53

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 20 : นครเชียงใหม่ นครสร้างสรรค์

“…เชียงใหม่วัฒนธรรมเราเยอะมาก จะเอาอะไรบ้าง คำพูดคำจามีแล้ว ภาษาเขียนก็มี ภาษาพูดก็มี เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็มี อาหาร เรามีวัฒนธรรมเยอะมาก ที่จะให้เอาหยิบไปใช้…” – ธิตินัดดา จินาจันทร์ – เสน่ห์เมืองเก่า…นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ดินแดนมหัศจรรย์ อาณาจักรล้านนา เป็นดินแดนที่ก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างยาวนาน มีประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวมากมาย หลากหลายตำนานที่ถูกส่งต่อมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล จนมาถึงยุคปัจจุบัน การเล่าต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เป็นดินแดนที่มีความมหัศจรรย์มากมายให้ทุกคนได้ตามรอย ความเก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็นศาสนสถาน ศิลปวัฒนธรรม งานหัตถกรรมที่สะท้อนซึ่งภูมิปัญญาของชาวล้านนา สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต และในวันนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เชียงใหม่ได้วางตัวให้เป็นนครสร้างสรรค์ ไม่ใช่เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ไม่เคยหยุดนิ่งตามกาลเวลาที่แปรผันไป นำความมหัศจรรย์ของสิ่งเก่า ๆ มาสานต่อ ให้มรดกแสนล้ำค่านี้ ยังคงเปล่งประกายแม้จะผ่านไปนานเท่าใด เปิดต้อนรับแขกผู้มาเยือน ให้มาเรียนรู้ และสัมผัสไปกับประวัติศาสตร์ ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวล้านนาทุกคน โดยชุดสารคดีร้อยเรื่องเมืองล้านนา ภาค 2 ฮอยเก่า เล่าขาน ตำนานเวียงพิงค์ ได้รวบรวมเสน่ห์แห่งเมืองเชียงใหม่ เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต และเติบโตไปตามเข็มนาฬิกาที่เดินหน้าไปอย่างไม่หยุดนิ่ง มาถ่ายทอด เผยแพร่ และส่งเสริมในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เชิญชวนผู้คนมาสัมผัสกลิ่นอายเมืองเก่า เรียนรู้ถึงหลักความศรัทธา […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 18 : มรดกแห่งการเดินทาง : เรื่องเล่าผ่านสามล้อถีบ

“…ทอง 1 บาท ได้สามล้อ 1 คัน แต่ 1 บาท มันมีค่าน้อยมาก ถ้าเทียบกับสามล้อ 1 คัน มันมีค่าสูงมาก ซึ่งในภายภาคหน้าไปแล้ว มันจะหาดูไม่ได้ …” – คุณ รัชกฤช ใช้ไม่หมด – ภายใต้จังหวะชีวิตที่เร่งรีบของโลกยุคใหม่ นวัตกรรม เทคโนโลยี ที่ได้เข้ามาสร้างความสะดวกสบาย เพิ่มความว่องไวให้กับวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบัน แต่ท่ามกลางจังหวะเร่งรีบเหล่านั้น ยังมียานพาหนะชนิดหนึ่ง ที่ยังคงหมุนล้อไปอย่างเชื่องช้า นำพาผู้คนซึมซับความสวยงามของเมืองเก่าในทุกซอกทุกมุม นั่นก็คือ “สามล้อถีบ” สามล้อถีบ คือ เอกลักษณ์คู่เมืองเชียงใหม่มาอย่างยาวนานกว่าหลายสิบปี เป็นดั่งมรดกแห่งการเดินทาง ที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวล้านนา และคนไทยในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี ยานพาหนะที่นำพาผู้คนเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ มาตั้งแต่สมัยอดีต จวบจนปัจจุบัน แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน บทบาทย่อมเปลี่ยนตาม จากที่เป็นยาพาหนะในชีวิตประจำวัน กลายมาเป็นยานพาหนะนำเที่ยว ที่ทุกวันนี้เหลือคนปั่นเพียงหลักสิบคน แทบจะไม่มีคนรุ่นใหม่สืบทอดต่ออาชีพนี้ ยิ่งจำนวนคนปั่นลดลงมากเท่าใด ยิ่งเป็นสัญญาณให้เห็นว่า สามล้อถีบ ภูมิปัญญาด้านการเดินทางนี้ อีกไม่นานคงจะกลายเป็นตำนานที่อยู่เพียงในสมุดบันทึก “…คนที่มาเช่าสามล้อ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 16 : วิถีล้านนา อาหารพื้นเมือง : อาหารภาคเหนือ

“…อาหารล้านนาจริง ๆ แล้ว ไม่สามารถบอกว่าเป็นของชนชาติใด ชนชาติหนึ่ง มันมีหลาย ๆ คน หลาย ๆ กลุ่ม ที่มาอยู่ในล้านนา รวมตัวกัน ประมวลผลออกมาเป็นอาหารล้านนา …” – คุณ นฤมล ชมดอก  – อาหารล้านนา เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่โดดเด่น มีความหลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมักจะใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น หรือจากธรรมชาติ มาปรุงแต่ง และรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่รสชาติ หรือหน้าตาของอาหาร แต่ยังแฝงไปด้วยคติความเชื่อ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการกิน และวิถีชีวิตของคนในภาคเหนือ จากผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ สู่สำรับกับข้าวบนขันโตก อาหารภาคเหนือเป็นเหมือนดั่งศิลปะแห่งการดำรงชีวิต ที่ได้หยิบยืมเอาทรัพยากรจากขุนเขา มาคลุกเคล้าร่วมกับภูมิปัญญา และประวัติศาสตร์ ก่อกำเนิดเป็นมนต์เสน่ห์แห่งรสชาติที่ไม่เหมือนใคร คติความเชื่อที่ซ่อนไว้ในแต่ละเมนู ได้เพิ่มความพิเศษให้กับความเป็นอาหารล้านนา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหารมงคล อาทิ แกงขนุน ตำขนุน ที่มีความเชื่อว่า หนุน เปรียบดั่งคำว่า “เกื้อหนุน” เมื่อใครได้ทานเมนูนี้ จะมีโชคลาภ วาสนา มีความเจริญรุ่งเรือง มีคนค้ำจุนหนุนนำตลอดทั้งปี […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 15 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : เตียวขึ้นดอย

“…ในการเดินขึ้นดอย เราต้องเดินไปตามลำดับ ที่พระพุทธเจ้าบรรลุธรรม ฌาน 4 มรรค 8 สู่พระนิพพาน…” – อาจารย์ ดร. สราวุธ รูปิน  – อาณาจักรล้านนา เป็นดินแดนแห่งความศรัทธา ที่หลอมรวมระหว่างปรัชญา ศาสนา และคติความเชื่อ นำพามาสู่แรงประเพณีที่ดีงาม อย่าง ประเพณีเตียวขึ้นดอย บนถนนสายประวัติศาสตร์ที่ทอดยาวสู่ยอดเขาดอยสุเทพ พร้อมจังหวะก้าวเดินของคลื่นมหาชน ที่มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน คือการเดินเท้าขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพ ภูเขาที่เป็นที่ตั้งของพระธาตุดอยสุเทพ ได้เป็นภูเขาที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของชาวล้านนามาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ ด้วยรากฐานความเชื่อเดิมของเชียงใหม่ มักจะเชื่อมโยงกับยอดดอยสำคัญของเมืองเสมอ หนึ่งในนั้น คือดอยสุเทพ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวล้านนาให้ความเคารพนับถือตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน โดยคติความเชื่อเดิม ถือว่าดอยแห่งนี้ เป็นที่สถิตของผีบรรพบุรุษ  ก่อนที่แสงสว่างแห่งพระพุทธศาสนาจะแผ่ขยายมาปกคลุม ผสานเข้ากับความเชื่อดั้งเดิมได้อย่างลงตัว สอดคล้องกับคำบอกเล่าจาก อาจารย์ ดร.สราวุธ รูปิน ที่ได้กล่าวไว้ว่า “…ดอยสุเทพเป็นความสำคัญ ของรากฐานทางวัฒนธรรมของเชียงใหม่ พอพระพุทธศาสนาเข้ามา เราจึงเอาพระบรมสารีริกธาตุ ที่อัญเชิญมาในปี พ.ศ.1914 จากสุโขทัย มาไว้วัดสวนดอก พอเขาแยกออก แล้วเอาใส่หลังช้างขึ้นดอย ได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ขึ้นไปไว้ที่พระธาตุดอยสุเทพ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 14 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล

“…การบูชาเสาอินทขีล เปรียบเสมือนการบูชาร่างกายมนุษย์ เมืองเชียงใหม่ถ้าเทียบไปแล้ว ก็เปรียบเหมือน มนุษย์คนหนึ่ง…” – คุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย – ดินแดนล้านนา เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยคติความเชื่อ เป็นความเชื่อที่สามารถผสมผสานร่วมกับวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ดินแดนที่ร่วมกันสร้างโลกทัศน์ให้มีรูปแบบเฉพาะของตนเอง ด้วยคติความเชื่อ การตั้งมั่นที่เปี่ยมไปด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้า ทำให้ล้านนามีประเพณีสำคัญตลอด 12 เดือน หนึ่งในนั้น ก็คือ ประเพณีใส่ขันดอก บูชาเสาอินทขีล ที่จะมีการจัดขึ้นในราว ๆ เดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาเสาอินทขีลที่อยู่คู่บ้าน คู่เมือง มาอย่างยาวนานกว่าหลายศตวรรษ เสาหลักเมืองเก่าแก่ที่หลอมรวมความศรัทธาของผู้คนหลายยุคหลายสมัยเข้าไว้ด้วยกัน และร่วมสรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า เสริมสิริมงคลให้กับตนเองตามคติความเชื่อ ที่ยึดถือมาตั้งแต่โบราณกาล สมดั่งการเป็นศูนย์กลางของมหานคร ที่ซ่อนไว้ซึ่งหมุดหมายที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของชาวล้านนา ตำนานแห่งศรัทธา…การบูชาเสาอินทขีล ประเพณีเข้าอินทขีล หรือประเพณีใส่ขันดอก เป็นการบูชาเสาหลักเมือง ที่เป็นดั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเชียงใหม่ ซึ่งมีหลักความเชื่อว่า เป็นเสาหลักที่สร้างความมั่นคง การอยู่ดีมีสุขให้คนเชียงใหม่ ดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์ และปกปักษ์รักษาบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น เสาอินทขีล คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากพิธีกรรมในอดีตสู่ความหอมหวนของมวลบุปผชาติในปัจจุบัน โดยรากเหง้าของเสาหลักเมืองนี้ มีจุดเริ่มต้นจากชนชาติเก่าแก่ ตามคำบอกเล่าของคุณแทนคุณ ภาณุเดช อาภิชัย ได้มีการให้ข้อมูลถึงแหล่งที่มาเสาอินทขีล ว่า “เสาอินทขีลนี้ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 13 : ถิ่นศรัทธา ประเพณีล้านนา : ปี๋ใหม่เมือง

“…รากเหง้าที่มันดีงาม ผมคิดว่ามนุษย์ไม่ทิ้งนะ เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนรูปแบบกันเล็กน้อย วัยก็เปลี่ยนไปเป็นรุ่น ๆ เด็กพวกนี้ถ้าอายุเยอะขึ้นมา เขาก็จะหวนนึกถึงสิ่งที่ดีงาม เขาก็จะกลับมาเหมือนเดิม…” – คุณ สนั่น ธรรมธิ – เทศกาลแห่งความชุ่มฉ่ำที่คนทั้งโลกรอคอย ภาพของการสาดน้ำ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ที่มอบให้กัน คือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการเริ่มต้นศักราชใหม่ ท่ามกลางความสนุกสนาน ภายใต้ม่านน้ำเหล่านี้ เราจะพบกับรากฐานของวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะดินแดนล้านนาแห่งนี้ ที่ไม่ได้มีแค่คำว่า สงกรานต์ แต่มีสิ่งที่เรียกว่า ประเพณีปีใหม่เมือง ที่เพิ่มความพิเศษ ไม่เหมือนใคร ซ่อนไว้ซึ่งคติความเชื่อ และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวล้านนา ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงกุศโลบายของบรรพชน ที่เลือกใช้น้ำในช่วงเวลาที่ร้อน และแล้งที่สุดของปี ไม่ใช่เพียงเพื่อแค่ดับความร้อน แต่คือสัญลักษณ์ของการชำระล้างจิตวิญญาณ “…น้ำมีคุณสมบัติในการชำระล้าง สิ่งที่มันไม่เข้าท่า เคยล่วงล้ำก้ำเกินกัน เคยทะเลาะกัน เคยไม่สบายใจ น้ำนี่แหละ สามารถเห็นเป็นรูปธรรมได้ว่าชำระล้างได้…” – คุณ สนั่น ธรรมธิ – ประเพณีที่ชูมนต์เสน่ห์แห่งความเป็นเมืองเก่า ดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือน มาสัมผัสช่วงเวลาแห่งความงดงาม และเป็นศูนย์รวมกิจกรรมของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของคนในภาคเหนือ […]

(มีคลิป) ร้อยเรื่องเมืองล้านนา 2 ตอนที่ 12 : ถิ่นล้ำค่า วิถีคนบนดอย : ดอยอินทนนท์

“…ดอยอินทนนท์คือดอยแม่ เป็นป่าแม่สูงสุด เราได้อยู่ที่นั่น เหมือนดูแลทุกอย่าง ให้ชีวิตในละแวกนั้นอยู่ได้ เพราะฉะนั้นการรักอินทนนท์ ไม่ใช่รักแค่ชื่อ แต่ต้องรักด้วยใจ เหมือนชีวิตเรา ชีวิตหนึ่ง …” – คุณ สุรสิทธิ์ ดลใจไพรวัลย์ – ภูมิประเทศของภาคเหนือ ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง ภูเขาเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ความงดงามทางธรรมชาติ แต่ได้สะท้อนถึงคติความเชื่อดั้งเดิมของชาวล้านนา ว่า ภูเขานั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบ้านเมือง เป็นเหมือนดั่งเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตเบื้องล่าง “…ทุก ๆ เมืองให้ความสำคัญกับภูเขาสูง คือเป็นแหล่งน้ำของเมือง เพื่อหล่อเลี้ยงการเกษตร ฉะนั้นภูเขามันจึงศักดิ์สิทธิ์ …” – อาจารย์ ดร. สราวุธ รูปิน – สูงสุดแห่งแดนสยาม “ดอยอินทนนท์” ดอยอินทนนท์ เป็นยอดเขาสูงที่สุดในประเทศไทย มีอายุมาก อยู่คู่เชียงใหม่มาอย่างยาวนานนับหลายร้อยปี เป็นดอยหิน เฉกเช่นเดียวกับดอยสุเทพ ดอยปุย โอบล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม นอกจากจะเป็นดอยสำคัญของเชียงใหม่แล้ว ยังถือเป็นพื้นที่ที่ทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวผูกพันกับเจ้านายฝ่ายเหนือ  เป็นสถานที่เก็บพระอัฐิส่วนหนึ่งของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ผู้รัก และทรงห่วงใยพื้นที่ป่าของภาคเหนือมาโดยตลอด ถือเป็นอนุสรณ์สถานแด่เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ แม้แต่ชื่อดอยอินทนนท์ […]

เศียร “พระแสนแซว่” พระพุทธรูปที่ถูกตะปูตึงปาก เพราะบอกหวยแม่น

ประวัติความเป็นมาของเศียรพระพุทธรูปองค์นี้ กล่าวว่า แต่เดิมพบที่วัดยางกวง (วัดร้างใกล้กับประตูเมืองเชียงใหม่) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ “พระแสนแซว่” บางครั้งเข้าใจเป็น “พระแสนแส้” หรืออาจเขียนตามภาษาพูดเป็น “แสนแซว่” หรือ “แสนแสว้” ตามศัพท์พจนานุกรมภาคเหนือใช้ “พระแสนแซว่” ในภาษาถิ่นภาคเหนือไม่มีความหมาย ส่วนคำว่า “แซว่” ตามภาษาถิ่นหมายถึง สลักหรือกลอนที่ใช้ยึด หรือเชื่อมวัสดุหลาย ๆ ชิ้นเข้าด้วยกัน การที่มีคำว่า “แสน” มาประกอบหมายถึงจำนวนนับ ดังนั้นคำว่า “แสนแซว่” จึงหมายถึงสลักหรือกลอนจำนวนเป็นแสน ๆ ซึ่งเป็นวิธีการของชาวล้านนาในการใส่จำนวนนับ เช่น หมื่น แสน ล้าน นำหน้าคำเพื่อเป็นการบอกขนาด เช่น พระเจ้าฝนแสนห่า พระเจ้าล้านทอง พระเจ้าเก้าตื้อ และพระแสนแซว่ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังใช้กับตำแหน่งผู้ปกครอง หรือทหารอีกด้วย เช่น พระเจ้าแสนเมืองมา หมื่นด้ามพร้าคด แสนหล้า เป็นต้น ด้วยเหตุที่พระแสนแซว่มีขนาดใหญ่มาก ในการหล่อจึงต้องแยกเป็นส่วนๆ แล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกันโดยใช้แซว่หรือสลักเป็นจำนวนมากนับเป็นแสนๆ จึงเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “แสนแซว่” […]

ส่องแฟชั่นหญิงล้านนาในอดีตผ่าน “ทรงผม”

ในเกือบทุก ๆ วัฒนธรรมมักให้ความหมายและความสำคัญกับเส้นผมเป็นพิเศษ ทรงผมจึงไม่ใช่เรื่องของเสน่ห์ความงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังเล่าถึงวิวัฒนาการ การแลกเปลี่ยนและรับอิทธิพลของวัฒนธรรมอื่นเข้ามากลมกลืนกับอัตลักษณ์ดั้งเดิมของตน โดยในอดีต ‘แม่ญิง’ หรือหญิงชาวล้านนามักนิยมไว้ผมยาวตั้งแต่วัยเด็กและไม่นิยมตัดผม ทำให้บางคนมีผมยาวจรดพื้น การ ‘เกล้า’ หรือ ‘มวยผม’ จึงเป็นวิธีการเก็บผมเพื่อความเรียบร้อย สวยงาม และสะดวกในการดูแลรักษาความสะอาด มวยผมของหญิงชาวล้านนาจึงมีหลายแบบ แบบเรียบง่ายที่นิยมทำกันมากสุดคือการเอาผมยาวไปขมวดพันกันเป็นมวยค่อนไปทางท้ายทอย จากนั้นใช้หวีสับหรือปิ่นปักให้มวยผมอยู่ทรง นอกจากนี้ยังมีทรงอื่น ๆ ที่นิยมทำกันได้แก่ • ‘เกล้าผมวิดว้อง’ คือการเกล้ามวยสูงกลางศีรษะ โดยดึงผมปอยหนึ่งมาทำเป็น ‘ว้อง’ (คำว่า ‘ว้อง’ ภาษาเหนือหมายถึง วงหรือห่วง) กลางมวยผมดังที่เห็นในภาพเขียนโบราณตามจิตรกรรมฝาผนังวัด เกล้าผมทรงวิดว้องของสตรีไทยลื้อ • ‘เกล้าผมอั่วซ้อง’ หรือบางพื้นที่เรียกทรง ‘บ่มจ๊อง’ คือ การนำเอาผมปลอมปอยหนึ่ง (จ๊อง-ซ๊อง) ใส่เข้าไปในมวยผมเพื่อให้มีขนาดใหญ่ขึ้น • ‘เกล้าผมอี่ปุ่น’ คือการเกล้าแบบสตรีญี่ปุ่นโบราณ เป็นทรงผมที่นิยมมากในสมัยพระราชชายาเจ้าดารารัศมี โดยเกล้าผมขึ้นโดยใช้หมอนรองโคนผมด้านหน้าเป็นกระบังยกสูงขึ้น ผมตรงท้ายทอยอาจดึงให้ตึงหรือโป่งแล้วแต่ความพอใจของผู้แต่ง เรียกว่าทรง ‘อี่ปุ่น’ ด้วยได้รับแบบแผนและต้นแบบมาจากประเทศญี่ปุ่น ต่อมาผมทรงนี้ได้รับความนิยมแพร่หลายในแวดวงสังคมชั้นสูงยุค Edwardian และแผ่อิทธิพลมาถึงราชสำนักไทยโดยภริยาทูตญี่ปุ่นในยุคสมัยนั้น ก่อนจะกลายเป็นผมทรงนิยมของแม่ญิงล้านนาบางทีเรียกว่า […]

เรียนรู้ประวัติศาสตร์เชียงใหม่ผ่าน “หอศิลปวัฒนธรรมสามกษัตริย์”

ใครที่มีโอกาสเข้าไปชมหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ บริเวณศาลากลางหลังเก่า คงต้องเกิดอาการตื่นเต้นไม่น้อย เพราะภาพที่เห็นเบื้องหน้านั้น นับเป็นมิติใหม่ของการจัดแสดงนิทรรศการที่ใช้งบประมาณลงทุนกว่าหลายล้านบาท และหากใครที่ยังไม่เคยเข้าไปสัมผัสสิ่งที่ว่านี้ ก็คงนึกเสียดายไม่น้อย    หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาแห่งอดีตอันรุ่งโรจน์ของอาณาจักรล้านนา หัวเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการค้า การปกครองของภูมิภาคตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน เพียงแห่งเดียวที่นำเสนอความเป็นมาของอดีตเมืองเชียงใหม่ได้อย่างครบถ้วน และอาจเรียกได้อีกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไฮเทคที่สุดในบรรดาพิพิธภัณฑ์ทั้งหลายที่มีอยู่ในประเทศ ตัวอาคารของหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ซึ่งดัดแปลงจากอาคารศาลากลางหลังเดิมให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของเชียงใหม่ ทุกยุคสมัยตั้งแต่เริ่มต้นการเลือกชัยภูมิสร้างเมืองของพญามังรายจ นถึงยุคหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยอาคารศาลากลางเชียงใหม่หลังเก่านี้ เป็นอาคารที่มีความงดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2468 ครั้งนี้เคยเป็นศาลาว่าการรัฐบาลมณฑลพายัพ และเป็นศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ดังนั้นคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ของอาคารหลังนี้คงไม่ต้องพูดถึง ความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ของอาคารพิพิธภัณฑ์หลังนี้ ประการหนึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์กลางของการบริหารนครแล้ว บริเวณที่ตั้งของอาคารยังตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกกันว่า “กลางเวียง” ในปัจจุบันหรือ “สะดือเมือง” ในอดีต ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของเสาอินทขิลหรือเสาหลักเมืองมาก่อนที่จะย้ายเสาไปไว้ที่วัดเจดีย์หลวง นอกจากนั้นที่บริเวณนี้ในอดีตยังเป็นที่ตั้งของหอคำและที่ทำการค้าสนามหลวง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรล้านนา หลังจากที่หน่วยงานราชการต่าง ๆ ได้ย้ายไปอยู่อาคารศาลากลางหลังใหม่ บริเวณถนนโชตนาทางไปอำเภอริม เมื่อปี พ.ศ. 2539 แล้ว ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกับองค์กรภาคเอกชน ได้ทำการปรับปรุงจัดตั้งเป็นหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าด้านประวัติศาสตร์และเป็นแหล่งข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมประเพณีของเมืองเชียงใหม่ นอกจากนั้นเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในเขตเมืองเก่าที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ การดำเนินการปรับปรุงอาคารหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ได้ดำเนินงานปรับปรุงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 โดยได้รับการสนับสนุนจากทางจังหวัดเชียงใหม่ […]

ไขข้อสงสัย เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ทำไมห้ามผู้หญิงเข้า?

เชื่อว่าหลายท่านคงสงสัย โดยเฉพาะผู้หญิงในการไปเที่ยวชมวัดวาอารามหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มักมีป้ายประกาศไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าด้านใน หลายท่านคงตั้งคำถามว่า ทำไมผู้หญิงถึงเข้าไม่ได้ แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถเข้าไปได้ ผู้เขียนก็เป็นอีกคนที่สงสัย จึงอยากจะนำความรู้ที่ได้ศึกษามาบอกต่อให้ทุกท่าน นมติพุทธศาสนา ท่านอธิบายไว้ว่า พระภิกษุไม่สามารถถูกเนื้อต้องตัวสตรีได้ เพราะถือเป็นเพศที่มีความน่าพิศมัย ซึ่งอาจนำไปสู่การผิดศีลได้ ดังนั้นอุโบสถทางภาคเหนือหรือภาคอีสาน ลาว พม่า หลายแห่งจึงขีดเส้นห้ามไว้เพื่อไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปใกล้ได้ แต่กรณีของพระธาตุนั้นอธิบายได้ยากกว่า เพราะดูเหมือนว่าองค์พระบรมสารีริกธาตุนั้น น่าจะถูกบรรจุไว้ในองค์เรือนพระธาตุซึ่งอยู่สูงลิบลิ่ว ซึ่งไม่น่าจะห้ามไม่ให้ผู้หญิงเดินทักษิณาวรรตใกล้ๆ องค์พระธาตุ แต่จากตำนานพระเจ้าเลียบโลกระบุไว้หลายฉบับว่า พระบรมสารี ริกธาตุในภาคเหนือองค์สำคัญๆ  เช่น พระธาตุหริภุญไชย พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุดอยตุง ส่วนใหญ่จะฝังไว้ใต้พื้นดิน มิได้อัญเชิญขึ้นสู่องค์เรือนพระุธาตุ ตามลักษณะภายนอกที่มาห่มคลุมทีหลัง ฉะนั้นจึงไม่ควรที่จะให้ใครมายืนใกล้ๆ กับฐานเจดีย์ อย่างไรก็ตาม ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานในมุมมองทางศาสนา อาจจะเป็นเรื่องไม่ได้แน่นอน ในมิติด้านไสยศาสตร์ มีความเชื่อว่า “ระดู” ของผู้หญิงนั้นสามารถทำลายมนต์หรือคาถาอาคมได้ โดยสามารถเล่าย้อนกลับไปถึงเมื่อเกือบ 1,400 ปีก่อน ในยุคสมัยของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตรีย์ของเมืองหริภุญไชย ลำพูนในปัจจุบัน  ที่ได้ใช้เลือดประจำเดือนป้ายชายผ้าซิ่น แล้วนำไปตัดเย็บเป็นมาลาให้กับ ขุนหลวงวิลังคะ ผู้ซึ่งอาสามารบเดิมพันรักจากพระนาง ด้วยการพุ่งหอกจากดอยปุยให้มาตกกลางเมืองลำพูน 3 ครั้ง หากสำเร็จพระนางจามเทวีจะต้องยินยอมเป็นชายาของขุนหลวงวิลังคะ  […]

วัดพม่าบนถนนท่าแพเชียงใหม่

ย่านท่าแพเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาตั้งแต่อดีต เดิมเมื่อประมาณ 100 ปีมาแล้ว บริเวณสองฟากของถนนท่าแพนี้เป็นย่านร้านค้าและที่อยู่อาศัยของชาวพม่าและชาวต่องสู้ ในสมัยต่อมาย่านนี้ได้กลายเป็นย่านพ่อค้าชาวจีนตลอดสาย ปัจจุบันเป็นถนนสายสำคัญในด้านการท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ มีสถาปัตยกรรม เพื่อการพาณิชยกรรมที่สวยงามหลายหลัง เช่น ร้านทิพเสถียรพาณิชย์ ห้างกิติพันธ์พาณิชย์ (เดิม) บ้านท่าแพและร้านชาระมิงค์ ข้างคลองแม่ข่า เป็นกลุ่มอาคารเก่าแก่ประมาณ 60- 80 ปี เป็นอาคารไม้ฉลุลวดลายขนมปังขิง ร้านรัตนผล อาคารสถาปัตยกรรมแบบยุโรป มีลวดลายปูนปั้น รวมทั้งร้านค้าแบบไม้สองชั้นเก่าแก่สองข้างถนนท่าแพที่ยังเปิดทำการแก่นักท่องเที่ยว นอกจากนั้นบริเวณถนนท่าแพยังมีวัดพม่าที่สร้างขึ้นมาเมื่อหลายร้อยปีจำนวนหลายวัด ซึ่งวัดเหล่านี้มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจและมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เริ่มตั้งแต่ พุทธสถาน เดิมเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของวัดอุปคุต (พม่า) ต่อมาได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิพุทธสถาน เชียงใหม่ในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2501 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่หลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนาโดยวิธีปาฐกถา ธรรมเทศนา ธรรมสากัจฉา ปุจฉาวิสัชนาและอื่น ๆ ที่เหมาะสม เผยแพร่วิทยาการอื่น ๆ เป็นสถานที่ในการทำกิจกรรมทางพุทธศาสนาและกิจกรรมอื่นๆ ของเมืองวัดอุปคุต หลวงอนุสารสุนทร (ซุ่นฮี้) และแม่นายคำเที่ยง ชุติมา เป็นผู้สร้าง สถาปัตยกรรมประกอบด้วย วิหารแบบล้านนา ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ […]

สะพานนวรัฐ-สะพานขัวเหล็ก เมืองเชียงใหม่

สะพานไม้ข้ามน้ำปิงแห่งแรก คนต่างถิ่นทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาเยือนเมืองเชียงใหม่ คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของสะพานนวรัฐ เพราะถือว่าเป็นสะพานสำคัญในการข้ามแม่น้ำปิงระหว่างฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตก หากแหล่งท่องเที่ยวในเชียงใหม่ที่ขึ้นชื่อนอกจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระสิงห์ ไนท์บาร์ซ่าและประตูท่าแพแล้ว ชื่อของสะพานนวรัฐก็รวมอยู่ในสิ่งที่นักท่องเที่ยวรู้จักในฐานะของสะพานข้ามแม่น้ำปิง ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ อันเลื่องชื่อระบือไกล สะพานนวรัฐ ที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นเจอเนอเรชั่นที่ 3 หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าสร้างขึ้นมาถึง 3 ยุคแล้ว สะพานนวรัฐอันแรกนั้น สร้างขึ้นมาในสมัยที่เมืองเชียงใหม่ยังใช้การคมนาคมทางน้ำ โดยอาศัยเรือหางแมงป่องบรรทุกสินค้าและคนโดยสารติดต่อธุรกิจ และการค้าขายกับหัวเมืองทางภาคกลางรวมถึงกรุงเทพมหานคร เมื่อยังไม่มีถนนหนทางติดต่อระหว่างเมืองใหญ่ ๆ และยังไม่ได้สร้างทางรถไฟขึ้นมาถึงภาคเหนือ เพราะเรือหางแมงป่องนี้สามารถบรรทุกสินค้าได้มากกว่าการขนส่งทางบก ซึ่งอาศัยวัวต่าง ม้าต่างบรรทุกของ สะพานอันแรกสร้างขึ้นด้วยไม้สักล้วน (ประมาณปี พ.ศ.2440 – 2450) เป็นสะพานแบบคานยื่น วิศวกรชาวอิตาเลียนชื่อ เคานต์ โรเบอร์ตี้ เป็นผู้ออกแบบและก่อสร้าง สร้างบนตอม่อไม้สัก 6 ตอม่อด้วยกัน โครงส่วนบนสร้างด้วยไม้สักล้วนทำเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมมีอยู่ 5 ช่วง เคานต์ โรเบอร์ตี้ ผู้นี้ยังเป็นผู้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำวังที่จังหวัดลำปาง ก่อนที่จะสร้างสะพานรัชฎาภิเษกขึ้นมาอีกด้วย สะพานนวรัฐอันแรกนี้ไม่ใช่สะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกของเชียงใหม่ สะพานที่ใช้สำหรับข้ามแม่น้ำปิงอันแรกของเชียงใหม่ คือสะพานข้ามแม่น้ำปิงหน้าวัดเกตุการาม หรือ “ขัวเก่า” สร้างโดย ดร.มาเรียน […]

คนเมืองยอง ย้ายถิ่นฐาน 215 ปี จากพม่า สู่ลำพูน

ยอง หรือไทยอง เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มคน ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองยอง และกระจายอยู่ทั่วไปในแถบเมืองต่าง ๆ ในรัฐฉาน ด้านตะวันออกของเมียนมา เมื่อ พ.ศ. 2348 กลุ่มชาวยองได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองลำพูน ด้วยสาเหตุของสงคราม การรวบรวมกำลังคน ต่อมาได้กระจายอยู่ในเมืองต่าง ๆ ของล้านนา เมืองยอง เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ตำนานมายาวนาน เริ่มขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 โดยเริ่มจากการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มคนพื้นเมือง ได้แก่ พวกลัวะ ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 19 มีกลุ่มคนไทจากเมืองเชียงรุ้ง นำโดย เจ้าสุนันทะ โอรสของเจ้าเมืองเชียงรุ้ง ได้พาบริวารเข้ามามีอำนาจปกครองเมืองยองเหนือคนพื้นเมือง ได้ผสมผสานระบบความเชื่อ และพิธีกรรมที่มีอยู่เดิมกับพุทธศาสนาที่เข้ามาภายหลัง นอกจากนั้น ยังได้สร้างความสัมพันธ์กับคนพื้นเมือง จากความสัมพันธ์ดังกล่าว คนเมืองยอง จึงสืบเชื้อสายมาจากผู้คนที่อพยพมาจากเมืองเชียงรุ้ง และเมืองอื่นในสิบสองปันนา ซึ่งเป็นชนชาวไทลื้อ และเมื่ออพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองลำพูน คนทั่วไปจึงเรียกว่า “คนเมืองยอง” เช่นเดียวกันกับ คนเมืองเชียงใหม่ คนเมืองลำปาง คนเมืองเชียงตุง เป็นต้น กระทั่งเรียกให้สั้นเหลือเพียง “คนยอง” การตั้งถิ่นฐานของชาวยองในลำพูน ในระหว่างปี พ.ศ. 2325-2347 ก่อนการตั้งเมืองลำพูน พระเจ้ากาวิละยังไม่ได้แต่งตั้งให้ผู้ใดเป็นเจ้าเมืองลำพูน ด้านการปกครองยังมีสภาพเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ […]

“กาดหลวงเชียงใหม่” ตลาดที่เคยได้รับการกล่าวว่าทันสมัยที่สุดในประเทศ

การค้าขายของคนเมืองเชียงใหม่เริ่มต้นมีมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่พญามังรายทรงเข้ายึดครองนครหริภุญชัย ก็เพื่อสาเหตุต้องการขยายพระราชอำนาจควบคุมการค้าที่มั่งคั่งของอาณาจักรหริภุญชัย ที่เวลานั้นเป็นชุมทางการค้าที่สำคัญสามารถเชื่อมโยงกิจกรรมทางการค้ากับเมืองต่าง ๆ ได้รอบ เช่นกับเมืองฝาง เมืองเชียงแสน และเมืองท่าทางใต้เช่นอโยธยา ดังปรากฏหลักฐานในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ที่กล่าวถึงพญามังรายได้ซักถามพ่อค้าที่ขึ้นไปค้าขายกับเมืองฝางเกี่ยวกับสภาพของหริภุญไชย ซึ่งได้รับคำตอบว่า หริภุญไชยมีความสงบรุ่งเรืองดี “พ่อค้าทางบก ทางน้ำเทียวมาค้าชุเมือง” นอกจากนี้เมื่อพญามังรายมาสร้างเวียงกุมกาม พระองค์ก็ทรงสร้างตลาดขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำปิง เช่นเดียวกับเมื่อสร้างเวียงเชียงใหม่ ก็ทรงเลือกชัยภูมิสำหรับสร้างศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนาตอนบน เส้นทางการค้าที่สำคัญก็คือ แม่น้ำปิง ดังนั้นเมืองเชียงใหม่จึงกลายเป็นศูนย์กลางการค้าของภูมิภาค การค้าของคนเชียงใหม่ เป็นการแลกเปลี่ยนผลิตผลระหว่างชุมชนต่าง ๆ โดยมี “ตลาด” เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนสินค้า นอกจากนี้ในเวียงเชียงใหม่ยังมีกลุ่มพ่อค้าเงี้ยว พ่อค้าฮ่อจากยูนนาน พ่อค้าชาวลาวจากล้านช้างเข้ามาค้าขายอีกด้วย กาด หรือ ตลาดมีหลายประเภท ในอดีตที่ผ่านมา มีทั้งกาดเช้า กาด แลง กาดเลิง กาดวัว รวมถึงกาดหมั้ว กาดเช้าก็คือ ตลาดนัดที่พ่อค้าแม่ค้านำข้าวของเช่น อาหาร เนื้อสัตว์ พืชผักมาขายเฉพาะในเวลาเช้ามืดเท่านั้นซึ่งปัจจุบันตามหมู่บ้านในชนบทยังมีปรากฏอยู่ ส่วน กาดแลง ก็คือตลาดนัดที่ขายของตั้งแต่บ่ายจนถึงเย็น แต่ถ้าพ่อค้าแม่ค้านำของมาขายตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นจะเรียกว่า กาดเลิง ส่วนกาดวัว นั้นถือว่าเป็นกาดนัดที่อาจจะจัดขึ้นเดือนละครั้งหรืออาทิตย์ละครั้ง ส่วนใหญ่ของที่นำมาขายจะเป็นเครื่องใช้ในการเกษตร รวมถึงวัวควาย ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงนิยมเรียกว่า […]

“หนังสือพิมพ์คนเมือง” หนังสือพิมพ์รายวันฉบับแรกในเชียงใหม่

ย้อนหลังกลับไปเมื่อราว 50 ปีที่แล้ว กระแสของการเรียกร้องให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่ภาคเหนือกลายเป็นข่าวครึกโครมในสมัยนั้น และเชื่อว่าพี่น้องชาวเชียงใหม่ทุกคนยังคงจดจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้เป็นอย่างดี เบื้องหลังของการเรียกร้องนั้น หนังสือพิมพ์คนเมืองได้มีส่วนสำคัญอย่างมากในการกระตุ้นเรียกร้องให้ประชาชนชาวเชียงใหม่เห็นความสำคัญของการจัดตั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งจะว่าไปแล้วหนังสือพิมพ์คนเมืองในยุคนั้นถือได้ว่าเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเชียงใหม่ที่มีบทบาทต่อการพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง หนังสือพิมพ์คนเมือง เกิดขึ้นจากกลุ่มนักหนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้านำโดยนายสงัด บรรจงศิลป์ ซึ่งได้ชักชวนเพื่อนฝูงเข้ามาร่วมทุนเพื่อออกหนังสือพิมพ์ของชาวเชียงใหม่ใช้ชื่อว่า “หนังสือพิมพ์คนเมือง” โดยครั้งแรกก่อตั้งเป็นบริษัทชื่อลานนาการพิมพ์ ประกอบด้วยคณะกรรมการคือ สุจิตต์ เกื้อวงศ์ นายแพทย์อุทัย สนธินันทน์ นิกร ทองเจิม อ.ไกรศรี นิมมานเหมินท์และสงัด บรรจงศิลป์ หนังสือพิมพ์คนเมืองออกวางแผงเป็นครั้งแรกในเชียงใหม่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2496 ซึ่งได้รับการต้อนรับจากกลุ่มผู้อ่านเป็นจำนวนมาก การเสนอข่าวสารของหนังสือพิมพ์คนเมืองในสมัยนั้นส่วนใหญ่จะเน้นการเสนอข่าวประเภทการเมือง สังคม เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ สมัยนั้นหนังสือพิมพ์คนเมืองมีจำนวนพนักงานที่ทำงานทั้งสิ้นประมาณ 40 คน โดยพิมพ์หนังสือพิมพ์ออกจำหน่ายแบบรายสะดวก ต่อมาก็ได้พัฒนามาเป็นหนังสือพิมพ์รายวันฉบับแรกของเชียงใหม่ นอกจากนี้หนังสือพิมพ์คนเมืองยังได้จัดพิมพ์วารสารฉบับพิเศษออกในช่วงเดือนเมษายนของทุกปีเรียกว่า “ฉบับดำหัว” และได้พัฒนามาเป็นวารสารรายเดือนฉบับแรกของเชียงใหม่อีกเช่นกัน โดยวางแผงเมื่อเดือนกรกฏาคม 2497 ซึ่งนับจากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 64 ปีมาแล้ว กระแสการอ่านหนังสือพิมพ์ของคนเชียงใหม่ต่อหนังสือพิมพ์คนเมืองมีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากที่พิมพ์จำหน่ายครั้งแรกเพียงไม่กี่ร้อยฉบับ จนเวลาต่อมาหนังสือพิมพ์คนเมืองก็ได้เพิ่มยอดพิมพ์เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 15,000 ฉบับ ซึ่งถือได้ว่าสูงที่สุดในบรรดาหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นยุคนั้น ด้วยสำนึกที่เป็นสื่อมวลชนของท้องถิ่น นอกจากการเป็นตัวแทนในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนชาวเชียงใหม่และภาคเหนือแล้ว สิ่งหนึ่งที่หนังสือพิมพ์คนเมืองได้ทุ่มเทกำลังและถือเป็นความภูมิใจของคนหนังสือพิมพ์สมัยนั้นก็คือ […]

ศาลาธรรม สถานที่สำคัญ มช.

เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำเสนอเรื่องราวของ ศาลาธรรม สถานที่สำคัญ ของเราชาว มช. ศาลาธรรมเป็นอาคาร 2 ชั้น ทรงไทย ตั้งอยู่ด้านหน้ามหาวิทยาลัย ตัวอาคารประกอบด้วยห้องโถงกว้าง12 เมตร ยาว 20 เมตร สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2507 ต่อมาได้มีการต่อเติมตัวอาคารด้านหลังและทำซุ้มเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย ในระยะแรกศาลาธรรมเป็นสถานที่จัดพิธีไหว้ครู ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อศาลาอ่างแก้วสร้างเสร็จ จึงได้ประกอบพิธีพระราชทานปริญญาบัตร และพิธีไหว้ครู ณ ศาลาอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยจึงใช้ศาลาธรรม เป็นสถานที่เปลี่ยนฉลองพระองค์ และประทับพักพระอิริยาบถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและ พระบรมวงศานุวงศ์ในคราวเสด็จ พระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งเหล่าคณาจารย์ ข้าราชการ และนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็จะมาเฝ้ารอรับเสด็จ ณ สถานที่แห่งนี้ ต่อมาเมื่อหอประชุมมหาวิทยาลัยสร้างเสร็จ จึงได้ย้ายสถานที่พระราชทานปริญญาบัตรและพิธีไหว้ครูไปยังหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยจึงได้ใช้ศาลาธรรม เป็นสถานที่จัดงานสำคัญๆของมหาวิทยาลัยในบางโอกาส เช่น การจัดงานแสดงความยินดี และงานเลี้ยงรับรองผู้มีเกียรติของมหาวิทยาลัย เป็นต้นคำโปรย : ที่เรียกศาลาธรรมเพราะมีการอาราธนาเจ้าคุณวินัย และพระสงฆ์รูปอื่นๆมาสนทนาธรรมกันที่นี่credit: http://library.cmu.ac.th/pinmala/place.php

สืบชะตาหลวง “พระครูบาบุญชุ่ม”

เชียงใหม่นิวส์ – ร้อยเรื่องเมืองล้านนา นำเสนอ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ สืบชะตาหลวง อายุวัฒนมงคล “พระครูบาบุญชุ่ม” ครบรอบ 59 ปี 39 พรรษา” มูลนิธิดอยเวียงแก้ว พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ และ ททท.สำนักงานเชียงราย-พะเยา ขอเชิญทุกท่านร่วมงานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สืบชะตาหลวง อายุวัฒนมงคล “พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ ครบรอบ 59 ปี 39 พรรษา” ระหว่างวันที่ 7-9 มกราคม 2566 ณ วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และ ขอเชิญชวนกัลยาณมิตรทุกท่านได้ร่วมบุญกันตามกำลังศรัทธา ท่านใดประสงค์จะร่วมบุญบารมี ในครั้งนี้ หากไม่สะดวกมาร่วมด้วยตนเอง สามารถร่วมบุญได้ที่ 🔴บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขา แม่สาย เลขที่ 049-1-58674-5ชื่อบัญชี มูลนิธิดอยเวียงแก้ว 🟡แจ้งหลักฐานการโอน ไอดีไลน์ : renukar […]

“ม่อนจ๊อกป๊อก” พระตำหนักเจ้าดารารัศมีที่โลกลืม

จากภาพเก่าในอดีตเมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา ณ ศาลาพระราชชายา ที่เชิงบันไดทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อ.เมืองเชียงใหม่ เกี่ยวกับภาพเรื่องราวของ ” พระตำหนักม่อนจ๊อกป๊อก ” ของ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่ง จากประวัติ “พระตำหนักม่อนจ๊อกป๊อก”ตำหนักพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ เป็นพระตำหนักไม้สักโปร่งขนาดใหญ่ ในขณะที่พระองค์ทรงริเริ่มและสนับสนุนการปลูกกุหลาบทั่วนครเชียงใหม่ และหัวเมืองใกล้เคียง ภายหลังทรงพบกุหลาบขนาดใหญ่พันธุ์หนึ่ง ซึ่งมีสีชมพูระเรื่อ ส่งกลิ่นหอมตลอดเวลา ทำให้ทรงหวนระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสวามีที่เสด็จสวรรคตไปแล้ว จึงทรงพระราชทานนามกุหลาบสีชมพูกลิ่นหอมพันธุ์นี้ ถวายแด่พระราชสวามี ว่า ”จุฬาลงกรณ์” ทรงเพาะพันธุ์ปลูก กุหลาบจุฬาลงกรณ์ ในแปลงเพาะพันธุ์บนพระตำหนักม่อนจ็อกป็อก บนดอยสุเทพ ซึ่งมีอากาศเย็นทั้งปี อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ออกประทับรับรอง พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ ในพระบรมราชจักรีวงศ์หลายพระองค์ด้วย พระตำหนักม่อนจ๊อกป๊อก ที่โลกลืม แม้แต่ชาวเชียงใหม่น้อยคนนักที่จะรู้จักสถานที่แห่งนี้ เมื่อเดินทางไปตามถนนดอยสุเทพ ผ่านโค้งขุนกัน หรือ โค้งกันชนะนันท์ เลี้ยวซ้ายที่ป้อม อปพร.เข้าไป ก่อนจะถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ประมาณ 200 เมตร ขึ้นไปเป็นทางลาดชันประมาณ 300 […]

1 … 21 22 23 24 25 … 43