บินตรงสู่เกาหลีใต้ จากเชียงใหม่ – อินซอน โดยสายการบิน Business Air

กลุ่มเซ็นเตอร์ โคเรีย โดยบริษัท นอร์ทเกท ฮอลิเดย์ จำกัด และบริษัท แฮปปี้เวิร์ล ฮอลิเดย์ จำกัด 2 บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายวศิน สุขมากสิน ผู้ประสานงานกลุ่มเซ็นเตอร์ โคเรีย ได้เชิญคณะสื่อมวลชนฯ ร่วมเดินทางกว่า 30 ท่าน ในเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ สู่สนามบินนานาชาติอินซอน ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 14 – 18 กรกฎาคม 2556 ( 5 วัน 3 คืน )โดยสายการบิน Business Air  เครื่องลำใหญ่ 270 ที่นั่ง

นายวศิน สุขมากสิน ผู้ประสานงานกลุ่มเซ็นเตอร์ โคเรีย กล่าวว่า กลุ่มเซ็นเตอร์ โคเรีย เป็นบริษัทใหญ่ที่มีบริษัทย่อยๆอีก 4 บริษัท อันประกอบด้วย บริษัท สไมล์ลิ่ง ออริเดย์ กรุ๊ป จำกัด , บริษัท โมเดิร์นพลัส แทรเวิล จำกัด , บริษัท เซเว่น ฮอลิเดย์ ดอทคอม จำกัด , บริษัท ไอเลิฟ ฮอลิเดย์ จำกัด และกล่าวเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คณะสื่อมวลชนร่วมเดินทางในเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ซึ่งตนและไกด์พร้อมที่จะให้ข้อมูลและเชิญร่วมสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวประเทศเกาหลีจริงๆ คาดหวังว่านักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง ที่สนใจจะบินไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปกรุงเทพฯและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ท่านสามารถบินตรงจากเชียงใหม่ สู่ อินซอน ในราคาพิเศษได้เลยที่ กลุ่มเซ็นเตอร์ โคเรีย

การเดินทางครั้งนี้ ทุกคนพร้อมกัน ณ สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ วันที่ 14 ก.ค. 56 เวลา 22.00 น. ประตูที่ 8 มีเจ้าหน้าที่บริษัท นอร์ทเกท ฮอลิเดย์ จำกัด และบริษัท แฮปปี้เวิร์ล ฮอลิเดย์ จำกัด ค่อยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวก และบริการCHECK – IN สิ่งที่ขาดไม่ได้คือพาสปอร์ต (สำคัญมาก) และเดี๋ยวนี้ไม่ต้องทำวีซ่าให้เสียเวลาก็สามารถเที่ยวได้ค่ะ ….เมื่อถึงเวลา 00.01 น.สายการบิน Business Air (8B 892) พร้อมบินสู่สนามบินนานาชาติอินซอน ถึง เวลา 07.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงก็ถึง เจ้าหน้าที่แจ้งให้คณะสื่อมวลชน ปรับเวลานาฬิกาไวกว่าประเทศ 2 ชั่วโมงส่วนเวลาที่เรามาถึงที่บ้านยังหลับปุ๋ย!อยู่เลยค่ะ 05.00 น.

ในที่สุดก็ถึงแล้ว….เกาหลี!!! สำหรับการมาเยือนประเทศเกาหลีครั้งนี้ เป็นช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือน มิ.ย. – ก.ย. อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 24 – 29 องศา ได้สัมผัสกับพายุฝนเล็กน้อยค่ะ แต่ถ้าใครจะมาฤดูหนาวแนะนำมาช่วง พ.ย. – -ก.พ. ราคาทริปอาจจะสูงนิดหน่อยแต่รับรองไม่ผิดหวัง …เมื่อผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว มีไกด์ท้องถิ่นคอยต้อนรับ (ไกด์มอสและผู้ช่วยไกด์น้องจอร์จนี่และเจ้าหน้าที่ขับรถบัสคุณคิมสนิม)

วันแรกและสถานที่แรก ที่คณะเราไปเยือนคือ ชมบรรยากาศหมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศส La Provence Village ชมสีสันบ้านเรือนที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองโพรวองซ์ในฝรั่งเศษ ระบายสีลูกกวาดหวานๆ สีสันสดใส ทำให้ท่านรู้สึกเหมือนได้สัมผัสประเทศฝรั่งเศสจริงๆ ใกล้เที่ยงไกด์พาไปชิมรสชาติกิมจิเป็นเมนูแรก ณ ภัตตาคาร ชาบู ชาบู (สุกี้สไตล์เกาหลีบนหม้อไฟร้อนๆ) ประกอบด้วยหมูสไลด์และผักสด พร้อมข้าวสวยร้อนๆและเครื่องเคียงหลากชนิด และจากนั้นนำเราช้อปปิ้ง Paju Premium Outlet  เป็นแหล่งช้อปปิ้งแหล่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ซึ่งมีร้านค้ามากกว่า 165 ร้านค้า จาก Brand Name ดังมากมาย แต่ก็ทำให้เราละลายเงินวอนไปได้นิดหน่อยค่ะ จากนั้นไปชมภาพ TRICK EYE MUSEUM 3D GALLERY งานศิลปะแห่งภาพ

แนวคิดรูปแบบใหม่เพื่อการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และจิตนาการของการสร้างภาพโดยใช้เทคนิคพิเศษจากภาพ3มิติ  จากนั้นนำ ชมบลูเฮาส์ ทำเนียบของประธานาธิบดี (ระหว่างรถแล่นห้ามถ่ายภาพหรือวีดีโอใดๆทั้งสิ้น) แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ อนุสาวรีย์นกฟีนิกซ์สัญญาลักษณ์ความเป็นอมตะและชมทิวทัศนียภาพอันงดงามของภูเขารูปหัวมังกรและวงเวียนน้ำพุซึ้งนับเป็นจุดที่มีฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดของกรุงโซล จากนั้นเข้า ชมพิพิธพัณฑ์พื้นบ้าน ไกด์มอสเล่าประวัติความเป็นมาของคนเกาหลีตั้งแต่ยุคโบราณผ่านทางห้องแสดงหุ่นจำลอง ชมพระราชวังเคียงบ็อค ซึ่งเป็นพระราชวังไม้โบราณที่เก่าแก่ที่สุดสร้างขึ้นในค.ศ. 1394 หรือในอดีตกว่า 600 ปีก่อน ภายในเดิมพระราชวังแห่งนี้มีทั้งหมด 200 กว่าหลัง

แต่ได้ถูกทำลายไปมากในสมัยที่ญี่ปุ่นเข้ามาบุกยึดครองทั้งยังเคยเป็นศูนย์บัญชาการทางการทหารและเป็นที่ประทับของกษัตริย์ ปัจจุบันได้สร้างหมู่พระที่นั่งที่เคยถูกทำลายขึ้นมาใหม่ในตำแหน่งเดิมบางส่วน  ที่เหลือไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ก็จะทำการล้อมรั้วไว้ และถ่ายภาพคู่กับพลับพรากลางน้ำ เคียงเฮวรู ที่ซึ่งเคยเป็นท้องพระโรงออกงานสโมสรสันนิบาตต่างๆ สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

มื้อเย็นไกด์มอส พาไปทานอาหารมื้อเย็น ณ ภัตตาคาร หมูย่างเกาหลี หรือ คาลบี้  (Gal Bi)  เป็นอาหารพื้นเมืองเกาหลีที่เลื่อนชื่อและรู้จักกันดีทั่วโลก มีรสชาติกลมกล่อมโดยนำหมูส่วนที่ติดกับกระดูกไปย่างบนเตาถ่านแบบดั่งเดิม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ เครื่องเคียงหลากหลาย น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวและน้ำซุปสาหร่าย รับประทานพร้อมผักคล้ายเมี่ยงคำบ้านเรา หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ที่พักสำหรับคืนนี้ที่ Win Hotel  อยู่ชานเมืองกรุงโชล ห้องพักสะอาด พร้อมบริการทุกอย่าง อินเตอร์เน็ตแรงทุกชั้น

วันที่สอง …อัน-ยอง-ฮา-เซ-โย…เป็นคำทักทาย ที่คณะเราต้องทักทายให้ติดปาก ไม่ว่าจะทักชาวเกาหลี เจ้าหน้าที่ขับรถ หรือทักทายกันเอง เป็นที่สนุกสนานกันเลยทีเดียว สำหรับเช้านี้ไกด์พาไปชมสตูดิโอ ละครดังที่ชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี นั้นก็คือละคร แดจังกึม สถานที่ถ่ายทำ กลายเป็นที่เก็บภาพของคณะเราอย่างสนุกสนาน …ต่อจากนั้นต้องแวะนมัสการ วัดวาวูจองซา เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศเกาหลี ตั้งอยู่ในเมืองยงอิน จังหวัดคยองกีโด เป็นวัดที่มีเศียรพระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้ความสูง 8 เมตรประดิษฐานอยู่บนกองหิน และในโบสถ์ก็ยังมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์แกะด้วยไม้สนที่นำมาจากประเทศอินโดนีเซียสูง 3 เมตรยาว 12 เมตร ให้ทุกคนได้ไปสักการะอีกด้วย  ส่วนมากคนไทยจะนิยมไปมากที่สุด และวัดวาวูจองซา เป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายพระพุทธรูปให้ แต่ไม่สามารถเข้าชมได้  นอนจะมีเทศกาลเท่านั้น หลังจากนั้นห่างกันไม่ไกลมาหนัก คณะเราได้แวะไปเรียนทำกิมจิกันก่อน ที่ Kimji School ชมวิธีการทำกิมจิ และทุกท่านได้ทดลองทำกิมจิด้วยตนเอง กิมจิเป็นผักดอกที่สามารถเก็บได้นานที่สุดและเป็นอาหารที่ขึ้นโต๊ะชาวเกาหลีทุกมื้อ เมื่อทำกิมจิก็ต้องแปลงกายเป็นชาวเกาหลี ด้วยชุด ฮันบก พร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

หลังจากพักเที่ยง เราก็ลุยกันต่อที่สวนสนุก เอเวอร์แลนด์( Everland ) สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มีเครื่องเล่นมากมายให้สัมผัส จนคณะเราต่างแยกย้ายกันไปเล่นสนุกจนลืมอายุเลยทีเดียวค่ะ พูดแล้วจะขำ ต้องเชิญมาสัมผัสกันเองที่ เอเวอร์แลนด์  หลังเล่นกันอย่างสนุกสนานแล้ว อาหารมื้อเย็นที่ทางเจ้าหน้าที่สั่งรอไว้แล้ว เป็นเมนูพิเศษที่อยากให้คณะเราลิ้มลอง นั้นก็คือ ไก่ตุ๋นโสม (ซัมเกเยท้ง) เป็นอาหารบำรุงสุขภาพต้นตำหรับชาววัง เสิร์ฟในหม้อดินท่ามกลางน้ำซุปที่กำลังร้อนๆ กว่าจะมาเป็นไก่ตุ๋นโสม คัดไก่ตัวกำลังเหมาะ ควักเครื่องในออกจนหมดแล้ว นำเครื่องยาจีน อาทิ เกาลัด , เกาอี้ , พุทราจีนและรากโสมพร้อมด้วยข้าวเหนียวใส่ลงไปในตัวไก่แล้วฝากการตุ๋นจนได้ที่ เนื้อไก่ล่อน ทานกับเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบเกาหลี เกลือ และพริกไทยป่น หลังจากทานกันอิ่มก็ไปนั่ง ชมโชว์สุดดังแดนเกาหลี FANTA STICK SHOW สุดยอดการแสดงที่ผสมผสานศิลปะการแสดงอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ฟรุต , ไวโอลิน , ซอ และกายกรรมกับศิลปะร่วมสมัย ชมแล้วคุณจะชื่นชอบและตื่นเต้นมากทีเดียว สำหรับที่พักคืนนี้เราพักในเมืองกรุงโซลค่ะ ที่ River Park  Hotel ต้องพัก 2 คืน

วันที่สาม …อัน-ยอง-ฮา-เซ-โย…พูดกันติดปากทั้งคณะแล้วค่ะ สำหรับเช้านี้เราได้ไป ชมศูนย์โสม ที่ดูแลโดยรัฐบาลเกาหลี เราได้รับรู้เรื่องโสมตั้งแต่การปลูกและอายุที่ควรนำมาทาน โสมที่ดีต้องมีอายุ 6 ปี จากนั้นแวะชมโรงงานทำสาหร่ายและความเป็นมา ที่ นิทรรศการสาหร่ายทะเลโซงฮัก ตั้งแต่การเก็บสาหร่าย กระบวนการทำ จนการแพ็คสินค้า ซึ่งมีสาหร่ายทะเล 2 ชนิดที่นำมาแปรรูป มีหลายรสชาติให้เราได้ชิมและซื้อฝากที่บ้านกันคนละหลายแพ็คเลยค่ะ  ใกล้เที่ยงแล้ว มีเมนูทีเด็ดรอเราอยู่ ถ้ามาเกาหลีต้องกิน ข้าวยำเกาหลี Bibim Bop (บิบิมบับ) เป็นเมนูที่คนไทยรู้จักกันดี เสิร์ฟพร้อมซุปทะเลหม้อไฟ เป็นอาหารที่ชาวเกาหลีนิยมทานกันมากที่สุด เนื่องจากเป็นชื่อมงคลเหมาะกับการรับประทาน ทานเสร็จเราก็จะขึ้นเขาไปตามรอยหนังไทย สไตล์เกาหลี ที่เขานัมซัน เป็นที่ตั้ง Seoul Tower  พิเศษ!! คณะเราได้กุญแจเพื่อนำไปคล้อง  ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าใครได้มาคล้องกุญแจที่หอคอยนัมซานและโยนลูกกุญแจทิ้งไป คู่รักคู่นั้นจะไม่มีใครมาพรากจากกันได้ชั่วนิรันดร์ค่ะ จากนั้นก็ไปอีกที ชมคลองชองเกชอน เป็นคลองเก่าแก่อายุกว่า 600ปี ที่ทอดผ่านใจกลางเมืองหลวง บูรณะขึ้นมาใหม่ทำให้กรุงโซลมีคลองที่ยาวถึง 6 กิโลเมตร มีน้ำใสสะอาดมากค่ะ  ตอนเย็นๆหลังทานอาหารเสร็จ ไกด์มอสพาคณะเราไปปล่อย ณ แหล่งช้อปปิ้ง เมียงดง สินค้าเครื่องสำอางที่สาวๆชอบจะมีขายเยอะมากค่ะ

วันที่สี่ …อัน-ยอง-ฮา-เซ-โย…เช้านี้เราได้ไปชมผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด น้ำมันสนเข็มแดง สุดยอดการวิจัย ขับล้างสารพิษในร่ายกาย ล้างไขมันในเส้นเลือด โรคหัวใจ โรคภูมิแพ้ เพื่อสุขภาพที่ดีชาวเกาหลีจะนิยมรับประทานกันมากที่สุด ห่างกันไม่ไกลมากหนัก แวะชมโรงงานพลอยสีม่วง ศูนย์แอเมทิสต์ แดนเกาหลีเป็นแดนของพลอยสีม่วงพลอยแห่งสุขภาพและนำโชค มีตั้งแต่สีอ่อน-สีเข้ม นำมาทำเป็นต่างหู แหวน สร้อย สวยงามมากค่ะ

ก่อนจะขึ้นเครื่องบินกลับเชียงใหม่ ต้องแวะไปละลายเงินวอนให้หมด ที่ร้านขายของฝาก มีให้ได้เลือกเยอะมากค่ะ แบบว่าใครลืมซื้ออะไรฝากใครก็เก็บตกได้เลย ราคาไม่แพง รับทั้งเงินวอนและเงินไทยค่ะ  อ๋อ! ลืมไปค่ะ แทบจะทุกร้านที่เราแวะซื้อหรือชมสินค้า จะเจอคนไทยมาอยู่และทำงานที่นี่เยอะมาก และคนเกาหลีก็ชอบคนไทยกว่าประเทศอื่นๆ  เพราะการยิ้มแย้มแจ่มใสของคนไทย แต่เสียดายมากที่คณะของเราที่มาครั้งนี้ เกาะนามิ น้ำท่วมค่ะ เลยไม่มีโอกาสได้ไปเยือน

สำหรับทริปหน้า  ราคาพิเศษ บินตรงจากเชียงใหม่ สนใจสอบถามได้ที่ บริษัท นอร์ทเกท ฮอลิเดย์ จำกัด โทร. 053-142-371 และ บริษัท แฮปปี้เวิร์ล ออลิเดย์ จำกัด โทร. 053-283-555

You must be logged in to post a comment Login