เชียงใหม่-พิธีทำบุญ-สี่มุมเมือง

พิธีทำบุญ
จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีทำบุญสืบชะตาเมืองเชียงใหม่ประจำปี 2556 พ่อเมืองนำประชาชนร่วมพิธีทั้ง 10 จุดทั่วเมืองเชียงใหม่อย่างคับคั่ง เพื่อความเป็นศิริมงคลต่อตัวเองและครอบครัว ตามความเชื่อของประชาชนชาวเชียงใหม่ที่สืบทอดกันมาแต่ช้านาน
เมื่อเวลา 09.09 น.วันที่ 13 มิ.ย. 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานพระบรมราชาอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานนำคณะเจ้าหน้าที่ หัวหน้าหน่วยงานราชการ รวมถึงประชาชน ร่วมกันทำพิธีบุญสืบชะตาเมืองเชียงใหม่ประจำปี 2556 ที่จัดขึ้น ทั้ง 10 หน่วยพิธี ได้แก่ หน่วยพิธีกลางเวียงเชียงใหม่  ( พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์)  หน่วยพิธีประตูท่าแพ   หน่วยพิธีประตูเชียงใหม่    หน่วยพิธีประตูสวนปรุง  หน่วยพิธีประตูสวนดอก   หน่วยพิธีประตูช้างเผือก  หน่วยพิธีแจ่ง กู่เฮือง  หน่วยพิธีแจ่งหัวลิน  หน่วยพิธีแจ่งศรีภูมิ  หน่วยพิธีแจ่งกะต้ำ  ซึ่งประเพณีดังกล่าวได้ยึดตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณของชาวล้านนา  ที่ถือว่าพิธีการสืบชะตา เป็นการต่ออายุให้ยืนยาว ช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย  เสริมสิริมงคลทำให้ประชาชนชาวเชียงใหม่อยู่เย็นเป็นสุข อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อที่ดีงามให้คงอยู่สืบไปด้วยทั้งนี้ภายในการจัดพิธีมีข้าราชการ ประชนชน  สื่อมวลชน เข้าร่วมพิธี ทำบุญและสืบชะตาเมืองเชียงใหม่
โดยทุกปีหลังจากที่เมืองเชียงใหม่ได้ทำพิธีบูชาเสาอินทขีล หรือ ประเพณีใส่ขันดอกเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการทำพิธีสืบชะตาเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวเมืองและยังถือว่าพิธีสืบชะตาเมืองเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวเชียงใหม่กระทำสืบทอดกันมาช้านานความเชื่อแต่โบราณว่าการเกิดเมืองหรือการสร้างเมืองนั้นจะสร้างตามฤกษ์ยามและกำหนดสถานที่มหามงคลต่าง ๆ ไว้ ซึ่งในอดีตนั้นได้กำหนดสถานที่มงคลไว้คือ ประตูเมือง,แจ่งเมืองและบริเวณกลางเมืองหรือสะดือเมือง ให้มีความสอดคล้องกับชัยภูมิ การวางผังเมืองและความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ โดยได้ยึดถือ คัมภีร์มหาทักษา ซึ่งจะประกอบตามทิศของแผนภูมินครอันประกอบด้วยบริวารเมือง อายุเมือง เดชเมือง ศรีเมือง มูลเมือง อุตสาหเมือง มนตรีเมืองและกาลกิณีเมืองนับตั้งแต่มีการสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1839 เป็นต้นมา เจ้าผู้ครองนครและไพร่ฟ้าประชาชนจะร่วมกันทำพิธีสืบชะตาเมืองอันเป็นพระราชพิธีต่ออายุเมืองให้ยืนยงคงอยู่และสร้างความสุขสมบูรณ์แก่อาณาประชาราษฏร์
ทำหรับการทำพิธีสืบชะตาเมืองเชียงใหม่เป็นการทำพิธีตามความเชื่อของชาวล้านนาเป็นพิธีที่จัดทำขึ้นเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ทั้งนี้เพราะบางครั้งเห็นว่าบ้านเมืองเกิดความเดือดร้อนจากอิทธิพลของดาวพระเคราะห์มาเบียดบัง ทำให้เมืองเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายเพราะการจลาจล การศึกและเกิดโรคภัยไข้เจ็บแก่ประชาชนในเมือง ดังนั้นจึงต้องทำพิธีสืบชะตาเมืองขึ้นในคัมภีร์สืบชะตาเมืองเชียงใหม่นั้นยังระบุถึงการเตรียมพิธีสืบชะตาเมืองด้วย เช่นกล่าวถึงการนิมนต์พระสงฆ์จำนวนเท่าอายุของเมืองมาสวดมนต์ การนิมนต์พระพุทธรูปแก้วเสตังคมณี จากวัดเชียงมั่นเข้าร่วมพิธี ฯลฯ
นอกจากนี้ในคัมภีร์ยังได้กล่าวถึงการบูชาคัมภีร์ธัมม์สารากริกวิชชานสูตร จากวัดเชียงมั่น 3 ผูก บูชาคัมภีร์ธัมม์มงคลตันติง จากวัดดวงดี 3 ผูก บูชาคัมภีร์ธัมม์นครฐาน จากวัดโชติการาม 1 ผูก บูชาคัมภีร์ธัมม์ปารมี จากวัดสิงหาราม 1 ผูกและบูชาคัมภีร์ธัมม์อุณหัสวิชัย จากวัดชัยชนะสถานอีก 1 ผูกสำหรับการสืบชะตาเมืองนั้นอาจารย์ผู้ประกอบพิธีซึ่งเป็นผู้นำจะได้เอาสายสิญน์พันรอบกำแพงเมืองแล้วโยงจากประตูช้างเผือก ประตูสวนดอก ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนปรุงและประตูท่าแพเข้าสู่กลางเวียงและนำส่วนปลายสายสิญน์สอดไว้ใต้อาสนะของพระพุทธรูปและพระสงฆ์ จากนั้นจะต่อสายสิญน์พาดโยงเข้าไปสู่บ้านทุกหลังคาในอดีตการจัดให้มีพิธีสืบชะตาเมืองเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ เพราะเกี่ยวเนื่องกับบ้านเมืองมิใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคคล ดังนั้นบริเวณรอบ ๆ เมืองจึงถูกกำหนดจุดมงคลต่าง ๆ ไว้มากมาย เช่น ที่บริเวณวังหลัง วังหน้าและวังหลวงรวม 3 แห่ง จะนิมนต์พระสงฆ์ไปโปรดเมตตาทำพิธีทางศาสนารวม 19 รูป ที่บริเวณกลางเวียงจะนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 19 รูป ประตูเวียงทั้ง 5 ประตูและแจ่งเมืองอีก 4 แจ่งนั้นจะนิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีปริตตะมงคลสวดมนต์ (เจริญพระพุทธมนต์) โดยพระสงฆ์จะเดินรอบเวียงตั้งแต่ประตูสวนดอกไปจนถึงแจ่งหัวลิน พระสงฆ์ที่แจ่งหัวรินจะรับช่วงสวดต่อไปถึงประตูช้างเผือกและพระสงฆ์ที่ประตูช้างเผือกก็จะรับช่วงสวดต่อไปตามจุดพิธีกรรมต่าง ๆ โดยลำดับถึง 9 แห่งปัจจุบันพิธีสืบชะตาโบราณแบบนี้ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว เนื่องจากเพราะพิธีกรรมต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา พิธีสืบชะตาเมืองเชียงใหม่จึงได้ทำเป็นจุดบริเวณที่มีความสำคัญเท่านั้น เช่น แจ่งเมืองทั้ง 4 แจ่งที่ประตูเมืองทั้ง 5 ประตูและบริเวณจุดกลางเมืองหรือที่สะดือเมืองตรงอนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์เท่านั้น
การทำพิธีสืบชะตาเมืองเชียงใหม่นั้นจะเห็นได้ถึงความศรัทธาและความสามัคคีของชาวบ้านในการออกมาร่วมทำบุญ ซึ่งนอกเหนือจากความสามัคคีแล้ว สิ่งหนึ่งที่แฝงมาด้วยก็คือ ความเชื่อในเรื่องพิธีกรรมที่สามารถบันดาลให้เกิดความสุขทางใจขึ้น โดยความเชื่อเหล่านี้จะเกี่ยวเนื่องกับหลักธรรมทางศาสนา เป็นประหนึ่งแสงสว่างที่ส่องให้พุทธศาสนิกชนก้าวตามรอยที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชี้แนะเอาไว้เมื่อกว่า 2,500 กว่าปีที่แล้ว

เชียงใหม่-พิธีทำบุญ-สี่มุมเมือง

พิธีทำบุญจังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีทำบุญสืบชะตาเมืองเชียงใหม่ประจำปี 2556 พ่อเมืองนำประชาชนร่วมพิธีทั้ง 10 จุดทั่วเมืองเชียงใหม่อย่างคับคั่ง เพื่อความเป็นศิริมงคลต่อตัวเองและครอบครัว ตามความเชื่อของประชาชนชาวเชียงใหม่ที่สืบทอดกันมาแต่ช้านาน

เมื่อเวลา 09.09 น.วันที่ 13 มิ.ย. 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานพระบรมราชาอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานนำคณะเจ้าหน้าที่ หัวหน้าหน่วยงานราชการ รวมถึงประชาชน ร่วมกันทำพิธีบุญสืบชะตาเมืองเชียงใหม่ประจำปี 2556 ที่จัดขึ้น ทั้ง 10 หน่วยพิธี ได้แก่ หน่วยพิธีกลางเวียงเชียงใหม่  ( พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์)  หน่วยพิธีประตูท่าแพ   หน่วยพิธีประตูเชียงใหม่    หน่วยพิธีประตูสวนปรุง  หน่วยพิธีประตูสวนดอก   หน่วยพิธีประตูช้างเผือก  หน่วยพิธีแจ่ง กู่เฮือง  หน่วยพิธีแจ่งหัวลิน  หน่วยพิธีแจ่งศรีภูมิ  หน่วยพิธีแจ่งกะต้ำ  ซึ่งประเพณีดังกล่าวได้ยึดตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณของชาวล้านนา  ที่ถือว่าพิธีการสืบชะตา เป็นการต่ออายุให้ยืนยาว ช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย  เสริมสิริมงคลทำให้ประชาชนชาวเชียงใหม่อยู่เย็นเป็นสุข อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อที่ดีงามให้คงอยู่สืบไปด้วยทั้งนี้ภายในการจัดพิธีมีข้าราชการ ประชนชน  สื่อมวลชน เข้าร่วมพิธี ทำบุญและสืบชะตาเมืองเชียงใหม่
โดยทุกปีหลังจากที่เมืองเชียงใหม่ได้ทำพิธีบูชาเสาอินทขีล หรือ ประเพณีใส่ขันดอกเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการทำพิธีสืบชะตาเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวเมืองและยังถือว่าพิธีสืบชะตาเมืองเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวเชียงใหม่กระทำสืบทอดกันมาช้านานความเชื่อแต่โบราณว่าการเกิดเมืองหรือการสร้างเมืองนั้นจะสร้างตามฤกษ์ยามและกำหนดสถานที่มหามงคลต่าง ๆ ไว้ ซึ่งในอดีตนั้นได้กำหนดสถานที่มงคลไว้คือ ประตูเมือง,แจ่งเมืองและบริเวณกลางเมืองหรือสะดือเมือง ให้มีความสอดคล้องกับชัยภูมิ การวางผังเมืองและความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ โดยได้ยึดถือ คัมภีร์มหาทักษา ซึ่งจะประกอบตามทิศของแผนภูมินครอันประกอบด้วยบริวารเมือง อายุเมือง เดชเมือง ศรีเมือง มูลเมือง อุตสาหเมือง มนตรีเมืองและกาลกิณีเมืองนับตั้งแต่มีการสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1839 เป็นต้นมา เจ้าผู้ครองนครและไพร่ฟ้าประชาชนจะร่วมกันทำพิธีสืบชะตาเมืองอันเป็นพระราชพิธีต่ออายุเมืองให้ยืนยงคงอยู่และสร้างความสุขสมบูรณ์แก่อาณาประชาราษฏร์

ทำหรับการทำพิธีสืบชะตาเมืองเชียงใหม่เป็นการทำพิธีตามความเชื่อของชาวล้านนาเป็นพิธีที่จัดทำขึ้นเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ทั้งนี้เพราะบางครั้งเห็นว่าบ้านเมืองเกิดความเดือดร้อนจากอิทธิพลของดาวพระเคราะห์มาเบียดบัง ทำให้เมืองเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายเพราะการจลาจล การศึกและเกิดโรคภัยไข้เจ็บแก่ประชาชนในเมือง ดังนั้นจึงต้องทำพิธีสืบชะตาเมืองขึ้นในคัมภีร์สืบชะตาเมืองเชียงใหม่นั้นยังระบุถึงการเตรียมพิธีสืบชะตาเมืองด้วย เช่นกล่าวถึงการนิมนต์พระสงฆ์จำนวนเท่าอายุของเมืองมาสวดมนต์ การนิมนต์พระพุทธรูปแก้วเสตังคมณี จากวัดเชียงมั่นเข้าร่วมพิธี ฯลฯ
นอกจากนี้ในคัมภีร์ยังได้กล่าวถึงการบูชาคัมภีร์ธัมม์สารากริกวิชชานสูตร จากวัดเชียงมั่น 3 ผูก บูชาคัมภีร์ธัมม์มงคลตันติง จากวัดดวงดี 3 ผูก บูชาคัมภีร์ธัมม์นครฐาน จากวัดโชติการาม 1 ผูก บูชาคัมภีร์ธัมม์ปารมี จากวัดสิงหาราม 1 ผูกและบูชาคัมภีร์ธัมม์อุณหัสวิชัย จากวัดชัยชนะสถานอีก 1 ผูกสำหรับการสืบชะตาเมืองนั้นอาจารย์ผู้ประกอบพิธีซึ่งเป็นผู้นำจะได้เอาสายสิญน์พันรอบกำแพงเมืองแล้วโยงจากประตูช้างเผือก ประตูสวนดอก ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนปรุงและประตูท่าแพเข้าสู่กลางเวียงและนำส่วนปลายสายสิญน์สอดไว้ใต้อาสนะของพระพุทธรูปและพระสงฆ์ จากนั้นจะต่อสายสิญน์พาดโยงเข้าไปสู่บ้านทุกหลังคาในอดีตการจัดให้มีพิธีสืบชะตาเมืองเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ เพราะเกี่ยวเนื่องกับบ้านเมืองมิใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคคล ดังนั้นบริเวณรอบ ๆ เมืองจึงถูกกำหนดจุดมงคลต่าง ๆ ไว้มากมาย เช่น ที่บริเวณวังหลัง วังหน้าและวังหลวงรวม 3 แห่ง จะนิมนต์พระสงฆ์ไปโปรดเมตตาทำพิธีทางศาสนารวม 19 รูป ที่บริเวณกลางเวียงจะนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 19 รูป ประตูเวียงทั้ง 5 ประตูและแจ่งเมืองอีก 4 แจ่งนั้นจะนิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีปริตตะมงคลสวดมนต์ (เจริญพระพุทธมนต์) โดยพระสงฆ์จะเดินรอบเวียงตั้งแต่ประตูสวนดอกไปจนถึงแจ่งหัวลิน พระสงฆ์ที่แจ่งหัวรินจะรับช่วงสวดต่อไปถึงประตูช้างเผือกและพระสงฆ์ที่ประตูช้างเผือกก็จะรับช่วงสวดต่อไปตามจุดพิธีกรรมต่าง ๆ โดยลำดับถึง 9 แห่งปัจจุบันพิธีสืบชะตาโบราณแบบนี้ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว เนื่องจากเพราะพิธีกรรมต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา พิธีสืบชะตาเมืองเชียงใหม่จึงได้ทำเป็นจุดบริเวณที่มีความสำคัญเท่านั้น เช่น แจ่งเมืองทั้ง 4 แจ่งที่ประตูเมืองทั้ง 5 ประตูและบริเวณจุดกลางเมืองหรือที่สะดือเมืองตรงอนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์เท่านั้น
การทำพิธีสืบชะตาเมืองเชียงใหม่นั้นจะเห็นได้ถึงความศรัทธาและความสามัคคีของชาวบ้านในการออกมาร่วมทำบุญ ซึ่งนอกเหนือจากความสามัคคีแล้ว สิ่งหนึ่งที่แฝงมาด้วยก็คือ ความเชื่อในเรื่องพิธีกรรมที่สามารถบันดาลให้เกิดความสุขทางใจขึ้น โดยความเชื่อเหล่านี้จะเกี่ยวเนื่องกับหลักธรรมทางศาสนา เป็นประหนึ่งแสงสว่างที่ส่องให้พุทธศาสนิกชนก้าวตามรอยที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชี้แนะเอาไว้เมื่อกว่า 2,500 กว่าปีที่แล้ว

You must be logged in to post a comment Login