโบสถวัดพระเจ้าเก้าตื้อ (ปัจจุบันรวมกับวัดสวนดอก (จังหวัดเชียงใหม่)) โดยมีพระราชพรหมาจารย์ (ดวงคำ ธมฺมทินฺโน) เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูเวฬุวันพิทักษ์เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และพระครูศรีปริยัตินุรักษ์เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ระหว่างบรรพชามีหลวงพ่อธุดงค์องค์หนึ่งอยู่อำเภอจุน จ.พะเยา ได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุมามอบให้พระครูบาเจ้าฯ เมื่อท่านได้รับพระบรมสารีริกธาตุมาแล้ว ได้น้อมจิตพิจารณาว่า กระดูกของสัตว์โลกทั้งหลายนั้น นับตั้งแต่เวียนว่าย […]

ตำนานผ้าพระบฏ 100 ปี ในพิธีเลี้ยงดงผี “ปู่แสะ-ย่าแสะ”

เปิดตำนานผ้าพระบฏ 100 ปี ในพิธีเลี้ยงดงผี “ปู่แสะ-ย่าแสะ” ประเพณีเลี้ยงดงผีปู่แสะย่าแสะ ถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่มีการสืบทอดมาหลาย 100 ปี โดยจะจัดขึ้นทุกวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี ณ ผืนป่าเชิงดอยคำ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนอกเหนือจากการเซ่นไหว้ผีปู่แสะย่าแสะแล้ว พิธีแห่ผ้าพระบฏถือเป็นอีกไฮไลท์สำคัญของประเพณีนี้ ย้อนกลับไปในอดีตในสมัยพุทธกาล ณ ที่แห่งนี้มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับปู่แสะย่าแสะ ยักษ์ที่คอยจับมนุษย์กินทุกวัน จนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวลัวะ ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยในระมิงค์นคร เมืองโบราณที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำปิงกับดอยสุเทพ ต้องพากันหนีตายออกนอกเมือง เมื่อพระพุทธเจ้าได้รับรู้ถึงความเดือดร้อนของชาวลัวะ จึงได้เสด็จมาโปรดปู่แสะย่าแสะ เพื่อแสดงธรรมและอภินิหารจนยักษ์ทั้งคู่ต่างเลื่อมใส พร้อมหันมาถือศีล 5 แต่ด้วยความที่ยักษ์ต้องกินเนื้อสัตว์เพื่อประทังชีวิต จึงได้ขอพระพุทธเจ้ากินเนื้อควายสดปีละครั้ง แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสใดๆกลับมา ปู่แสะย่าแสะจึงได้ไปขอเจ้าเมืองลัวะแทน พร้อมทำหน้าที่เป็นผู้ปกปักรักษาดอยสุเทพ และดอยคำ พร้อมอำนวยฝนฟ้าให้ตกตามฤดูกาล ดังนั้นแล้ว เมื่อถึงคราวจัดพิธีเลี้ยงดงขึ้น จะมีการแห่ผ้าพระบฏโบราณ อายุเก่าแก่ 100 กว่าปีจากวัดป่าจี้ นำมาผูกห้อยต้นไม้ในบริเวณพิธี โดยผืนผ้าที่วาดเป็นรูปของพระพุทธเจ้าปางห้ามญาติ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2469 เมื่อถูกลมพัดแกว่งไปมา เปรียบเสมือนภาพแทนของพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาโปรดมนุษย์ […]

ประเพณีเลี้ยงดงปู่-ย่าแสะ ประเพณีเลี้ยงผีเมืองเชียงใหม่

วันที่ 2 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานการเลี้ยงดง ที่บริเวณเชิงวัดพระธาตุดอยคำ (ศาลปู่แสะ – ย่าแสะ) และลานพิธีเลี้ยงดง ช่วงเช้า เริ่มเวลา 07.00 น.ผู้ร่วมพิธีพร้อมกันที่บริเวณเชิงวัดพระธาตุดอยคำ (ศาลปู่แสะย่าแสะ) เพื่ออัญเชิญดวงวิญญาณปู่แสะย่าแสะ มีการฟ้อนบวงสรวงดวงวิญญาณ โดยชมรมช่างฟ้อน จำนวน 1 เพลง จากนั้นขบวนอัญเชิญพระบฎจากวัดป่าชี เดินทางถึงศาลปู่แสะย่าแสะ ที่ศาลปู่แสะย่าแสะ มีเจ้าภาคินัย ณ เชียงใหม่ เจ้านายฝ่ายเหนือ พร้อม นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ พร้อม นายธนวัฒน์ ยอดใจ นายก ทม.แม่เหียะ นำจุดธูปเทียนและถวายเครื่องบวงสรวง พร้อมเจ้านายฝ่ายเหนือ ข้าราชการประชาชน นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยว เดินทางมาร่วมพิธีจำนวนมาก จากนั้น พ่อหนานอุทัย กาวิโล กล่าวบทสวดอัญเชิญดวงวิญญาณปู่แสะย่าแสะ ให้เป็นไปตามประเพณีที่สืบทอดกันมานานหลายร้อยปี ช่วงสายๆของวันเดียวกัน หลังจากพิธีที่เชิงดอยวัดพระธาตุดอยคำ ประกอบพิธีเสร็จสิ้น ได้เคลื่อนขบวนแห่พระบฎถึงลานเลี้ยงดง มีการฟ้อนถวายพระบฎ จากชมรมช่างฟ้อน […]

ดอกลมแล้งบานสะพรั่ง สวยงามทั่วเมืองเชียงใหม่

ดอกลมแล้งบานสะพรั่ง สวยงามทั่วเมืองเชียงใหม่ รับสภาพอากาศร้อนจัด ออกช่อเหลืองอร่าม อวดสายตาประชาชน-นักท่องเที่ยว สภาพอากาศที่ร้อนจัดในระยะนี้ที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลทำให้ต้นราชพฤกษ์ หรือต้นลมแล้ง ออกดอกอวดช่อสีเหลืองอร่ามสวยงาม จนปกคลุมเต็มต้นตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะตามบริเวณรอบคูเมืองเชียง ใหม่ ที่ในขณะนี้พบว่าดอกทองรกต้นลมแล้งนั้น ได้เบ่งบานจนถนนบางสายที่มีต้นไม้ชนิดนี้ปลูกอยู่กลายเป็นถนนสายสีเหลือง จากการที่ช่อดอกเบ่งบานและโบกสะบัดรับลมร้อน ทำให้กลีบดอกที่ผลิบานเต็มที่ร่วงหล่นลงมาจนเต็มพื้นต้น และถูกลมพัดปลิวไปตามพื้นต้น ด้วยกลีบดอกที่เป็นสีเหลืองเด่นชัด จึงทำให้โดยรอบนั้นกลายเป็นสีเหลืองอร่ามสวยงาม ขณะที่บริเวณคูเมืองเชียงใหม่ พบว่ามีหลายจุดที่มีต้นราชพฤกษ์ หรือต้นลมแล้งปลูกอยู่จำนวนมาก ที่ตอนนี้ต่างพากันผลิบานอย่างเต็มที่ จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด เนื่องจากยิ่งมีสภาพอากาศร้อน ดอกไม้จากต้นก็จะยิ่งผลิดอกเบ่งบานมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้บริเวณจุดที่มีต้นลมแล้งนั้น สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน จากการที่ทั้งต้นในขณะนี้กลายเป็นสีเหลืองอร่าม นอกจากนี้ ดอกไม้ที่เบ่งบานยังอวดสายตาประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้เห็น แวะเวียนมาถ่ายภาพความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้อีกด้วย สำหรับดอกลมแล้งเป็นดอกไม้ที่จะบานสะพรั่ง ในช่วงเดือนเมษายน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ “ปี๋ใหม่เมือง” ที่หลายๆ คนเมื่อเห็นดอกไม้ชนิดนี้เบ่งบาน ก็จะคิดถึงช่วงของเทศกาลดังกล่าว ที่ถือเป็นดอกไม้เอกลักษณ์ประจำฤดูกาลด้วย โดยจุดเด่นของดอกลมแล้ง จะมีสีเหลืองสดใส สวยงามทั้งลำต้น โดย “ดอกลมแล้ง” เป็นชื่อเรียกท้องถิ่นล้านนา หรือภาคเหนือ ซึ่งก็คือ “ดอกราชพฤกษ์” หรือ “ดอกคูณ” คนไทยในสมัยโบราณเชื่อว่า “ควรปลูกต้นราชพฤกษ์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของที่อยู่อาศัย […]

พิธีอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานบนรถบุษบก เตรียอมออกแห่สรงน้ำสงกรานต์

13 เม.ย. 66 พิธีอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานบนรถบุษบก เตรียมออกแห่ให้ประชาชนสรงน้ำ-สักการะ ในงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2566 ต๋ามฮีตต๋ามฮอยเมืองเจียงใหม่ ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นประเพณี “พิธีอาราธนาอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์” ออกจากวิหารลายคำ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ประดิษฐานบนรถบุษบก โดยช่วงบ่ายจะมีขบวนแห่พร้อมกับพระพุทธรูปสำคัญจากวัดต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ปพุทธศาสนิกชนสักการะบูชา สรงน้ำขมิ้นส้มป่อยตามประเพณีที่ปฏิบัติในเทศกาลปี๋ใหม่เมืองทุกปี ด้วยความเชื่อที่ว่าหากได้สรงน้ำพระสรงน้ำพระพุทธรูปอันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองในวันปีใหม่จะได้เป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว ซึ่งพระพุทธสิหิงค์จะถูกอัญเชิญออกมาจากวิหารลายคำเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น และประเพณีนี้ได้สืบทอดกันมาชั่วอายุคนจนมิอาจจะแยกออกจากชีวิตของคนเชียงใหม่ได้

ย้อนอดีต “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง” จ.เชียงใหม่

ประเพณีสงกรานต์หรือที่คนเมืองเหนือเรียกว่า ‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง’ เป็นเทศกาลที่ผู้คนมีความสุขสนุกสนานมาก เด็ก ๆ ได้ออกมาเล่นสาดน้ำกันให้คลายร้อนโดยไม่มีใครว่าเพราะเป็นประเพณีที่สาว ๆ แต่งตัวสวยงามทัดดอกไม้สีเหลืองออกไปทำบุญและเล่นน้ำสงกรานต์ หนุ่ม ๆ ได้ออกมาเล่นน้ำหยอกเย้าสาว ๆ โดยไม่ถือว่าเป็นการแทะโลมเกี้ยวพาราสี สำหรับผู้ใหญ่ก็ถือว่าสงกรานต์เป็นงานบุญใหญ่ประจำปี ต่างพากันช่วยตระเตรียมข้าวของสำหรับทำบุญกันอย่างคึกคัก เทศกาลสงกรานต์ในเมืองเชียงใหม่จัดเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และยาวนาน โดยเริ่มต้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายน แต่จริง ๆ แล้วประชาชนเริ่มเล่นสงกรานต์ก่อนวันที่ 13 และเลิกเล่นหลังจากวันที่ 15 โดยเฉพาะเด็ก ๆ ในเขตอำเภอรอบนอกมักจะออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 10 เรื่อยมาจนวันที่ 17-18 เมษา เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศร้อนจัดเด็ก ๆ จึงออกมาเล่นน้ำให้คลายร้อน ในเทศกาลสงกรานต์มีประเพณีสำคัญหลายประการที่ชาวเชียงใหม่ยึดถือปฏิบัติ แต่ละประเพณีล้วนมีความหมายและสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของผู้คนในสังคม ธรรมชาติ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่รอบตัวแทบทั้งสิ้น ประเพณีต่าง ๆ เริ่มจากวันที่ 13 จนถึง 15 เมษายนดังนี้ วันที่ 13 เมษา หรือวันสังขานต์ล่อง ถือว่าเป็นวันสิ้นสุดของปีและส่งท้ายปีเก่า ในวันนี้ชาวเมืองจะได้ยินเสียงปืนและจุดประทัดกันตั้งแต่เช้ามืด เพราะชาวบ้านยิงปืนเพื่อขับไล่ปู่สังขานต์ย่าสังขานต์หรือตัวเสนียดจัญไร มีการทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาดหิ้งพระ […]

727 ปี สถาปนาเมืองเชียงใหม่ ”ยอสวยไหว้สา พระญามังราย ปีที่ 11”

เช้าวันนี้ (12 เม.ย. 66) ที่ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวเชียงใหม่ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ 51 รูป และพิธียอสวยไหว้สาพญามังราย เนื่องในโอกาสครบรอบ 727 ปี การก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ เพื่อถวายสักการะแด่บูรพกษัตริย์ และเจ้าเมืองผู้ครองเมืองตามประเพณีล้านนา ทั้งยังให้ลูกหลาน ประชาชนในยุคปัจจุบัน ได้ร่วมระลึกถึงคุณงามความดีของผู้ก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ และรับรู้ประวัติการก่อตั้งเมือง โดยภายในงาน มีการจัดขบวนแห่ตามแบบวัฒนธรรมล้านนา ประกอบด้วย ขบวนขันดอก เครื่องสักการะแบบล้านนา การตีกลองสะบัดชัย พร้อมด้วย การฟ้อนเล็บจากช่างฟ้อนจากชุมชนต่าง ๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ จำนวน 599 คน โดยเริ่มเคลื่อนขบวนจากลานประตูท่าแพสู่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ เพื่อมาสักการะพญามังราย และเสริมสร้างสิริมงคลให้กับตนเอง ครอบครัวให้มีความสุข ความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ งานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ที่จะถึงนี้

1 … 19 20 21 22 23 … 43